ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 35

บทส่งท้าย: ราตรีที่ไร้จุดจบ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณยังไม่เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้น ผมคงต้องให้รางวัลคุณด้วยการขังไว้ในห้องนี้ทั้งคืนจริงๆ นะครับ รินรดา” คิรากรเอ่ยเสียงทุ้มพร่าพลางกระชับวงแขนที่โอบรอบเอวบางของภรรยาสาวไว้แน่นขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มขยับเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นจากแผงอกแกร่งที่ส่งผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดเดรสสีไวน์แดงที่เธอสวมใส่ รินรดาไม่ตอบ แต่เธอเลือกที่จะใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวสันกรามคมสันของเขาช้าๆ ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยภายใต้แพขนตางอนงามหรี่ลงเล็กน้อยอย่างท้าทาย เธอไม่ได้รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างที่เคยเป็นในวันวาน แต่มันคือแรงดึงดูด... แรงดึงดูดที่เหนียวแน่นราวกับกาวใจที่หลอมรวมชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกับบรรณาธิการสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครเข้าไว้ด้วยกัน “รางวัลเหรอคะ?” รินรดาแกล้งทวนคำ เสียงของเธอหวานหยดทว่าซ่อนความเย้าแหย่ “ดูเหมือนคุณจะเข้าใจผิดไปหน่อยนะคะคิน รางวัลน่ะ... ต้องเป็นสิ่งที่รินปรารถนา ไม่ใช่สิ่งที่ถูกบังคับ” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบาร์ลับ Velvet Night บาร์ที่ใครๆ ต่างใฝ่ฝันจะก้าวเข้าไปสัมผัสบรรยากาศความหรูหราลึกลับ แต่สำหรับรินรดา ที่นี่คืออาณาจักรของเขา... และนับแต่นี้ไป มันคืออาณาจักรของเธอด้วย “งั้นบอกผมมาสิว่าคืนนี้ คุณปรารถนาอะไร?” เขาอุ้มร่างบางขึ้นมาโดยไม่บอกกล่าว รินรดาหวีดร้องเบาๆ ก่อนจะหัวเราะร่วนเมื่อแผ่นหลังของเธอสัมผัสกับโซฟาหนังตัวนุ่มในห้องทำงานส่วนตัวที่มองออกไปเห็นวิวระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกสูงดูราวกับดวงดาวที่ถูกนำมาวางเรียงรายอยู่แทบเท้าของพวกเขา รินรดามองดูใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเคยเรียกว่า ‘ศัตรู’ ในวันที่ต้องต่อสู้แย่งชิงความอยู่รอดในวงการสื่อและอสังหาริมทรัพย์ ทว่าในวันนี้ เขากลายเป็น ‘ลมหายใจ’ ของเธอ ความล้มละลายของครอบครัวในอดีตเคยเป็นบาดแผลที่ทำให้เธอต้องสร้างเกราะป้องกันตัวขึ้นมาอย่างหนาแน่น แต่ในอ้อมกอดของคิรากร เกราะเหล่านั้นกลับละลายหายไปราวกับน้ำแข็งที่ถูกความร้อน “รินปรารถนา... ความรักที่ไม่มีจุดจบ” เธอสารภาพออกมาเบาๆ ขณะที่มือของคิรากรเริ่มปลดกระดุมชุดเดรสอย่างใจเย็น มือคู่นี้ที่เคยใช้ทำสัญญาธุรกิจนับพันล้าน บัดนี้กลับสัมผัสผิวเนียนละเอียดของเธอด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด “ไม่มีจุดจบเหรอ?” คิรากรพึมพำขณะโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น “งั้นเราก็คงต้องดื่มด่ำกับราตรีนี้ให้นานที่สุด... จนกว่าเวลาจะหยุดหมุนไปเลยดีไหม” บทเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงชั้นดีภายในห้องสร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสน่หา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นไวน์แดงบ่มเก่าที่คิรากรเพิ่งรินให้เธอเมื่อครู่ มันมึนเมา... แต่ช่างหอมหวานจนน่าหลงใหล รินรดารู้ดีว่าชีวิตคู่ของพวกเขานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มันคือเกมที่ต้องอาศัยชั้นเชิง มันคือการเต้นรำที่ต้องคอยประคองจังหวะให้ก้าวไปพร้อมกัน แต่ในค่ำคืนนี้ ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้ มีเพียงคนสองคนที่ยอมสละอาวุธและหันมาปรนเปรอความสุขให้แก่กัน เมื่อร่างของเธอถูกปลดเปลื้องจนเหลือเพียงความเปล่าเปลือยที่งดงามภายใต้แสงไฟสลัว รินรดาเห็นเงาสะท้อนของตนเองในดวงตาคู่คมของคิรากร—ผู้หญิงที่เคยทะนงตนในศักดิ์ศรี บัดนี้กลายเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขล้นปรี่ เธอตระหนักได้ว่าความมั่งคั่งหรือหน้าตาในสังคมไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่คือการมีใครสักคนที่พร้อมจะเดินจับมือข้ามผ่านความลวงโลกไปสู่ความจริงที่เรียกว่า ‘ความรัก’ “คิน...” เธอเรียกชื่อเขา แผ่วเบาแต่กังวานด้วยความออดอ้อน “ครับที่รัก?” “ไม่ว่าพรุ่งนี้โลกจะหมุนไปทางไหน หรือไฮโซคนไหนจะก้าวเข้ามาสร้างเรื่องวุ่นวายอีก... สัญญากับรินได้ไหมคะ ว่าคุณจะไม่ปล่อยมือรินไปไหน” คิรากรหยุดการเคลื่อนไหว เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความหนักแน่นและจริงจังดั่งคำสาบาน “มือของผมอาจจะเคยแตะต้องของมีค่ามามากมาย แต่ไม่มีสิ่งไหนเทียบได้กับมือของคุณ รินรดา... ตราบใดที่หัวใจของผมยังเต้นอยู่ คุณคือเจ้าของเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นในคืนนี้ หรือตลอดไป” บทรักอันเร่าร้อนและนุ่มนวลดำเนินไปท่ามกลางราตรีที่ไร้ขีดจำกัด ความเงียบสงัดของห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นจังหวะ มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย แต่มันคือการยืนยันถึงตัวตนและการมีอยู่ของกันและกัน เช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงอาจเต็มไปด้วยหน้าที่การงานที่หนักอึ้ง หรือสังคมที่จ้องจะตัดสินชีวิตของพวกเขา แต่ ณ วินาทีนี้ ในห้องทำงานที่กักเก็บความรักของคนทั้งสองเอาไว้... ไม่มีใครสำคัญไปกว่าใคร ทั้งคู่เลือกที่จะขังตัวเองไว้ในห้วงเวลาแห่งความสุขนี้ ราวกับต้องการหยุดเข็มนาฬิกาไว้ให้ค่ำคืนนี้ยาวนานชั่วนิรันดร์ รินรดาหลับตาลงเมื่อความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอสัมผัสได้ถึงหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามแผ่นหลังและความร้อนแรงที่คิรากรมอบให้อย่างไม่ขาดสาย เธอรู้แล้วว่านี่คือบทสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ไม่ใช่การจบลงที่เงียบเหงา แต่เป็นการเริ่มต้นของนิรันดร์ในแบบฉบับของพวกเขา “รักนะคะ... คุณนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ของริน” เธอพึมพำชิดริมฝีปากของเขา ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด ราตรีที่ไร้จุดจบนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทใหม่ที่สวยงามกว่าเดิม... เรื่องราวของความรักที่ถูกเขียนขึ้นด้วยความเสน่หาและความไว้ใจ ซึ่งจะคงอยู่ตลอดไปในใจของพวกเขา ทั้งในเงามืดของ Velvet Night และภายใต้แสงอาทิตย์ที่ทอประกายบนยอดตึกสูง... ชีวิตคู่ที่แสนวิจิตรและเร่าร้อนของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบพระคุณจากใจที่เดินทางร่วมกับรินและคินมาจนถึงตอนจบนะคะ หวังว่าความรักครั้งนี้จะสร้างรอยยิ้มและพื้นที่อบอุ่นในใจของคุณนักอ่านทุกคนค่ะ. - ชฎาพรายไวน์แดง -
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%