“ฉันไม่ได้จ้างคุณมาที่นี่เพื่อยืนทำหน้าซื่อเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนะคะ คุณคิน”
รินรดากระแทกแฟ้มงานลงบนโต๊ะทำงานกระจกบานใหญ่ เสียงดัง ‘ปัง’ ของมันไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีครีมตัวนุ่มสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงจิบกาแฟดำจากแก้วกระเบื้องพอร์ซเลนราคาแพงพลางปรายตามองเธอผ่านแว่นสายตากรอบทองที่เขาเพิ่งหยิบมาสวมเล่นๆ ราวกับจะกวนประสาท
“บรรณาธิการบริหารที่น่ารักของผม... การที่คุณเรียกผมมาที่ ‘Velvet Magazine’ ในวันเดดไลน์แบบนี้ มันแปลได้สองอย่างครับ” คิรากรวางแก้วกาแฟลงช้าๆ เสียงดังกริ๊กเบาๆ นั้นกลับฟังดูหนักแน่นและทรงพลังในความเงียบของออฟฟิศยามค่ำคืน “หนึ่งคือคุณอยากให้ผมเซ็นอนุมัติงบฉบับพิเศษ... หรือสอง คุณแค่หาเรื่องอยากอยู่ใกล้ผมสองต่อสอง”
รินรดาแค่นยิ้ม มือเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดงามชี้ไปที่กองเอกสาร “อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยค่ะ สิ่งที่ฉันต้องการคือความชัดเจนเรื่องสปอนเซอร์ในงานกาล่าปีนี้ ถ้าคุณยังมัวแต่ลีลา ฉันจะถือว่าข้อเสนอของคุณเป็นโมฆะ”
คิรากรลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดสีน้ำเงินเข้มขยับเข้ามาใกล้เธอโดยไม่มีทีท่าลุกลี้ลุกลน กลิ่นน้ำหอมบุรุษราคาแพงผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆ และความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศทำให้อากาศรอบตัวรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด เขาหยุดยืนซ้อนหลังเธอ ก้มลงไปกระซิบชิดใบหูจนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ
“งานกาล่า... หรือว่าเรื่องในรถลีมูซีนเมื่อคืนกันแน่ที่ทำให้คุณหงุดหงิดขนาดนี้ ริน?”
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้ขยับหนี แต่กลับหมุนเก้าอี้ทำงานของตัวเองกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาของเขาได้อย่างชัดเจน “เมื่อคืนมันก็แค่ธุรกิจค่ะ”
“ธุรกิจที่จบลงด้วยการที่ผมเกือบจะจูบคุณน่ะเหรอ?” คิรากรเลิกคิ้ว แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากสีแดงสดของเธอ “คุณเก่งเรื่องการใช้คำพูดปกปิดความรู้สึกตัวเองเสมอ แต่สายตาของคุณ... มันโกหกไม่เป็นเลยนะรินรดา”
มือหนาของเขาเอื้อมไปจับพนักพิงเก้าอี้ของเธอไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอเป็นคนคุมเกมมาตลอดในฐานะบรรณาธิการ แต่กับผู้ชายคนนี้ ทุกอย่างดูเหมือนจะหลุดมือไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจหรือแม้แต่... อารมณ์ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้
“ที่นี่ที่ทำงานนะคะ คุณคิน” เธอเตือน แม้เสียงจะเริ่มสั่น
“แล้วไงคะ? ผมเป็นเจ้าของตึกนี้... และในฐานะผู้ร่วมลงทุนนิตยสารเล่มนี้ ผมมีสิทธิ์ที่จะ ‘ตรวจสอบ’ บรรณาธิการของผมอย่างใกล้ชิดไม่ใช่หรือไง?”
เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ปลายจมูกเกือบสัมผัสกับแก้มเนียนใส รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสแผ่วเบาที่ปลายคางก่อนจะลืมตาขึ้นมองเขาด้วยความท้าทาย “ถ้าคุณคิดจะทำอะไรในออฟฟิศนี้... ก็อย่าหวังว่าฉันจะเป็นฝ่ายยอมให้คุณคุมเกมอยู่ฝ่ายเดียว”
รินรดาคว้าเนคไทผ้าไหมของเขาแล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนใบหน้าสวยสง่า เธอค่อยๆ เลื่อนมือจากเนคไทขึ้นไปสัมผัสปกคอเสื้อของเขาอย่างอ้อยอิ่ง ท่ามกลางความเงียบของชั้นดาดฟ้าที่ไร้ผู้คน ในห้องทำงานส่วนตัวที่กั้นด้วยกระจกฝ้าที่มองเห็นเพียงเงาเลือนรางของกันและกัน
“คุณเป็นคนเสนอตัวมาเองนะคิน ถ้าคุณคิดว่าคุณควบคุมทุกอย่างได้... ก็ลองพิสูจน์ดูสิคะ ว่าคุณมีดีแค่ไหน”
คิรากรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูอันตรายและเร่าร้อน เขาดึงร่างบางให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานกระจกหน้าต่างที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
“ระวังจะถอนตัวไม่ขึ้นนะคะแม่สาวไฮโซ” เขาขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของกันและกัน รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง
แต่ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูจังหวะถี่รัวก็ดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูพรวดเข้ามาของเลขาสาวหน้าตื่น
“คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ! มีคนส่งซองจดหมายปริศนามาที่โต๊ะประชาสัมพันธ์... ในนั้นมีรูปถ่ายของคุณกับคุณคินเมื่อคืนที่บาร์ลับ... แถมยังมีข้อความขู่ว่าถ้าไม่ยอมยกเลิกงานกาล่า รูปพวกนี้จะถูกส่งไปที่บอร์ดบริหารเช้าพรุ่งนี้ค่ะ!”
รินรดาผลักคิรากรออกห่างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอซีดเผือดเมื่อเลขาสาวยื่นรูปถ่ายใบหนึ่งให้ดู ในนั้นไม่ใช่แค่รูปที่พวกเขายืนใกล้กัน แต่มันคือรูปในมุมที่ดูเหมือนเธอกำลังกอดจูบกับคิรากรในที่มืดอย่างปิดบัง
คิรากรรับรูปนั้นมาดู ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกล้ำเส้น “ใครเป็นคนส่ง?”
“ไม่ทราบค่ะ... แต่ดูเหมือนเขาจะเฝ้ามองเราอยู่ตลอดเวลา” เลขาสาวพูดเสียงสั่น
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของพวกเขา... เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า ที่ผ่านมาเธอคิดว่าเธอเป็นนักล่าที่คุมเกมได้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว... ในเงาสะท้อนของกระจกเงาด้านหลังของคิรากร มีเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ในความมืดหน้าห้องทำงานของเธอกำลังถือกล้องถ่ายรูปที่เพิ่งลั่นชัตเตอร์ไปเมื่อครู่นี้เอง
“คุณคิน... เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วค่ะ” รินรดากระซิบ เสียงสั่นพร่าด้วยความตระหนกที่พุ่งขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ
ขอให้มีความสุขกับการติดตามความสัมพันธ์ที่อันตรายและเร่าร้อนในบทต่อไปนะคะ
ชฎาพรายไวน์แดง
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 6
ความลับในออฟฟิศ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!