คราบสีดำคล้ายน้ำมันเครื่องที่ซึมผ่านรอยต่อของกระเบื้องยาง ไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างที่วิญญาณอาฆาตทั่วไปควรจะเป็น แต่มันส่งกลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บสำนวนคดีเก่า—กลิ่นอายเฉพาะตัวที่สารวัตรกรันต์คุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นกาแฟยามเช้า
"ถอยไปค่ะสารวัตร อย่าเพิ่งเหยียบลงบนแนวเขตอักขระที่ดิฉันเพิ่งโปรยเกลือสำริดเด็ดขาด"
เสียงกระซิบเบาๆ แต่เฉียบขาดดังขึ้นพร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่เอื้อมมาดึงชายเสื้อสากของนายตำรวจหนุ่มไว้ทันท่วงที รสา, หมอผีสาวรุ่นใหม่ผู้สวมแจ็คเก็ตหนังสีเข้มทับชุดทำงานทะมัดทะแมง ย่อตัวลงต่ำ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงพิจารณาหยดของเหลวสีดำที่กำลังส่งเสียงฟู่เบาๆ คล้ายกรดกำลังกัดกร่อนพื้นผิวปูน
สถานีตำรวจภูธรเมืองภาคเหนือในยามวิกาลเช่นนี้ เงียบงันจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศ แต่ความเงียบสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องพัสดุชั้นใต้ดิน
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปเหยียบมันหรอกรสา..." กรันต์ถอนหายใจยาว แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจากเพดาน เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่เกิดจากการอดนอนมาหลายคืนติดต่อกัน "แต่ผู้หมวดชัยยศเพิ่งโทรศัพท์มารายงานจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิดเมื่อหนาวสั่นเมื่อครู่ ว่าเขาเห็น 'เงา' ของใครบางคนเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องเก็บหลักฐานคดีฆ่ายกครัวเมื่อสิบปีก่อน... ซึ่งเป็นคดีที่ปิดแฟ้มไปแล้ว และกุญแจดอกนั้น... อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของผม"
รสาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายวับด้วยความฉลาดเฉลียว เธอปัดเศษผงสมุนไพรสีชาออกจากฝ่ามือ "คดีเก่าที่ถูกปัดฝุ่น มักไม่ได้กลับมาเพราะความบังเอิญหรอกนะคะสารวัตร ไสยเวทสายดำที่ใช้คราบความอาฆาตเป็นสื่อนำทางแบบนี้ ต้องมี 'ตัวเชื่อม' หรือ 'สื่อกลาง' บางอย่างที่ถูกนำเข้ามาในเขตสถานีตำรวจโดยที่เราไม่รู้ตัว"
กรันต์ขบกรามแน่น สมองส่วนวิเคราะห์ของนายตำรวจผู้ยึดมั่นในเหตุผลพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมด "ห้องเก็บหลักฐานมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบคีย์การ์ด บันทึกการเข้า-ออกระบุชัดเจนว่าไม่มีใครเดินเข้าไปในช่วงสามชั่วโมงที่ผ่านมา ยกเว้น..."
"ยกเว้นพลังงานที่ไม่ได้มีสถานะเป็นมนุษย์เนื้อหนังมังساใช่ไหมคะ?" รساต่อประโยคให้เสร็จสรรพ พร้อมกับหยิบแผ่นยันต์กระดาษสาลงอักขระสีชาดขึ้นมาจากกระเป๋าคาดเอว "โชคดีนะคะที่ดิฉันเตรียมกระบองอาคมและผงปูนเสกสำหรับสถานการณ์ 'เจ้าหน้าที่ถูกคุกคามในเขตราชการ' มาเผื่อไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นคืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนเคเคาะสนิมคดีนี้กันแน่ๆ"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้นขึ้นจนกรันต์ต้องยกมือขึ้นแตะจมูก ขณะที่รสาขยับตัวยืนขึ้นอย่างระแวดระวัง สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นปูนเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังพยายามแทรกตัวขึ้นมาจากรอยแยกของธรณีประตู
"สารวัตรคะ... ทางซ้าย!"
รสาตะโกนเตือนพร้อมกับดีดตัวพุ่งเข้าประชิดร่างสูงของนายตำรวจหนุ่ม พร้อมกับตวัดแผ่นยันต์ในมือซัดออกไปกลางอากาศ เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ เผยให้เห็นเงาร่างสีดำทะมึนของนายตำรวจในเครื่องแบบยศเก่า ที่ยืนจังก้าอยู่ตรงมุมมืดทางเดิน ใบหน้าของร่างนั้นบิดเบี้ยว ดวงตาทั้งสองข้างกลาย เป็นหลุมลึกสีดำสนิทที่ไร้แววตา แต่กลับจ้องมองตรงมาที่กรันต์ด้วยความอาฆาตแค้นสุดขีด
"นั่น... หมวดนิกร?" กรันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม้จะผ่านเหตุการณ์ลี้ลับมาหลายครั้ง แต่การได้เห็นเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อนมายืนจ้องหน้าในสภาพนี้ ก็ยังคงสร้างความสะเทือนใจให้แก่ความทรงจำอันเจ็บปวดของเขา
"ไม่ใช่หมวดนิกรตัวจริงหรอกค่ะ!" รสาขยับเข้ามาบังหน้ากรันต์ไว้ครึ่งหนึ่ง มือเรียวกำด้ามกระบองไม้ระกำแกะสลักแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "นั่นคือ 'ร่างเงาตกค้าง' ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยอาคมสะกดวิญญาณ ใครบางคนกำลังใช้สถานีตำรวจแห่งนี้เป็นพิธีกรรม 'ดึงวิญญาณคนในเครื่องแบบ' เพื่อใช้เป็นหุ่นเชิด!"
เงาร่างนั้นส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ เสียงที่ดังก้องกังวานคล้ายเสียงโลหะเสียดสีกัน ก่อนที่มันจะพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือไหว แรงกดดันทางวิญญาณแผ่ขยายจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
กรันต์แม้จะไม่มีพลังไสยเวทติดตัว แต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและประสบการณ์การเผชิญหน้ากับคนร้ายในสถานการณ์คับขัน เขาไม่ลังเลที่จะคว้าตัวรสาให้หลบไปด้านข้าง พร้อมกับควักกระบอกไฟฉายแรงสูงส่องสว่างกระแทกเข้าที่ดวงตาของเงาดำนั้นเต็มแรง แสงไฟสีขาวนวลผสมผสานกับผงปูนเสกที่รสาโปรยตามสัญชาตญาณ ทำให้เงาร่างนั้นชะงักและกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"ฉลาดมากค่ะสารวัตร! ใช้แสงสะท้อนจากสบู่เลือดและผงจันทร์ขาวตัดกำลังมัน!" รสาไม่รอช้า เธอหมุนตัวควงกระบองไม้ระกำฟาดเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของเงาร่างนั้นอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นตามด้วยควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของภูตผี
ทว่า... เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของสถานีตำรวจกลับดังขึ้นแทรกเสียงกรีดร้องนั้น เสียงไซเรนแหลมสูงก้องกังวานไปทั่วทุกชั้น
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรันต์สั่นสะเทือนติดต่อกันไม่หยุดหย่อน หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ—ไม่ใช่ข้อความแจ้งเตือนผู้บุกรุกธรรมดา แต่เป็นรหัสฉุกเฉินระดับ SSS ที่ระบุว่า:
*[ตรวจพบการเข้าถึงแฟ้มคดีต้องห้าม "รหัส: เงาสีเลือด" จากเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายในห้องทำงานของสารวัตรกรันต์ ณ ขณะนี้]*
กรันต์ก้มมองหน้าจอด้วยความเย็นเยียบในอก ขณะที่รสาหันมาสบตาเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด เมื่อเงาร่างที่ควรจะถูกสยบลง กลับยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเจอมา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นจากลำโพงประกาศของสถานี—เสียงที่ไม่ได้มาจากเครื่องเสียง แต่มาจากบุคคลที่สามซึ่งกำลังเดินเข้ามาทางประตูหน้าของสถานีตำรวจในยามวิกาลนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันลึกล้ำนี้นะคะ
บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 8
เงาปริศนาในสถานีตำรวจ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!