"ถ้าคุณยังก้าวเท้าซ้ายนำในเขตอาถรรพ์แบบนี้อีกก้าวเดียว ดิฉันจะเอาด้ายสายสิญจน์มัดข้อเท้าคุณติดไว้กับหลักกิโลเมตรจริงๆ ด้วยนะคะสารวัตร"
น้ำเสียงติดจะหยอกเย้าแต่แฝงแววเอาจริงดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของบรรยากาศยามวิกาล รสาปรายตามองชายหนุ่มในชุดสูทสากลที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างทะมัดทะแมง มือขวาของสารวัตรกรันต์ไม่ได้ถือปืนพกประจำกายเหมือนทุกครั้ง หากแต่กำลังถือเครื่องตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) ที่หน้าจอแสดงผลกระพริบถี่เป็นบ้าเป็นหลังจนน่ารำคาญ
กรันต์ถอนหายใจยาว พ่นไอเย็นออกจากปากในคืนที่อุณหภูมิลดฮวบอย่างไร้สาเหตุ เขารักษาสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัยของตำรวจมือหนึ่งผู้ไม่เคยเชื่อเรื่องงมงาย แม้ว่าเมื่อสิบนาทีที่แล้ว หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาเพิ่งจะแสดงข้อความเตือนระดับ SSS จากระบบปริศนาที่ยังหาที่มาไม่ได้——*[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการปลุกวิญญาณระดับอาถรรพ์ในรัศมี 10 เมตร... เป้าหมายกำลังเดินมาที่ห้องของคุณ]*——และตอนนี้ ห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ ในสถานีตำรวจก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อพวกเขาตัดสินใจขับรถพุ่งตรงมายัง "สุสานรกร้างท้ายเมือง" จุดศูนย์กลางของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ปิดไม่ลงเมื่อสามปีก่อน
"ผมเป็นตำรวจ ไม่ใช่นักเดินแบบแฟชั่นวีคล์ รสา เรื่องก้าวเท้าซ้ายขวาอะไรนั่นมันเป็นเรื่องของความเชื่อทางจิตวิทยามากกว่า..." กรันต์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ชายหนุ่มชูอุปกรณ์ในมือขึ้น "อีกอย่าง เครื่องวัดค่าสนามแม่เหล็กนี่ต่างหากที่เป็นวิทยาศาสตร์ ค่าพลังงานรอบตัวเราตอนนี้สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานร้อยเท่า มันต้องมีแผ่นดินไหวใต้ดินหรือการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติแถวนี้แน่ๆ"
รสาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่สดใสท่ามกลางซากปรักหักพังของป้ายหลุมศพหินอ่อนที่ผุกร่อน ทำให้บรรยากาศวังเวงดูผ่อนคลายลงไปบ้าง เธอก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงของสารวัตร ชายผ้าถุงซิ่นไหมโบราณที่เธอสวมใส่ไหวตามแรงลมรากับมีชีวิต ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนภายใต้เงาแสงจันทร์สลัว
"วิทยาศาสตร์เหรอคะ? งั้นลองอธิบายสิ่งนี้ให้ฟังหน่อยสิคะท่านสารวัตร"
รสาเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ข้อศอกของกรันต์เบาๆ แล้วผก6นิ้วชี้ไปยังความมืดเบื้องหน้า ห่างออกไปราวสิบเมตร ใต้ต้นไèoโบราณขนาดสามคนโอบ รากไม้สีดำคล้ำแผ่ขยายรากับเส้นเลือดฝอยที่กำลังเต้นตุบๆ และที่ตรงนั้น... มีเงาร่างสีเทาหม่นของใครบางคนกำลังยืนหันหลังให้พวกเขา ร่างนั้นสวมชุดนักศึกษาหญิงยุคเก่า กระโปรงพลีทสีดำยาวคลุมเข่า เส้นผมยาวสลวยปกคลุมแผ่นหลัง แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ ปลายเท้าของเฃากลับลอยเหนือพื้นดินอยู่ราวสองนิ้ว!
กรันต์ชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมบัติชิ้นสุดท้ายที่เขาสูญเสียไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อหลายปีก่อนยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจ ความรู้สึก "ไร้พลัง" ที่ไม่สามารถปกป้องใครไว้ได้กำลังตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เขาก้าวขึ้นไปยืนบังรสาไว้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งยกมือซ้ายส่งสัญญาณให้เธออยู่ข้างหลัง
"ถอยไปก่อน รสา ผมจัดการเอง" สารวัตรหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำ มือขวาละจากเครื่องมือวัดค่าพลังงานแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมหยิบวัตถุมงคลชิ้นเล็กๆ ที่รสายัดใส่มือก่อนออกจากรถ แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท แต่เขาก็เคารพกฎแห่งความปลอดภัยขั้นสูงสุด
"ใจเย็นๆ สิคะสารวัตร... มองให้ดีๆ สิคะว่าหล่อนไม่ได้มา "ร้าย" แต่หล่อนกำลัง "รอ"" รสาเอ่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของกรันต์สงบลงชั่วขณะ
รสาก้าวออกมาจากด้านหลัง เธอยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมกลางอากาศ ท่องคาถาบทสั้นๆ ที่มีสำเนียงภาษาโบราณก้องกังวานในความเงียบ ดวงวิญญาณเบื้องหน้าค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตากลมโตโหลลึกไร้แววตา แต่ริมฝีปากสีม่วงคล้ำกลับแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้น่ากลัว... แต่เต็มไปด้วยความโหยหาและเจ็บปวดรวดร้าว
"ช่วย... ด้วย..." เสียงแหบพร่ารากับกระดาษทรายถูกลากผ่านพื้นผิวไม้ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของดวงวิญญาณสาว "เขา... ฝังความจริง... ไว้ที่นี่..."
กรันต์ขมวดคิ้วมุ่น ความเป็นมืออาชีพด้านการสืบสวนถูกปลุกเร้า เขาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่เกรงกลัวความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระดูก "เธอคือใคร? นักศึกษาปีสามที่หายตัวไปเมื่อสามปีก่อน... เบญจวรรณ ใช่ไหม?"
ดวงวิญญาณพยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาสายเลือดไหลรินอาบแก้มทั้งสองข้าง ก่อนที่ร่างของหล่อนจะชี้มือไปยังหลุมศพไร้ชื่อที่อยู่ใกล้ที่สุด หลุมศพที่มีวัชพืชขึ้นรกเรื้อและมีร่องรอยการขุดคุ้ยใหม่ๆ ราวกับเพิ่งมีใครบางคนมาทำลับๆ ล่อๆ ที่นี่เมื่อไม่นานมานี้
รสาหันมามองหน้าสารวัตรหนุ่ม แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันที "ดูเหมือนว่าระบบเตือนภัยระดับ SSS ของคุณจะไม่ได้ทำงานผิดพลาดแล้วล่ะค่ะสารวัตร... และสิ่งที่เรากำลังจะขุดพบใต้หลุมศพนั้น อาจจะสั่นสะเทือนกรมตำรวจทั้งเมืองเลยทีเดียว"
กรันต์ก้มลงมองพลั่วสนามที่พกติดรถมาพร้อมกับเครื่องมือสืบสวน เขาพยักหน้าให้รสาอย่างรู้กัน แววตาของสารวัตรหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยว ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้ในความจริง ความมืดมิดของสุสานร้างแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนตายอีกต่อไป แต่มันคือสนามรบระหว่างความจริงกับความลับที่ถูกฝังกลบ
ทว่า... ในจังหวะที่กรันต์กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้หลุมศพเป้าหมายนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าเศษใบไม้แห้งกรอบก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ความถี่ของเสียงฝีเท้าบ่งบอกถึงการมาถึงของ "ใครบางคน" ที่รวดเร็วและจงใจเปิดเผยตัวตน
*กรอบแกรบ... กรอบแกรบ...*
"ดึกดื่นป่านนี้ ตำรวจยศใหญ่อย่างสารวัตรกรันต์ ถึงกับต้องมาขุดหลุมศพชาวบ้านด้วยตัวเองเลยหรือครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นจากความมืด รสาชะงักค้าง มือเรียวที่กำลังถือยันต์กระดาษพลันกำแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ ส่วนกรันต์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกหนสันหลังวาบที่บอกเขาว่า... งานนี้มีเงื่อนงำที่ลึกซึ้งกว่าที่คาดคิดไว้หลายร้อยเท่า
และก่อนที่สารวัตรหนุ่มจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างในชุดสูทสีเข้มของนายตำรวจระดับสูงผู้เป็นเจ้านายโดยตรงของเขาก็เดินก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ สิ้นเชิง!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับสารวัตรกรันต์และหมอผีสาวรสาในค่ำคืนนี้นะคะ
บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 5
ค่ำคืนในสุสานร้าง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!