บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 7

เบาะแสชิ้นสำคัญ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินอับชื้นแห่งนั้น เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของสารวัตรกรันต์ดังสะท้อนก้องไปกับหยดน้ำที่ร่วงหล่นจากเพดานปูนเปลือย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งมองวัตถุเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบ นิ้วมือเรียวยาวสวมถุงมือยางกำลังคีบชิ้นส่วนโลหะสีดำสนิทที่มีลวดลายอักขระโบราณสลักไว้อย่างประณีต มันคือ ‘เหรียญตราสำริดโบราณ’ ชิ้นที่สามที่พวกเขาเพิ่งขุดพบจากใต้ซากศพของเหยื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่รับผิดชอบ “รสา คุณแน่ใจนะว่าเจ้านี่มันไม่ใช่แค่เครื่องรางนำโชคดาษดื่นทั่วๆ ไป” กรันต์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของเขาเจือความเคร่งเครียดและระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด ขณะส่งสายตาไปยังหญิงสาวร่างบางที่กำลังนั่งยองๆ ขีดเขียนวงอักขระป้องกันอาคมลงบนพื้นผิวคอนกรีต รสาเงยหน้าขึ้นจากพื้น ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความตื่นเต้นปนกังวล เธอปัดเศษฝุ่นออกจากฝ่ามือเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงของสารวัตรหนุ่ม “ถ้ามันเป็นแค่เครื่องรางนำโชค คุณกรันต์คงไม่ต้องมานั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดแบบนี้หรอกค่ะ สารวัตรขา... ลองสังเกตลวดลายวนก้นหอยตรงขอบเหรียญดูสิคะ นั่นไม่ใช่ศิลปะร่วมสมัย แต่เป็นอักขระสายดำสายพันธุ์โบราณที่สูญหายไปจากบันทึกประวัติศาสตร์ไสยเวทมานานกว่าสองร้อยปีแล้ว” เธอยื่นมือไปหยิบแว่นขยายทรงกลมจากกระเป๋าเสื้อคลุมมาส่องดูใกล้ๆ รอยยิ้มบางๆ ที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของเธอเลือนหายไป แทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง “เหรียญชิ้นนี้ ชิ้นแรกที่สถานีตำรวจธนบุรี และชิ้นที่สองจากคดีริมคลองประเวศ ทุกชิ้นมีร่องรอยพลังงานวิญญาณตกค้างในความถี่เดียวกันเป๊ะๆ ค่ะ... เหมือนกับว่ามันถูกหล่อขึ้นมาจากเตาหลอมเดียวกัน และมีเป้าหมายบางอย่างที่น่ากลัวกว่าแค่การเอาชีวิตคน” กรันต์ถอนหายใจยาว ดวงตาคู่คมทอดมองเหรียญสำริดในมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้เขาจะเป็นนายตำรวจผู้ยึดมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์และกฎหมายบ้านเมือง แต่เหตุการณ์ประหลาดนับไม่ถ้วนตั้งแต่ก้าวเข้ามาพัวพันกับคดีนี้ รวมถึงระบบแจ้งเตือนปริศนาที่มักจะปรากฏขึ้นในยามวิกฤต ก็ทำให้เขาปฏิเสธความจริงอีกด้านของโลกใบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว “ถ้าทุกคดีถูกเชื่อมโยงด้วยวัตถุชิ้นนี้ นั่นหมายความว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับองค์กรหรือบุคคลลึกลับที่มีเจตนาวางแผนเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตรายย่อย” กรันต์วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประติดประต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน “และนั่นแปลว่า ช่องโหว่ในระบบการสืบสวนแบบเดิมๆ ของกรมตำรวจ จะทำให้เราตามหลังคนร้ายก้าวหนึ่งเสมอ” รสาพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นสมุนไพรเฉพาะตัวที่เธอพกติดตัวเสมอ “ถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้น... ทางเดียวที่เราจะรอดและกระชากหน้ากากไอ้ตัวการใหญ่ได้ เราต้องตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจขึ้นมาเอง แบบไม่เป็นทางการ” “ทีมเฉพาะกิจ?” กรันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ใช่ค่ะ!” รสายิ้มกว้างแววตาระยิบระยับด้วยความมั่นใจ “คุณมีอำนาจทางกฎหมายและฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ ส่วนฉันมีศาสตร์ไสยเวท แผนที่พลังงานวิญญาณ และเนตรทิพย์ที่สามารถมองทะลุภาพลวงตาได้ ถ้าเราเอาข้อดีของสองโลกมารวมกัน รับรองว่าต่อให้เป็น ‘ผู้ควบคุมเงาแห่งความตาย’ อะไรนั่น ก็ต้องมีหนาวๆ ร้อนๆ กันบ้างแหละค่ะ” ข้อเสนอของหญิงสาวดูบ้าบิ่นในสายตาของนายตำรวจผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย แต่ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย และไม่มีใครในกรมตำรวจที่พร้อมจะรับฟังเรื่องราวเหนือธรรมชาติเหล่านี้ กรันต์รู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการร่วมมือกับหมอผีสาวฝึกหัดจอมกวนประสาทผู้นี้ “ตกลง” กรันต์เอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่น พร้อมกับเก็บเหรียญสำริดลงในถุงเก็บหลักฐานสุญญากาศอย่างระมัดระวัง “เราจะตั้งทีมเฉพาะกิจเฉพาะกิจกิจเฉพาะกิจของเราขึ้นมา... เริ่มต้นจากคืนนี้” ทว่า ทันทีที่คำว่า ‘คืนนี้’ หลุดออกจากริมฝีปากของสารวัตรหนุ่ม อุณหภูมิภายในห้องใต้ดินกลับลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวโพลนในพริบตา เปลวไฟจากตะเกียงฉุกเฉินสั่นไวก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนโลหะกังวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของกรันต์และรสาพร้อมกัน หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ ความมืดรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นราวกับผืนน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป [แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบการลงทะเบียนทีมสืบสวนเฉพาะกิจ "ปราบวิญญาณ" อย่างไม่เป็นทางการสำเร็จ] [ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: วัตถุโบราณทั้งสามชิ้นถูกรวบรวมครบถ้วน ปฏิกิริยาเรโซแนนซ์กำลังเริ่มต้นขึ้น] [คำเตือนจากระบบระดับสูงสุด: สิ่งที่คุณกำลังถือครอง ไม่ใช่แค่หลักฐานในคดีฆาตกรรม... แต่มันคือ "กุญแจ" ปลุกผนึกประตูแดนสนธยาที่ถูกฝังมานานนับพันปี และตอนนี้... เจ้าของเดิมของมันกำลังเดินมาทวงคืนแล้ว!] รสาหน้าถอดสีทันที เธอกำด้ามมีดอาคมในกระเป๋าเสื้อแน่นจนข้อต่อกระดูกขาวโพลน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้จากทางบันไดทางลงห้องใต้ดิน “คุณกรันต์...” เสียงของรสาขาดห้วง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ฉันคิดว่า... เจ้าของเหรียญนี้ ไม่ได้มาแบบเป็นมิตรแล้วล่ะค่ะ” กรันต์ไม่ตอบคำถาม เขาดึงอาวุธปืนพกประจำกายออกจากซองช้าๆ ปลดเซฟอย่างมั่นคง ดวงตาคู่คมหรี่ลงจ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยสัญชาตญาณนักล่า แม้ความกลัวจะเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ความรับผิดชอบและหน้าที่ของนายตำรวจหนุ่มกลับพุ่งพล่านถึงขีดสุด ในความเงียบสงัด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเชื่องช้าดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เหมือนเสียงรองเท้าเหล็กกระทบพื้นปูนทีละก้าว ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาดำทมิฬรูปร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงบนผนังห้องใต้ดิน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่เงาดำดังกล่าวเงยศีรษะขึ้น พร้อมกับประกายตาสีแดงฉานคู่นั้นที่จ้องตรงมายังพวกเขาจากความมืดมิด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับและปริศนาอันลึกล้ำนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%