บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 6

กับดักวิญญาณ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินชื้นแฉะของป่าดิบชื้นตีเข้าจมูกจนรสานิ่วหน้า นัยน์ตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมเพ่งมองเงาร่างในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวออกมาจากม่านเงาไม้ บรรยากาศรอบตัวของนายตำรวจระดับสูงผู้เป็นเจ้านายของสารวัตรกรันต์ไม่ได้บ่งบอกถึงความอบอุ่นของการมาช่วยเหลือแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณระดับสูงที่ทำให้ปลายประสาทของเธอกรีดร้องเตือนภัย ดวงตาคู่นั้น... ว่างเปล่าราวกับเบ้าตาของซากศพที่ถูกควักเอาวิญญาณออกไปแล้ว เหลือไว้เพียงเปลือกนอกที่ถูกชักใยด้วยอาคมสายดำโบราณ "ถอยไป กรันต์!" รสาตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับสะบัดข้อมือซ้ายที่สวมกำไลกระดิ่งสำริดโบราณ เสียงกรังวานใสทุ้มต่ำดังขึ้นสะท้อนก้องในความเงียบเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้ม ทว่าทุกอย่างสายเกินไป ร่างสูงโปรดของสารวัตรหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบกลับพุ่งพรวดออกไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต สารวัตรกรันต์ในยามปกตินั้นรอบคอบและคำนวณทุกย่างก้าว แต่วินาทีนี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยโทสะและเงาอดีตที่ตามหลอกหลอน—ภาพของครอบครัวที่ถูกพรากไปในคืนเพลิงผลาญซ้อนทับเข้ามาในห้วงคำนึง จนเขาขาดความยับยั้งชั่งใจ "ท่านผู้บัญชาการ..." กรันต์กัดฟันกรอด มือหนาชักปืนพกประจำกายเล็งตรงไปยังเป้าหมายโดยไม่สนกฎระเบียบหรือยศถาบรรดาศักดิ์ "แกมัน... ตัวการในคืนนั้น!" *เปรี้ยง!* เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนกลับไม่เคยกระทบเป้าหมาย ร่างของนายตำรวจระดับสูงยกมือขึ้นช้าๆ ราวกับหุ่นกระบอกที่ขยับตามกลไก เส้นด้ายสีดำนับร้อยสายพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของอีกฝ่าย ถักทอเป็นตาข่ายอาคมสะท้อนกลับ (Rebound Hex) ที่มีความหนาแน่นสูงจนอากาศบิดเบี้ยว อาคมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโจมตี แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ "สะท้อนความแค้น" และ "จิตสังหาร" ของผู้ใช้กลับเข้าสู่ตัวเจ้าของร้อยเท่าพัน배! รสาเบิกตากว้างเมื่อเห็นกระแสพลังงานสีนิลย้อนกลับมาทางกรันต์ราวกับคลื่นสึนามิ หากพลังนั้นกระแทกเข้าใส่ร่างของสารวัตรหนุ่มผู้ไร้เกราะป้องกันทางไสยเวท วิญญาณของเขาคงแหลกสลายกลายเป็นผุยผง และสมองคงถูกแผดเผาจนกลายเป็นคนวิกลจริตไปตลอดกาล "สารวัตรบ้าเอ๊ย!" หมอผีสาวสบถออกมาอย่างลืมตัว ร่างเพรียวพุ่งทะยานเข้าขวางกลางอากาศอย่างไม่กลัวตาย มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของกรันต์กระชากให้ถอยร่น ส่วนมืออีกข้างควักยันต์กระดาษสาลงอักขระสีชาดสามแผ่นออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท สะบัดออกไปเบื้องหน้าพร้อมร่ายคาถากำกับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "โอม... ค่ายกลดารา ทลายเงาอสูร!" *ตูมมม!* แรงปะทะระหว่างอาคมสะท้อนกลับและยันต์กระดาษสาทำให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาล ใบไม้รอบบริเวณปลิวว่อน รากไม้ใต้ดินระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ รสาสำลักลิ่มเลือดออกมาคำโตเมื่อแรงสะท้อนส่วนหนึ่งทะลุผ่านเขตอาคมเข้ามาจู่โจมเส้นลมปราณของเธอ ร่างของหมอผีสาวทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดินชื้นแฉะ แต่แขนเรียวยังคงโอบประคองร่างของกรันต์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้เขาล้มลง สารวัตรหนุ่มกะพริบตาถี่ๆ สติที่เกือบหลุดลอยเพราะความโกรธค่อยๆ กลับคืนมา ภาพความทรงจำอันมืดมิดเลือนหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดจากฝ่ามือของหญิงสาวที่กำรอบแขนเขาไว้แน่น รสากำลังหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บภายใน กรันต์ก้มลงมองมือตนเองที่ยังกำปืนสั่นเทา ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววดุและเป็นห่วงเป็นใยในเวลาเดียวกัน "คุณ... บ้าหรือเปล่า?" รสาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบมีคราบเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อน "ถ้าคุณโดนอาคมสะท้อนกลับชุดนั้นเข้าไป สมองคุณคงกลายเป็นผักต้มไปแล้วนะคะสารวัตร... แล้วใครจะช่วยฉันไขคดีพวกนี้ล่ะฮึ?" น้ำเสียงกวนประสาทที่เจือความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังทำให้หัวใจที่ด้านชามานานของกรันต์กระตุกวูบ ความรู้สึกผิด ความซาบซึ้ง และความเคารพในตัวหมอผีสาวรุ่นน้องคนนี้หลอมรวมกันจนเกิดเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในใจของเขา กำแพงความไม่เชื่อถือที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองพังทลายลงในพริบตา "ผม..." กรันต์ขยับริมฝีปากที่แห้งผาก เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย "ขอบคุณ... และขอโทษครับ" "ไม่ต้องมาทำซึ้งตอนนี้เลยค่ะ!" รสาแกล้งทำเป็นเบะปากใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตเพียงใดก็ตาม "ลุกขึ้นมาได้แล้ว มือขวาของคุณเตรียมกระสุนเงินไว้หรือยัง? เพราะดูท่าทางแขกไม่ได้รับเชิญของเราจะไม่ยอมให้เราเดินกลับออกไปง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ" สิ้นเสียงของรสา ร่างในชุดสูทสีเข้มของนายตำรวจระดับสูงก็ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมาจากลำคอ เสียงนั้นเหมือนเสียงของคนหลายคนพูดประสานกันจนน่าขนลุก ดวงตาที่เคยว่างเปล่ากลับเริ่มมีเลือดสีดำไหลรินออกมาจากเบ้าตาช้าๆ เงาร่างนับสิบสายเริ่มขยับไหวหลุดออกมาจากพุ่มไม้รอบด้าน ปิดตายทุกเส้นทางถอย กรันต์สูดหายใจเข้าลึกๆ ความลังเลในแววตาถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขยิบกายลุกขึ้นยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับรสา มือหนาปลดเซฟปืนพกคู่ใจอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับบรรจุกระสุนอาคมที่รสาเคยส่งให้ลงในรังเพลิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เป็นเพียง "สารวัตรผู้จำใจเชื่อเรื่องงมงาย" กับ "หมอผีสาวจอมกวน" อีกต่อไปแล้ว แต่ในวินาทีนี้ พวกเขาคือ "สหายร่วมรบ" ที่พร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อฝ่าดงอาคมมรณะไปด้วยกัน "เอาล่ะครับ หมอ" กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่มั่นคง แววตาคมกริบกวาดมองรอบทิศทางอย่างรอบคอบ "ทางซ้ายผมจัดการ ทางขวา... ฝากคุณด้วยนะ" รซายิ้มรับมุมปาก แววตาสดใสประกายแสงวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอกระชับกำไลสำริดในมือแน่นจนเกิดเสียงกรังกังวานก้องป่า "รับทราบค่ะสารวัตร... วันนี้เรามาดูกันว่าอาคมโบราณกับกระสุนปืนสืบสวน อะไรมันจะแน่กว่ากัน!" ทันใดนั้น หน้าจอดิจิทัลสีฟ้าใสที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เด้งขึ้นมากลางอากาศตรงหน้าของรสาและกรันต์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทั้งคู่โดยพร้อมเพรียงกัน [แจ้งเตือนระบบภาระกิจ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS "ผู้ควบคุมเงาแห่งความตาย" กำลังปลุกเขตอาคมแดนสนธยา] [เงื่อนไขการเอาชีวิตรอด: ทำลายเสาหลักทั้งสามทิศภายในเวลา 10 นาที มิฉะนั้นวิญญาณของเป้าหมายทั้งสองจะถูกกลืนกินถาวร] [คำเตือนจากระบบ: ระวัง... สิ่งที่คุณเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็น] ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%