“ถ้ารินยังดึงถุงมือแน่นขนาดนั้น เลือดที่ปลายนิ้วได้หยุดไหลเวียนกันพอดีค่ะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแทรกผ่านความเงียบในห้องแต่งตัวส่วนตัวของโรงแรมหรู รินรดาชะงักมือที่กำลังขยับถุงมือลูกไม้ฝรั่งเศส เธอมองเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ เห็นคิรากรยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลายในชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี สายตาของเขาไม่ได้มองความหรูหราของห้องจัดเลี้ยงที่อยู่ด้านนอก แต่มองตรงมาที่เธอด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“คิน... คุณเข้ามาทำไมคะ? ตามธรรมเนียม เราไม่ควรเจอกันจนกว่าจะถึงพิธีไม่ใช่เหรอ” รินรดาหมุนตัวกลับ ดวงตากลมโตที่ผ่านการแต่งแต้มอย่างประณีตไหวระริก เธอในชุดเจ้าสาวสีงาช้างเปิดไหล่ที่รัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าดุจนาฬิกาทราย ดูสง่างามทว่าเปราะบางในเวลาเดียวกัน
คิรากรเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ของเขาห้อมล้อมตัวเธอไว้ เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับเอื้อมมือไปแตะปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของรินรดาอย่างแผ่วเบา “ธรรมเนียมมันสำหรับคนที่กลัวว่าจะเปลี่ยนใจ แต่สำหรับผม... การได้เห็นรินในชุดนี้ก่อนใคร คือรางวัลของการรอคอยที่ทรมานที่สุด”
“ปากหวานนะคะ” รินรดาแสร้งเบือนหน้าหนี แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับฟ้องว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นนั้น “รินแค่... แค่ไม่อยากให้ทุกอย่างมันผิดพลาด ทุกอย่างที่ผ่านมารินเสียมันไปมากพอแล้ว ทั้งชื่อเสียง ครอบครัว และความมั่นใจ”
คิรากรเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากัน “รินรดา มองหน้าผม... วันนี้ไม่มีใครเอาอะไรไปจากคุณได้อีกแล้ว เพราะผมรวบรวมทุกอย่างที่คุณเคยเสียไป มาวางไว้ในมือคุณหมดแล้ว ทั้งหัวใจของผม และชีวิตใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น”
เสียงดนตรีบรรเลงจากห้องโถงด้านนอกเริ่มดังแว่วเข้ามา รินรดารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นดอกลิลลี่สีขาวที่ประดับตกแต่งไปทั่วงาน เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือเขาไว้แน่น “รินจะเชื่อใจคุณ... อีกครั้งนะคะ”
ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ค่อยๆ เปิดออก แสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องลงมายังทางเดินที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงสด รินรดาก้าวเดินไปข้างหน้า เคียงข้างไปกับชายหนุ่มที่เคยเป็นทั้งศัตรูและคนที่รักเธอสุดหัวใจ สายตาของผู้คนในแวดวงไฮโซนับร้อยคู่ต่างจับจ้องมาที่เธอ บางคนชื่นชม บางคนริษยา แต่รินรดาไม่สนใจอีกต่อไป ในวินาทีนี้ โลกทั้งใบของเธอเหลือเพียงมือที่กุมกันไว้อย่างมั่นคง
พิธีการดำเนินไปอย่างเรียบหรูและอบอวลด้วยความรัก คำมั่นสัญญาที่เปล่งออกมาท่ามกลางแสงเทียนนับพันเล่มไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำประดิษฐ์ แต่คือการยอมรับในความผิดพลาดและการให้อภัยซึ่งกันและกัน รินรดาเห็นแววตาที่สั่นไหวของคิรากรตอนที่เขาสวมแหวนเพชรเม็ดงามลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ มือของเขาอุ่นจัดจนเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ
“จูบเลย! จูบเลย!” เสียงเชียร์จากแขกเหรื่อดังขึ้นเบาๆ
คิรากรขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจับจ้องริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีไวน์แดงที่เขารักนักหนา เขากระซิบเบาๆ เพียงให้ได้ยินกันสองคน “จำคืนที่เราเจอกันที่ Velvet Night ได้ไหมคะ? คืนนั้นผมอยากจะกลืนกินคุณทั้งตัว แต่คืนนี้... ผมจะทำนุบำรุงคุณไปทั้งชีวิต”
ริมฝีปากของเขาประทับลงมาอย่างนุ่มนวล เริ่มต้นจากความอ่อนโยนก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องที่ซ่อนเร้น ความปรารถนาในแววตาของเขาทำให้รินรดารู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกายภาพ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงความสุขนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีดำสนิทที่ยืนอยู่นอกวงล้อมของแขกเหรื่อ ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยหมวกตาข่ายปีกกว้าง แต่แววตาที่จ้องมองมายังรินรดาและคิรากรนั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่เย็นเยือก
หญิงสาวคนนั้นขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *“ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย...”* ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่าง
รินรดาผละออกจากจูบของคิรากรด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เธอสังเกตเห็นคิรากรเองก็ชะงักไปเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้น เขารีบหันกลับมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที มือที่เคยอบอุ่นกลับบีบมือเธอแน่นจนเจ็บ
“ริน... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อย่าปล่อยมือผมเด็ดขาดนะคะ”
เสียงโทรศัพท์มือถือของคิรากรสั่นครืดอยู่ในกระเป๋าสูท เขาดึงมันออกมาดูเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ—มันไม่ใช่คำอวยพรงานแต่งงาน แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เขาสั่นสะท้านเมื่อได้เห็น
รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ “คิน... ใครคะ? นั่นใคร?”
คิรากรเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยแววตาที่แตกสลายและสับสน “เรื่องที่ผมเคยบอกว่าเราลืมมันไปแล้ว... ดูเหมือนว่าอดีตมันไม่เคยยอมตายไปจริงๆ นะคะริน”
เขาหันไปมองหญิงสาวชุดดำที่ตอนนี้เดินหายเข้าไปในมุมมืดของสวนหลังโรงแรม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี—กลิ่นเดียวกันกับน้ำหอมที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนลับของเธอก่อนที่ครอบครัวจะล้มละลาย
รินรดาตัวสั่นเทา ความสุขที่เพิ่งได้รับมาหายวับไปกับตา เมื่อเธอจำได้แล้วว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นใคร... คนที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสุขและความลวงมาด้วยกันนะคะ หวังว่าความรักครั้งนี้จะสมหวังดังใจปรารถนาค่ะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 34
ก้าวใหม่ของชีวิต
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!