"กลิ่นแบบนี้... ไม่ใช่กลิ่นธูปบูชาบรรพบุรุษแน่นอนค่ะสารวัตร"
รสาโน้มตัวลงต่ำ ปลายเรียวเล็บแตะสัมผัสคราบสีดำสนิทที่เกรอะกรังอยู่บนพื้นคอนกรีตเปลือยของตึกร้างใจกลางเมือง ไอร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากรอยแยกของพื้นตึกทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง แม้ภายนอกโครงสร้างเหล็กและปูนซีเมนต์แปดชั้นแห่งนี้จะดูเหมือนซากปรักหักพังที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ แต่ร่องรอยการเดินกระแสพลังงานทางไสยเวทที่ยังคงสดใหม่ กลับฟ้องชัดเจนว่าที่นี่คือ "รังใหญ่" ของผู้ใช้วิชามืดสายดำที่พวกเขาตามล่ามานานหลายสัปดาห์
สารวัตรกรันต์ยืนนิ่งสงบ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดสลัวเบื้องหน้า มือขวาขยับกระชับด้ามปืนพกประจำกายในซองหนังอย่างคุ้นชิน แม้เขาจะเป็นนายตำรวจยศใหญ่ผู้ยึดมั่นในกฎหมายและหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด แต่ประสบการณ์เฉียดตายจากคดีไสยเวทในอดีตก็สอนให้เขารู้ว่า โลกใบนี้มีมุมมืดที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง และบางครั้ง... เหล็กกล้าก็ไร้ความหมายหากปราศจากปัญญาและการป้องกันที่ถูกต้อง
"คุณมั่นใจนะรสา ว่าอาคมสะกดรอยที่เราวางไว้เมื่อสามวันก่อนจะไม่ถูกตรวจพบ" กรันต์เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องไปที่บันไดวนเบื้องหน้าที่ทอดตัวขึ้นสู่ความมืดทึบชั้นบน
"ระดับฉันเสียอย่าง ไม่มีทางพลาดหรอกค่ะสารวัตร" รสาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกวนประสาทมาให้บางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนแม้ในสถานการณ์วิกฤต "แต่อย่าประมาทเชียว อาคมสายดำที่พวกมันใช้บูชา ‘ท้าวพญาเงื้อมเงา’ เป็นวิชาสายเลือดที่ดึงพลังด้านลบของคนเมืองมาหล่อเลี้ยง ยิ่งตึกนี้ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่มีความโลภและความเครียดของผู้คนสะสมหนาแน่นเท่าไหร่ พลังของพวกมันก็ยิ่งฟื้นตัวเร็วขึ้นเท่านั้นนะคะ"
คำเตือนนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาหนักขึ้นทันตาเห็น กรันต์พยักหน้ารับช้าๆ เขาเข้าใจโครงสร้างพลังงานนี้ดีจากตำราที่รสาเคยเคี่ยวเข็ญให้ท่องจำ การสืบสวนคดีลี้ลับไม่ใช่แค่การไล่จับคนร้าย แต่เป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่เดิมพันด้วยชีวิต การคำนวณทิศทางลม การไหลเวียนของกระแสลมปราณ และการเตรียมยันต์คุ้ม
ทั้งสองก้าวเท้าเดินเคียงคู่กันขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหยดน้ำจากเพดานที่ดังสะท้อนก้องกังวาน
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นที่ห้า ซึ่งเป็นโถงกว้างโล่งไร้ผนัง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสุนัขป่าและสารเคมีบางอย่างก็พุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างรุนแรง รสาชะงักฝีเท้า ยื่นมือมาแตะแขนเสื้อของสารวัตรหนุ่มเป็นสัญญาณเตือนให้หยุดนิ่ง
เบื้องหน้าพวกเขาคือวงอักขระโบราณขนาดใหญ่ที่สลักลงบนพื้นปูนด้วยโลหิตสดๆ ตรงใจกลางวงอักขระมีร่างของเงาดำร่างหนึ่งกำลังคุกเข่าหันหลังให้ ร่างนั้นสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่างที่ดึงดูดพลังชีวิตออกไปจากร่าง
"นั่นไม่ใช่แค่วิชามืดธรรมดา..." รสากระซิบเสียงเครียด สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "มันคือพิธี 'กลืนวิญญาณ' เพื่อต่ออายุขัยและดึงเอาอาคมของเหยื่อรายก่อนหน้ามาเป็นของตนเอง ระวังตัวนะคะสารวัตร คนๆ นั้นไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว"
กรันต์ไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ร่างเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ สายตาจดจ่ออยู่ที่การขยับตัวของเป้าหมายเพื่อหาจังหวะเข้าชาร์จตามยุทธวิธีที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน แต่ทว่า ในวินาทีที่นิ้วชี้กำลังจะแตะไกปืน ร่างที่เคยคุกเข่าอยู่กลับหยุดชะงัก
ศีรษะของร่างนั้นค่อยๆ บิดหมุนกลับมาด้านหลังถึงหนึ่งร้อยแปดสิบองศาด้วยมุมที่มนุษย์ปกติไม่มีวันทำได้ ดวงตาทั้งคู่กลายเป็นสีดำสนิทไม่มีตาขาว และริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหูก็เอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาด้วยภาษาโบราณที่สั่นสะเทือนแก้วหู
"พวกแก... มาช้าไปก้าวเดียว..."
สิ้นเสียงนั้น อักขระสีแดงฉานบนพื้นก็ระเบิดแสงวาบขึ้นพร้อมกับแรงดันอากาศมหาศาลที่ซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยหลัง รสาคว้้ายันต์คุ้มภัยออกจากกระเป๋าคาดเอวอย่างรวดเร็ว สะบัดข้อมือส่งแผ่นยันต์พุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นเพื่อปกป้องสารวัตรกรันต์ที่กำลังเสียหลัก
"สารวัตร! ตั้งสติค่ะ! มันไม่ใช่คน แต่มันคือร่างทรงที่ถูกยึดครองสมบูรณ์แล้ว!" รสาตะโกนแข่งกับเสียงคำรามก้องของพลังงานลึกลับที่กำลังก่อตัวเป็นรูปเงาสัตว์อสูรขนาดยักษ์กลางตึกร้าง
กรันต์กัดฟันกรอด ยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้แรงกระแทกจะทำให้ซี่โครงร้าว แต่สายตาของเขากลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความมุ่งมั่นของนายตำรวจผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อความอยุติธรรม เขาดึงยันต์คุ้มครองอีกแผ่นที่รสาเคยให้ไว้มาประกบเข้ากับกระบอกปืน เล็งตรงไปยังจุดอ่อนตรงกลางหน้าอกของร่างทรงทันที
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ม่านควันสีดำจางลงพร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างที่สาม ซึ่งก้าวออกมาจากเสาปูนด้านหลังด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น รสาและกรันต์ต่างก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ศัตรูหน้าไหน แต่เป็น... ผู้กองวิชาญ นายตำรวจสนิทผู้หายตัวไปเมื่อสามวันก่อน พร้อมกับแฟ้มลับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่พวกเขากำลังตามหา
"เสียใจด้วยนะ... ที่พวกคุณดันฉลาดเกินไปจนรู้ความจริงเข้า" เสียงของผู้กองวิชาญเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่แหบพร่าและซ้อนทับกันหลายเสียง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเช่นเดียวกับร่างทรงเบื้องหน้า
ปิ๊ป! เสียงแจ้งเตือนจากระบบนาฬิกาข้อมือของรสาและแผงควบคุมสืบสวนของสารวัตรดังขึ้นพร้อมกันอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบระดับภัยคุกคาม ระดับ SSS — "กับดักแห่งความทรงจำและพันธสัญญาเลือด" เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันลึกล้ำนี้นะคะ
บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 10
เบื้องหลังตึกร้างกลางเมือง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!