บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 9

อดีตที่ยังหายใจ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"สารวัตร... ถ้าคุณยังจ้องรอยขีดบนกำแพงนั้นด้วยสายตาแบบเดิม มันคงลุกเป็นไฟขึ้นมาได้จริงๆ แน่ค่ะ" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เจือรอยระอาเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสืบสวนเก่าคร่ำครึ กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนในอากาศถูกแทนที่ด้วยกลิ่นจางๆ ของกำยานดอกโมกข์ รสาไม่ได้ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาทันที เธอเพียงแต่ยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองแผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้ดูห่อเหี่ยวและเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ต้นคอปูดโปーン สารวัตรกรันต์ไม่ได้หันกลับมามอง ใบหน้าด้านข้างของเขาซีดเผือด นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉายแววเฉียบคมยามวิเคราะห์คดี ตอนนี้กลับเบิกกว้างอย่างไร้จุดโฟกัส เบื้องหน้าของสารวัตรหนุ่มไม่ใช่ผนังปูนเปลือยธรรมดา หากแต่มันคือภาพซ้อนทับอันเลือนรางของเหตุการณ์เมื่อสี่ปี ภาพเงาสีดำทึบของเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ เสียงกรีดแหลมสูงของโลหะที่บิดเบี้ยว และที่เด่นชัดที่สุดคือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท เสียงของความไร้พลัง เสียงของคนที่ปกป้องใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว... ภรรยาและลูกชายตัวน้อย "มันไม่ใช่ภาพหลอนทางจิตวิทยาธรรมดาหรอกนะคะ..." รสาถอนหายใจเบาๆ เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างระมัดระวัง เธอรู้ดีว่าในยามที่จิตใจของคนเราแตกร้าวถึงขีดสุด ขอบเขตระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายจะบางเบาลงจนแทบมองไม่เห็น และไสยเวทสายมืดก็มักใช้ช่องโหว่นี้ในการกัดกินสติปัญญาของเหยื่อ "อาคมสายเงาโลหิตกำลังเกาะกินจิตใต้สำนึกของคุณ มันดึงเอาความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดขึ้นมาฉายซ้ำ เพื่อให้คุณยอมจำนนและมอบวิญญาณให้มันควบคุม... สารวัตร กรันต์คะ! มองหน้าฉันค่ะ!" กรันต์สะดุ้งเฮือกราวกับคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ร่างกายสูงใหญ่เซถอยหลังจนสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ไม้ล้มคว่ำลงไปเสียงดังสนั่น เขากระหอบหายใจรุนแรง เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองรสาด้วยความหวาดระแวงปนสับสน ราวกับสติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกล "เธอ... เธอไม่เข้าใจหรอก รสา" เสียงของกรันต์แหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้ชายที่แข็งกระด้างและยึดมั่นในกฎเกณฑ์ที่สุดในกรมตำรวจ ตอนนี้กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับเด็กหลงทางในพายุ "ฉันได้ยินเสียงพวกเขา... ฉันได้ยินเสียงลูกเรียกให้ช่วยจากกองเพลิงนั้นทุกคืน วันนี้... วันนี้ฉันเกือบจะเดินตามเงาพวกนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ" รสาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนที่ไร้สาระอย่าง "ทุกอย่างจะ ีเอง" เพราะในโลกของความจริงอันโหดร้ายและไสยเวทมืดมน คำพูดพวกนั้นเป็นเพียงลมปากที่ช่วยอะไรไม่ได้ เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นสกปรก หยิบด้ายสายสิญจน์สีแดงฉานที่ผ่านการปลุกเสกด้วยคาถาชำระจิตโบราณออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม "ฉันอาจจะไม่ได้สูญเสียครอบครัวแบบคุณ..." รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความสมเพชเวทนา มีเพียงความเข้าใจลึกซึ้งและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า "แต่ฉันรู้ว่าความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดมันหนักหนาแค่ไหน... คุณแบกความตายของพวกเขาไว้บนบ่าเพื่อลงโทษตัวเองมาสี่ปีแล้วนะคะ สารวัตร" กรันต์นิ่งงัด สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "ถ้าคุณอยากให้พวกเขาไปสู่สุคติจริงๆ คุณต้องเลิกใช้ความรู้สึกผิดเป็นโซ่ตรวนล่ามวิญญาณพวกเขาไว้ในใจของคุณเองค่ะ!" รสาพูดเสียงเฉียบขาด มือเรียวคว้าข้อมือหนาของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะทันปฏิเสธ เธอบรรจงผูกด้ายสายสิญจน์สีแดงลงบนข้อมือแกร่งของสารวัตรหนุ่ม พร้อมกับท่องคาถาบทสั้นแตบทรงพลังด้วยน้ำเสียงกังวาน *“นะ โม พุท ธา ยะ... คืนความทรงจำสู่ความสงบ คืนวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ สิ้นสุดพันธนาการแห่งความมืดมิด”* สิ้นเสียงกระซิบของรสา แสงสีทองเรืองรองจางๆ ก็วาบขึ้นรอบข้อมือของกรันต์ ความเย็นเยียบที่เคยเกาะกุมหัวใจของเขามานานนับปีพลันมลายหายไปราวกับหมอกควัน ภาพหลอนของกองเพลิงและเสียงกรีดร้องค่อยๆ เลือนรางลง ทว่าในขณะเดียวกัน ความทรงจำที่งดงาม รอยยิ้มสุดท้ายของภรรยา และเสียงหัวเราะของลูกชาย กลับแจ่มชัดขึ้นมาในใจ... แต่มันไม่ใช่ความทรงจำที่บาดลึกอีกต่อไป หากแต่มันกลายเป็นพลังงานอุ่นวาซที่โอบอุ้มหัวใจเขาไว้ กรันต์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความรู้สึกโล่งเบาแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับภูเขาที่กดทับอกถูกยกออกไปจนหมดสิ้น "ขอบคุณ... รสา" เสียงของเขากลับมาหนักแน่นขึ้น แม้จะยังมีความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้างก็ตาม รสาปัดฝุ่นตามเข่าตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับของเธอ "ไม่ต้องมาซาบซึ้งหรอกค่ะสารวัตร เก็บแรงไว้ไปลุยงานต่อดีกว่า เพราะดูเหมือนว่า... ปัญหาตัวจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก" ยังไม่ทันที่กรันต์จะได้เอ่ยถาม ประตูไม้บานเก่าของห้องสืบสวนก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงลมประหลาด ทั้งที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพและดินอาถรรพ์โชยเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสจนน่าคลื่นไส้ เปลวไฟจากตะเกียงบนโต๊ะทำงานเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตในพริบตา บนโต๊ะไม้ตัวเดิม ท่ามกลางความมืดที่แผ่ขยายเข้ามา เอกสารคดีลับที่เคยว่างเปล่า กลับมีรอยหมึกสีดำสนิทค่อยๆ ซึมทะลุขึ้นมาจากกระดาษทีละตัวอักษร ราวกับมีใครบางคนกำลังเขียนมันขึ้นมาจากเบื้องล่าง และข้อความสุดท้ายที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาสะกดสายตาของทั้งคู่ ก็คือชื่อของสารวัตรกรันต์... พร้อมกับคำเตือนจากเบื้องบนที่สั่นคลอนทุกระบบการป้องกัน *<แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเข้าสู่เขตพื้นที่รับผิดชอบ ผู้บงการเบื้องหลังคดีเงาโลหิตไม่ใช่ภูตผีทั่วไป... แต่เป็น "ผู้สืบทอดแห่งสภาความตาย" ที่ท่านเคยรู้จักดี>* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันลึกล้ำนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%