ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 24

ความเชื่อใจที่พังทลาย

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณคิดว่าการขังฉันไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอื่น จะทำให้ฉันรักคุณมากขึ้น... คุณกำลังประเมินรินรดาต่ำเกินไปค่ะ คิรากร” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอวางแก้วคริสตัลที่บรรจุไวน์แดงรสเลิศลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท แม้ภายในใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการเห็นรอยลิปสติกสีสการ์เล็ตที่ติดอยู่บนปกเสื้อสูทสั่งตัดของเขา คิรากรยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายของซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นฟีโรโมนดิบเถื่อนแบบผู้ชายที่เคยทำให้เธอหลงใหล บัดนี้มันกลับกลายเป็นกลิ่นแห่งความสะอิดสะเอียนที่เธอปรารถนาจะล้างทิ้งไปให้พ้นจากชีวิต “ริน... อย่าทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจในเวลาแบบนี้” คิรากรก้าวเข้ามาใกล้ แววตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกท้าทาย “เรื่องในบาร์เมื่อคืนมันก็แค่ธุรกิจ ฉันจำเป็นต้องเจรจา และคุณก็รู้ดีว่ากฎของเราคืออะไร” “กฎของคุณ ไม่ใช่กฎของฉัน” รินรดาแค่นยิ้ม มุมปากของเธอโค้งขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง แม้หยาดน้ำตาจะคลอเบ้า “คุณขีดเส้นให้ฉันเดิน แต่ลืมไปหรือเปล่าคะว่าเส้นนั้นมันเปื้อนไปด้วยโคลนตมที่ชื่อว่าความทรยศ... ตั้งแต่ที่คุณเลือกจะเก็บผู้หญิงคนนั้นไว้ใกล้ตัวเพื่อปั่นหัวฉัน คุณก็เสียสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของหัวใจฉันไปแล้ว” เขาก้าวพรวดเดียวถึงตัวเธอ คว้าข้อมือเรียวเล็กไว้แน่นจนรินรดารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นตุบอยู่ใต้อุ้งมือหนา คิรากรดึงรั้งเธอเข้าหาตัว กลิ่นน้ำหอมประจำกายที่เธอเคยหลงใหลอบอวลจนน่าเวียนหัว “จะไปไหน? คิดว่าจะหนีพ้นจากกรงเล็บของฉันได้งั้นเหรอ รินรดา?” เขาถาม เสียงต่ำพร่าอันตราย แฝงไปด้วยอำนาจที่เขาใช้กดขี่เธอมาตลอด “คุณเป็นของฉัน ทั้งตัวและหัวใจ ต่อให้ตายไปเกิดใหม่ คุณก็ไม่มีวันหนีเงาของตัวเองพ้น” รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่คาดคิด เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “เงา... มันก็แค่สิ่งที่หายไปเมื่อเราดับไฟ” เธอขยับริมฝีปากกระซิบ ก่อนจะใช้ฝ่ามืออีกข้างที่ว่างอยู่ผลักอกแกร่งของเขาเต็มแรงจนชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ “และคืนนี้ล่ะค่ะ... ฉันจะดับไฟในชีวิตของเราสองคนให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน” ทันทีที่เธอผละออกมาได้ รินรดาก็หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีก เธอเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัว หยิบกระเป๋าใบเล็กที่จัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนออกไป เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นเหมือนเสียงหัวใจที่เพิ่งได้รับอิสรภาพคืนมา เธอไม่ต้องการเสื้อผ้าหรูหราที่เขาซื้อให้ ไม่ต้องการเครื่องประดับเพชรที่หนักอึ้งราวกับโซ่ตรวน เธอเดินลงบันไดวนมาจนถึงโถงทางเข้าชั้นล่าง ที่ซึ่งบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนยืนขวางทางอยู่ แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับตัว เสียงทรงอำนาจของคิรากรก็ดังลั่นลงมาจากชั้นบน “ปล่อยเธอไป” รินรดาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ทว่าไม่ยอมหันหลังกลับไปมอง เธอเพียงแค่ออกเดินต่อด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น บรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูหราที่เคยเป็นวิมานของเธอกลายเป็นความกดอากาศที่ทำให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอเปิดประตูบานใหญ่ก้าวออกสู่รัตติกาลที่มืดมิดภายนอก ลมหนาวปะทะเข้ากับผิวแก้ม แต่มันช่างรู้สึกสดชื่นเหลือเกิน เธอไม่ได้เรียกรถแท็กซี่ แต่ตรงไปยังที่จอดรถส่วนตัว หยิบกุญแจรถสปอร์ตคันเล็กที่เธอซื้อด้วยเงินเก็บก้อนสุดท้ายจากงานบรรณาธิการก่อนจะมาพบเขา ทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ เธอก็เหยียบคันเร่งออกไปโดยไม่สนทิศทาง ทว่า... ขณะที่รถกำลังแล่นออกจากเขตคฤหาสน์คิรากรผ่านประตูรั้วเหล็กดัด รินรดาก็ต้องเบรกจนตัวโก่ง เมื่อแสงไฟหน้ารถจับเข้ากับบุคคลหนึ่งที่ยืนขวางอยู่กลางถนนด้วยท่าทีนิ่งเฉย ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเข้ม ผู้ที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นทนายความส่วนตัวของบิดาเธอที่ล้มละลายไปเมื่อสามปีก่อน เขายืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี เขายกมือขึ้นโบกช้าๆ เพื่อให้เธอจอดรถ ก่อนจะเดินเข้ามาที่กระจกข้างแล้ววางเอกสารใบหนึ่งลงบนหน้าตักของเธอ ผ่านกระจกที่ลดลงมาเพียงครึ่งเดียว “คุณหนูรินครับ... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ อาจจะเป็นการหนีที่สูญเปล่า” ทนายความเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทงหัวใจ “เพราะความจริงที่ว่า 'ใคร' เป็นคนสั่งให้บริษัทของคุณพ่อคุณหนูล้มละลายตั้งแต่แรก... ไม่ใช่คิรากร แต่เป็นบุคคลที่คุณเพิ่งจะวิ่งหนีออกมาจากห้องทำงานของเขานั่นแหละครับ” รินรดานิ่งค้างราวกับถูกสาป มือของเธอที่กำพวงมาลัยสั่นเทาจนบังคับไม่ได้ เอกสารในซองสีน้ำตาลที่หลุดออกมาเผยให้เห็นตราประทับลับที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำลายชีวิตครอบครัวเธอจนพินาศ ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืดของประตูคฤหาสน์ด้านหลังก็ดังใกล้เข้ามาทุกที เสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นถนนเป็นจังหวะที่เธอคุ้นเคย... จังหวะที่เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะที่เพิ่งเริ่มต้น ชฎาพรายไวน์แดงขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่บ่วงเสน่หาขยับเข้ามาใกล้รัดคอเราเหลือเกินนะคะ และหวังว่ารินรดาจะพบทางออกก่อนที่แสงสุดท้ายจะดับลงค่ะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%