“คุณจะอธิบายอย่างไรดีคะ คิรากร... ในเมื่อชื่อบนซองจดหมายฉบับนี้ เป็นชื่อของคนที่ตายไปแล้วตั้งสามปี และตราประทับสีชาดนี่... มันคือตราประจำตระกูลอริยะรัตน์ ตระกูลที่ทำลายครอบครัวของฉันจนย่อยยับ!”
เสียงของรินรดาเฉียบคมและสั่นเครือ เธอขว้างซองจดหมายหนาสีครีมลงบนโต๊ะหินอ่อนในบาร์ ‘Velvet Night’ ที่ยามนี้ไร้ผู้คน ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปกับความโกรธเกรี้ยว
คิรากรไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่ในเงามืดของบาร์ มือเรียวยาวกุมแก้ววิสกี้ชั้นเลิศไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของรินรดาด้วยความเรียบเฉยที่ชวนให้คนมองแทบบ้าคลั่ง
“ความลับที่เก็บไว้มักมีวันหมดอายุเสมอครับ... เอ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง คุณรินรดา” คิรากรยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเย่อหยิ่งและเย็นชาพอๆ กับบรรยากาศรอบตัว “คุณคิดว่าผมเป็นเพียงผู้ชายเจ้าสำราญที่เปิดบาร์ไปวันๆ อย่างนั้นหรือคะ? โลกของไฮโซไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าแบรนด์เนมกับงานกาล่าหรอกนะคะ”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขา เธอโน้มตัวลงจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิจางๆ ของเธอประทะเข้ากับกลิ่นวานิลลาและยาสูบจางๆ จากตัวเขา “ทำไมแม่ของฉันถึงมีความสัมพันธ์กับคนตระกูลนั้น? และทำไมมันถึงมาอยู่ในมือคุณ?”
คิรากรวางแก้วลงช้าๆ เสียงแก้วกระทบโต๊ะดัง *กริ๊ก* ราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัย เขาขยับกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนบดบังแสงไฟจนรินรดาตกอยู่ในเงามืดของเขาโดยสมบูรณ์ มือหนาเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ
“เพราะผมเป็นคนเดียวที่รู้ว่า... แม่ของคุณไม่ได้ ‘จากไป’ อย่างที่ใครๆ เข้าใจ”
ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก เธอเบิกตากว้าง ความเย็นวาบวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง
“คุณโกหก...”
“พิสูจน์สิคะ” เขาขยับเข้าใกล้จนหน้าผากเกือบแตะกัน เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ “ถ้าคุณกล้าพอจะก้าวข้ามเส้นของความแค้นมาหาความจริง... คุณจะต้องแลกด้วยสิ่งที่มากกว่าแค่ความสงสัย”
ทันใดนั้น เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังมาจากทางเข้าบาร์ จังหวะการเดินที่มั่นคงและเชื่องช้าสร้างแรงกดดันมหาศาล รินรดาชะงักและเบือนหน้าไปมอง
หญิงสาวร่างสูงระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขัดกับผิวขาวจัดจนซีด ก้าวเข้ามาในแสงไฟ เธอมีใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับรินรดาอย่างน่าขนลุก... ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในห้องเก็บของ
“คินคะ... นานเหลือเกินนะคะที่ไม่ได้เจอกัน”
เสียงหวานหยดย้อยนั้นแฝงไปด้วยความเยือกเย็น คิรากรผละจากรินรดาหันไปหาผู้มาใหม่ ดวงตาของเขาวูบไหวในชั่วขณะที่ไม่มีใครทันสังเกต
รินรดาจ้องมองผู้หญิงคนนั้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น เมื่อหญิงสาวปริศนาคนนั้นยกมือขึ้นทัดหู เผยให้เห็นรอยปานสีแดงจางๆ ที่หลังใบหู... รอยเดียวกับที่รินรดาเคยเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ของแม่เธอไม่มีผิดเพี้ยน
“เธอเป็นใคร?” รินรดาถามด้วยเสียงที่เกือบเป็นกระซิบ
หญิงสาวคนนั้นหันมามองเธอ แล้วคลี่ยิ้มที่ดูไร้เดียงสาแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต “สวัสดีค่ะรินรดา... ฉันคือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับของตระกูลอริยะรัตน์ แต่ดูเหมือนว่าความแค้นของฉัน... มันยังไม่ยอมหลับใหลนะคะ”
เธอเดินเข้าไปหยุดข้างคิรากร ก่อนจะวางมือเรียวลงบนต้นแขนของเขาอย่างคุ้นเคย รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอถูกล่อลวงเข้ามาในกับดักที่ซับซ้อนกว่าที่เคยจินตนาการไว้มากนัก และคนที่เธอไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้!
ชฎาพรายไวน์แดงขอบคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันเร้นลับนี้ไปกับรินรดานะคะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 13
อดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!