"วางมันลงซะ ถ้าไม่อยากให้คืนนี้จบลงด้วยเลือด"
เสียงของคิรากรต่ำทุ้ม เย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่คำขู่ของเพลย์บอยเจ้าสำราญที่รินรดาเคยรู้จัก แต่มันคือน้ำเสียงของนักล่าที่พร้อมจะปลิดชีพใครก็ตามที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ของโลหะโชยแตะจมูก เธอแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นปลายนิ้วที่กระชับปืนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"คุณคิน..." เธอพึมพำแผ่วเบา
"ถอยไปอยู่ข้างหลังฉัน ริน" เขาออกคำสั่งเด็ดขาดโดยไม่หันมามอง สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเงามืดที่ปรากฏกายขึ้น ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทเล็งกระบอกปืนมาที่พวกเขานิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยความตึงเครียด
"คุณคิดว่าปืนพกกระบอกเล็กๆ นั่นจะจัดการผมได้เหรอ คิรากร?" ชายปริศนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยันๆ
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช "จะลองดูไหมล่ะ? หรือจะให้ฉันส่งหัวกระสุนไปฝังในกะโหลกหนาๆ ของแกก่อนที่แกจะทันได้เหนี่ยวไก?"
บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอเห็นกล้ามเนื้อแผ่นหลังของคิรากรเกร็งตัวขึ้นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เริ่มยับย่น ความมั่นใจที่เขามักจะแสดงออกผ่านท่าทางเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เพราะความสับสนที่เริ่มกัดกินจิตใจ เมื่อเห็นแววตาของเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจกบานหน้าต่างข้างๆ—แววตาที่ไม่ได้มีแค่ความดุร้าย แต่มันมีความโหยหา ความเจ็บปวด และความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
ทันใดนั้น คิรากรก็ตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง เขาหมุนตัวคว้าข้อมือรินรดาแล้วดึงเธอหลบเข้าไปในซอกมุมมืดของอาคารร้างก่อนจะลั่นไกปืนขึ้นฟ้าสองนัดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เสียงปืนดังก้องสะท้อนไปมาจนแก้วหูแทบแตก
"วิ่ง!" เขาตะโกนสั่ง
พวกเขาวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในป่ารกชัฏหลังอาคาร หัวใจของรินรดาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เสื้อผ้าแฟชั่นราคาแพงของเธอเกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้จนขาดวิ่น แต่เธอไม่สนใจ เธอมองเห็นเพียงแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยังคงกุมมือเธอแน่น แม้ในยามวิกฤตเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอไป
ทั้งคู่หยุดหอบหายใจอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกมาไกลพอสมควร คิรากรทรุดตัวลงพิงโคนไม้ ลมหายใจของเขาหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง รินรดาค่อยๆ ทรุดตัวลงข้างๆ เขา ในความมืดมิดที่ไร้แสงไฟ เธอมองเห็นหยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมของเขา และท่าทีที่ดูเหนื่อยล้าจนน่าใจหาย
"คุณ... คุณโอเคไหม?" รินรดาเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ
คิรากรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาหันมามองเธอ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาเผยให้เห็นใบหน้าที่เคยสมบูรณ์แบบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความตึงเครียด เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับทิ้งศีรษะลงกับลำต้นไม้ ปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนแรง
"ผมเบื่อ..." เขาพึมพำเสียงต่ำ "เบื่อที่ต้องสวมหน้ากากใบนี้ทุกวัน ริน... เบื่อที่ต้องแกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ทั้งที่จริงๆ แล้วผมเองก็แค่คนที่กำลังจมน้ำ"
รินรดาชะงัก เธอไม่เคยได้ยินเขาพูดจาเช่นนี้มาก่อน ความเย็นชาและความเย่อหยิ่งที่เขามักใช้เป็นเกราะกำบังดูเหมือนจะพังทลายลงในค่ำคืนนี้ เธอขยับเข้าไปใกล้เขา สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในตัวเขา เพลย์บอยผู้มั่นใจที่ใครๆ ต่างพากันอิจฉา แท้จริงแล้วเขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่แบกโลกไว้ทั้งใบด้วยความโดดเดี่ยว
"คุณไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกค่ะ" เธอเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้ "ถ้าการเป็นตัวเองมันเหนื่อยนัก ก็ลองวางหน้ากากพวกนั้นลงบ้างก็ได้ ฉันไม่ได้ต้องการคิรากรที่สมบูรณ์แบบ... ฉันแค่ต้องการคนที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้"
คิรากรลืมตาขึ้นมองเธอ ดวงตาคมคริสนั้นไหววูบราวกับมีพายุพัดผ่าน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเธอ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เขาค่อยๆ ไล้ไปตามแก้มของเธอทำให้รินรดารู้สึกเหมือนไฟช็อต
"ริน... เธอไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังเล่นกับไฟ" เขาพูดพลางยิ้มมุมปากอย่างเศร้าๆ "ความมืดของผมมันลึกเกินกว่าที่ผู้หญิงสวยสะอาดสะอ้านอย่างเธอจะลงมาถึง"
"ถ้าไฟนั้นจะแผดเผาฉันจนมอดไหม้..." รินรดาโน้มตัวเข้าหาเขาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มี "ฉันก็จะขอกอดมันไว้จนวินาทีสุดท้าย"
คิรากรกดจูบลงบนหน้าผากของเธอแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนลงมาที่ริมฝีปากอย่างโหยหาและเร่าร้อน มันไม่ใช่จูบที่หรูหราเหมือนในบาร์ลับ แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความต้องการ และการปลดปล่อย
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นใกล้ตัวพวกเขา รินรดาและคิรากรผละออกจากกันทันที คิรากรคว้าปืนขึ้นมาเตรียมพร้อมอีกครั้ง ท่ามกลางเงามืดที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามา ร่างหนึ่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา แสงไฟจากไฟฉายส่องตรงมาที่ใบหน้าของคิรากร
"เล่นซ่อนแอบพอหรือยัง คิรากร?" เสียงทุ้มแหบพร่าของชายสูงวัยคนหนึ่งดังขึ้น "พ่อรอแกมานานพอแล้วนะ... และดูเหมือนแกจะพา 'ของเล่น' ชิ้นใหม่มาให้พ่อดูด้วยสินะ"
คิรากรชะงักไปทันที มือที่กุมปืนอยู่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันไปมองชายชราที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่แตกสลาย
"ริน... วิ่งหนีไป" เขาเค้นเสียงออกมา "นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอ... นี่คือปีศาจที่ผมสร้างขึ้นเอง"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในค่ำคืนที่แสนอันตรายกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 11
หน้ากากของเพลย์บอย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!