ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 14

ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ... คิรากร" เสียงของรินรดาแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผ้าไหมราคาแพง เธอไม่ได้ตะโกน เธอไม่ได้โวยวาย แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววราบเรียบกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามฉบับบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นระดับแถวหน้า คิรากรชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที มือหนาที่ถูกหญิงสาวแปลกหน้าในชุดราตรีสีแดงเพลิงเกาะกุมไว้ค่อยๆ เลื่อนออกอย่างเป็นธรรมชาติ เขาหันกลับมาสบตารินรดาด้วยนัยน์ตาคมกริบที่อ่านความรู้สึกยากเช่นเคย มุมปากของเขาหยักยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในเขาวงกตที่เขาสร้างขึ้นเอง "ก็แค่การทักทายในงานสังคมปกติ รินรดา" คิรากรตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ราวกับว่าสิ่งที่เขาเพิ่งทำไปเป็นเพียงการสนทนาเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ "อย่าทำให้เรื่องธรรมดาๆ กลายเป็นละครน้ำเน่าในห้องจัดเลี้ยงหรูหราแบบนี้เลย" "เรื่องธรรมดาเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะ กระดกแชมเปญในมือขึ้นจิบจนหมดแก้วด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะวางมันลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านมาด้วยความแรงที่มากเกินไปจนเกิดเสียงดังกระทบกัน "ในสายตาคุณ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งถือวิสาสะแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายที่... ที่ฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์ขวางหูขวางตา มันเป็นเรื่องปกติสินะคะ" รอบข้างงานกาล่าการกุศลแห่งปีที่เต็มไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้และนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเริ่มตกอยู่ในความเงียบงันเป็นวงกว้าง สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุ ความเงียบนี้ไม่ได้เกิดจากเสียงดนตรีที่หยุดลง แต่เกิดจากรัศมีอันคุกรุ่นของคนทั้งสองที่ทำให้บรรยากาศรอบกายดูร้อนผ่าวจนแทบละลาย คิรากรก้าวเข้ามาใกล้รินรดาหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศ—ปะทะเข้ากับจมูกของเธอ มันเป็นกลิ่นที่เธอเคยหลงใหล แต่ในวินาทีนี้ มันกลับปลุกเร้าความหึงหวงให้ลุกโชนจนเธอกลัวว่าจะคุมสติไม่อยู่ "ริน คุณกำลังเมา หรือกำลังประชดผมกันแน่" เขากระซิบข้างใบหู ความใกล้ชิดนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน แต่เธอก็ฝืนใจขยับถอยห่าง "ฉันไม่ได้เมา และฉันก็ไม่ได้ประชด" เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะสั่นไหวอย่างรุนแรง "ฉันแค่กำลังตระหนักได้ว่า ที่ผ่านมาฉันอาจจะมองคุณผิดไป คิรากร คุณไม่ใช่แค่คนที่สอนให้ฉันรู้จักการควบคุมอารมณ์ แต่คุณคือคนที่เล่นกับความรู้สึกของคนอื่นได้อย่างเลือดเย็นที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา" บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นเมื่อคิรากรลดระดับเสียงลงต่ำกว่าเดิม "หึงหวงเหรอรินรดา? บอกผมสิ ว่าที่คุณกำลังทำอยู่เนี่ย มันคือความหึงหวงที่สมเหตุสมผล หรือเป็นแค่ความอิจฉาที่เห็นผมไปสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ" คำถามนั้นกระแทกใจคนฟังอย่างจัง รินรดารู้สึกเหมือนมีใครมาตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ เธอหันไปมองหญิงสาวในชุดแดงที่ยังยืนมองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสมเพชระคนขบขัน ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับคิรากรด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ "คุณอยากได้ยินคำไหนล่ะคะ? ความหึงหวงไร้เหตุผล หรือความเกลียดชังที่เริ่มกัดกินหัวใจฉัน?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้เขาบ้าง จนจมูกแทบจะชนกัน "ไม่ว่าจะเป็นอะไร คุณก็ได้รับสิ่งที่ต้องการแล้วไม่ใช่เหรอ? ความวุ่นวายในงานนี้... ความอับอายของฉัน... และชัยชนะของคุณที่ทำให้ฉันต้องแสดงกิริยาไม่เหมาะสมแบบนี้" คิรากรชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบลงชั่วพริบตา แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับรอยคลื่นบนผิวน้ำที่ถูกลมพัดผ่าน "ผมไม่เคยต้องการเห็นคุณอับอาย รินรดา คุณสำคัญกว่านั้นมาก" "สำคัญ... ในฐานะหมากตัวหนึ่งในเกมของคุณน่ะเหรอคะ?" เธอสวนกลับทันควัน ก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินจากไป ทว่าคิรากรกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มือของเขาใหญ่และแข็งแรงจนเธอไม่สามารถสะบัดออกได้ง่ายๆ "ไปไหน" เขาถาม เสียงนั้นไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นการออกคำสั่งที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ "ฉันจะไปที่ที่อากาศดีกว่านี้ ที่ที่ไม่มีกลิ่นของผู้หญิงคนอื่นติดอยู่ที่แขนเสื้อของคุณ!" ในวินาทีที่เธอกำลังจะสะบัดมือออกด้วยความโมโห เสียงประกาศบนเวทีก็ดังก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษสูงวัยผู้หนึ่งที่ก้าวขึ้นสู่เวทีท่ามกลางความเงียบงัน... เขาคือ 'นฤนาท' นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คู่ปรับตลอดกาลของคิรากร ผู้ซึ่งรินรดาทราบดีว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความล้มละลายของครอบครัวเธอเมื่อห้าปีก่อน นฤนาทจับไมโครโฟนแล้วยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ผู้ชม แต่จับจ้องตรงมาที่รินรดาและคิรากรที่กำลังยื้อยุดกันอยู่ "ค่ำคืนนี้ผมมีข่าวดีจะมาประกาศให้ทุกท่านทราบครับ" นฤนาทพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... คุณรินรดา หญิงสาวที่ผมเฝ้าติดตามความสำเร็จมาโดยตลอด การควบรวมกิจการครั้งใหญ่ของผมในครั้งนี้ จะไม่สามารถสำเร็จได้เลย หากขาดผู้ถือหุ้นหลักที่เป็นคนใกล้ชิดกับคุณที่สุด... เช่นเดียวกับคิรากรคนนี้" สิ้นคำพูดนั้น รินรดาชะงักค้าง มือที่กำลังสะบัดข้อมือคิรากรหลุดออกช้าๆ เธอหันไปมองคิรากรที่ยังคงยืนนิ่งสนิท ใบหน้าของเขาราบเรียบจนน่ากลัว ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความปฏิเสธ ความจริงที่เธอกลัวที่สุดค่อยๆ ปรากฏชัด... ความหึงหวงของเธอเมื่อครู่นี้กลายเป็นเรื่องตลกไปทันที เมื่อพบว่าตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง คือคนที่เธอเพิ่งจะยืนเถียงด้วยเมื่อครู่ "นั่นคือเรื่องโกหกใช่ไหมคะ คิน..." รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดเท่าที่เคยพูดมา คิรากรเพียงแค่หันไปมองนฤนาทบนเวที ก่อนจะหันกลับมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง "ในโลกธุรกิจ... ไม่มีคำว่าเรื่องโกหก มีแต่คำว่าใครจะเป็นผู้ชนะในตอนจบเท่านั้น รินรดา" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและเล่ห์กลครั้งนี้กับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%