“คุณคิน... เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วนะคะ” รินรดากระซิบ เสียงสั่นพร่าด้วยความตระหนกที่พุ่งขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
มือที่เคยโอบรัดเอวคอดกิ่วของคิรากรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะกระชับมันให้แน่นขึ้นจนร่างบางแทบจะฝังไปกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวของเขา—ที่หอมเย็นเยือกเหมือนป่าสนยามค่ำคืน—อบอวลอยู่รอบกายเธอจนน่าเวียนหัว คิรากรไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมสันแตะเข้าที่ข้างขมับของเธออย่างอุกอาจ
“แล้วยังไงคะ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูราบเรียบ ทว่าสั่นประสาทคนฟังจนแทบสิ้นสติ “กฎข้อไหนใน ‘Velvet Night’ ที่บอกว่าความลับต้องมีแค่เราสองคน?”
รินรดาขืนตัวออกพลางปัดมือเขาให้พ้นจากเอว สีหน้าของเธอยังคงเชิดหยิ่งแม้ในยามที่หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรัวศึก เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของเขาที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความบันเทิงใจ บรรยากาศภายในห้องวีไอพีสุดหรูของบาร์ลับแห่งนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันเสียงชั้นดี ทว่ารินรดารู้ดีว่านอกประตูบานนั้น มีสายตาของใครต่อใครในแวดวงเซเลบกำลังเฝ้าจับจ้อง
“กฎข้อที่ฉันเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อกี้ค่ะ... ว่าเราต้องหยุดเล่นเกมบ้าๆ นี่เสียที” รินรดาแค่นยิ้มพลางจัดเดรสผ้าไหมราคาแพงให้เข้าที่ ความพยายามในการตีตัวออกห่างของเธอชัดเจนเสียจนคิรากรหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
เขาขยับตัวก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว รินรดาจำต้องถอยหลังจนแผ่นหลังสัมผัสกับผนังเย็นเฉียบ เธอติดกับดักเขาอีกแล้ว
“ริน... คุณรู้อยู่เต็มอกว่าคนอย่างคิรากรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อที่เข้าตาหลุดมือไปง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเหยื่อตัวนั้นมีสายตาดื้อรั้นแบบคุณ” เขาโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ด้วยท่อนแขนทั้งสองข้างที่ยันผนังไว้ “คุณพยายามวิ่งหนี แต่ทิศทางที่คุณเลือก มันก็พาวนกลับมาที่เดิมเสมอ”
“ฉันไม่ใช่เหยื่อ และคุณก็ไม่ใช่คนล่า” รินรดาเชิดคางขึ้น แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “อย่าลืมสิคะว่าในโลกธุรกิจ คุณกับฉันก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญต้องโคจรมาเจอกันในงานแฟชั่นโชว์สัปดาห์หน้า”
คิรากรเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจคนมองสั่นไหว เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่กลับเอื้อมมือไปคว้าสร้อยคอเพชรเส้นหรูที่คอระหงของเธอ นิ้วหัวแม่มือลากไล้ผ่านผิวเนียนละเอียดช้าๆ ราวกับกำลังสำรวจอาณาเขตที่เขาหมายตาไว้ รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวที่เธอพยายามข่มไว้อย่างสุดความสามารถ
“งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะครับ” เสียงกระซิบของเขาชิดใบหู “ถ้าในงานแฟชั่นโชว์วันนั้น คุณยังมองมาที่ผมด้วยสายตาแบบนี้... ผมจะถือว่าคุณยอมรับคำเชิญชวนของผมอย่างเป็นทางการ”
“คำเชิญชวนอะไรคะ?” รินรดาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทั้งที่แก้มเนียนเริ่มขึ้นสีระเรื่อ
“คำเชิญชวนที่จะทำให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระบริษัทของครอบครัวไว้คนเดียวไงล่ะ... ผมรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ รินรดา”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงเข้ากลางใจ รินรดาชะงักไป ความมั่นใจที่เคยมีดูเหมือนจะสั่นคลอน เธอพยายามรักษาท่าทีนิ่งสงบเอาไว้ แต่คิรากรกลับมองทะลุผ่านหน้ากากแห่งความเย่อหยิ่งของเธอได้หมดสิ้น
“คุณมันปีศาจ” เธอพึมพำ
“ผมก็แค่ผู้ชายที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร” เขาตอบรับพลางขยับตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอเป็นอิสระจากวงแขนที่กักขัง “แล้วผมก็ต้องการให้คุณ... กลับมาหาผมโดยไม่ต้องมีเหตุผลอื่นใด นอกจากความต้องการของคุณเอง”
รินรดารีบผลักตัวออกจากรัศมีของเขา เดินตรงไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าเมื่อมือเอื้อมถึงลูกบิดประตู หัวใจเธอกลับหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อเสียงของคิรากรดังตามหลังมาอีกครั้ง
“อ้อ... เกือบลืมไป คนที่คุณกังวลว่าเขาจะเห็นเราน่ะ เขาอยู่หลังประตูบานนั้นตั้งนานแล้วนะครับ”
รินรดาชะงักค้าง มือที่จับลูกบิดสั่นสะท้าน เธอค่อยๆ หมุนเปิดประตูออกช้าๆ แสงไฟวับวาวจากภายในบาร์สาดเข้ามากระทบสายตา และร่างที่ยืนรออยู่ตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงักลงตรงนั้น
ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นคู่ปรับตลอดกาลในวงการนิตยสารที่จ้องจะเหยียบซ้ำเธอให้จมดิน กับชายหนุ่มอีกคนที่เธอเพิ่งตัดความสัมพันธ์ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน—ชายหนุ่มที่เป็นกุญแจสำคัญในแผนการฟื้นฟูบริษัทของเธอ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนในค่ำคืนนี้กับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 7
เกมไล่จับ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!