บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 15

มิตรภาพท่ามกลางความหลอน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่ตามปลายนิ้วของสารวัตรกรันต์ไม่ได้จางหายไปง่ายๆ แม้ว่าพวกเขาจะชำระล้างร่างกายจากคดีอาถรรพ์ในโกดังร้างเมื่อสามชั่วโมงก่อนแล้วก็ตาม กลิ่นอายของธูปโบราณและยางไม้สนยังคงติดจมูก ชวนให้หวนนึกถึงความกดดันที่เพิ่งผ่านพ้นมา รสาเปิดประตูห้องพักขนาดกะทัดรัดของเธอพร้อมกับวางถ้วยเซรามิกสองใบที่มีไอร้อนพวยพุ่งลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย "ชาคาโมมายล์ผสมดอกเก๊กฮวยค่ะ ช่วยขับพิษร้อนในเส้นลมปราณและทำให้ประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง อย่าทำหน้าเคร่งเครียดแบบนั้นสิคะสารวัตร คดีนี้เราปิดฉีดยาถอนพิษวิญญาณได้ทันเวลาแบบเฉียดฉิว ถือว่าทำผลงานได้ดีเยี่ยมแล้วนะคะ" รสาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นใสวาววับขึ้นด้วยประกายขบขันเล็กๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าระเบียบจัด กำลังนั่งตัวตรงแหน่วราวกับกำลังทำรายงานสรุปคดีให้ผู้บัญชาการฟัง แม้ในยามพักผ่อน กรันต์ถอนหายใจยาว แว่นตาทรงเหลี่ยมถูกถอดออกวางไว้ข้างถ้วยชา นิ้วเรียวยาวนวดคลึงหว่างคิ้วที่ย่นเข้าหากันเป็นปมเพื่อบรรเทาอาการไมเกรนที่มักจะเล่นงานทุกครั้งหลังเผชิญหน้ากับพลังงานลบหนาแน่น "ผมไม่ได้เครียดเรื่องคดี... แต่กำลังคิดถึงบันทึกเก่าของกรมตำรวจที่ผมเพิ่งเปิดอ่านเมื่อคืน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านไออุ่นของชาในถ้วย "เรื่องราวของไสยเวทกับคดีฆาตกรรมในอดีต มันมีรูปแบบที่ซ้ำรอยอย่างน่าประหลาด... เหมือนกับว่าโลกที่เรามองไม่เห็นกำลังพยายามส่งสารอะไรบางอย่าง ที่คนธรรมดาอย่างพวกเราปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป" รสะเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น มือเรียวประคองถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ ปล่อยให้ความเงียบสงบทำหน้าที่โอบ "สารวัตรยังยึดติดกับกรอบของเหตุผลทางโลกอยู่สินะคะ... จริงๆ แล้ว โลกฝั่งนั้นกับฝั่งนี้ไม่ได้แยกขาดจากกันหรอกค่ะ มันก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน เพียงแต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะมองแค่ด้านที่เรียบเนียน แล้วหวาดกลัวด้านที่เป็นรอยขรุขระ... เหมือนกับแผลในใจของสารวัตรนั่นแหละค่ะ" คำพูดนั้นทำให้กรันต์ชะงัก ดวงตาคมตวัดกลับมามองคู่สนทนาอย่างไม่คาดคิด รสายังคงมีสีหน้านิ่งสงบ ไม่ได้มีแววตาล้อเล่นเหมือนทุกที "คุณหมายถึงอะไร..." กรันต์ถามเสียงแผ่ว "ฉันเห็นแฟ้มคดีส่วนตัวที่ท่านสารวัตรเก็บไว้ในลิ้นชักล็อกกุญแจค่ะ... อุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน ที่พรากครอบครัวไปในคืนวันเพ็ญเดือนห้า" รสาพูดตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลไร้ซึ่งการจับผิด "รอยธูปโบราณที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุวันนั้น ไม่ใช่รอยอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจรธรรมดาใช่ไหมคะ? แต่มันคือพิธีกรรมสะกดวิญญาณขั้นสูง... และนั่นคือเหตุผลที่สารวัตรเลือกก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนักสืบสายดาร์กนี้ เพื่อตามหาความจริงที่กฎหมายปกติเอื้อมไม่ถึง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักชั่วขณะ มีเพียงเสียงกาน้ำร้อนเดือดปุดๆ และเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ กรันต์หลุบตาลงมองเงาสะท้อนของตัวเองในถ้วยชา ความลับที่เก็บงำไว้เป็นเกราะป้องกันจิตใจมาตลอดหลายปี ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายด้วยสัญชาตญาณและความเข้าใจอันลึกซึ้งของหญิงสาวตรงหน้า รสาไม่ได้พูดปลอบใจด้วยคำพูดสวยหรูไร้แก่นสาร เธอเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนั้นร่วมกับเขาผ่านสายตาที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ "คุณนี่... รู้มากเกินไปแล้วนะรสา" กรันต์พ่นลมหายใจออกทางจมูก มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่ลดความน่ากลัวและเพิ่มเสน่ห์ให้อีกฝ่ายใจเต้นแปลกๆ "ผมแค่ไม่อยากให้ใครต้องตายฟรีด้วยเรื่องงมงายพวกนี้อีก" "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องร่วมมือกันค่ะ" รสายื่นมือเรียวออกไปเคาะเบาๆ ที่โต๊ะไม้ตรงกลาง "คุณมีสมองระดับอัจฉริยะที่วิเคราะห์โครงสร้างคดีได้อย่างไร้ที่ติ ส่วนฉันมีวิชาอาคมและสัญชาตญาณในการแกะรอยพลังงานวิญญาณ... เราต่างก็เป็นเศษจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปของกันและกันนะคะ สารวัตรไม่ได้ตัวคนเดียวบนเส้นทางสายนี้อีกต่อไปแล้วค่ะ" ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานของนายตำรวจหนุ่ม กรันต์พยักหน้ารับช้าๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการไล่ล่าวิญญาณร้ายถูกชำระล้างจนเบาบางลง มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางควันธูปและกลิ่นอายความตายนี้ ช่างมั่นคงและทรงพลังยิ่งกว่าเกราะป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น... ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยอบอุ่นด้วยไออุ่นของชาคาโมมายล์ ก็พลันเยือกเย็นลงจนติดลบในพริบตา แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนคุ้นเคยจากระบบปริศนาดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทั้งคู่ หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไร้ที่มา พร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นระริก [แจ้งเตือนระบบภารกิจเร่งด่วน: ระดับ SSS - "เงาพรากวิญญาณในรัตติกาล"] [เงื่อนไขพิเศษ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานระดับภัยพิบัติ กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พิกัดปัจจุบันในรัศมี 50 เมตร] [คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายไม่ใช่ภูตผีทั่วไป แต่คือ "ผู้ควบคุมวิญญาณโบราณ" ที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อนโดยตรง... และพวกมัน กำลังยืนรออยู่หน้าประตูห้องพักของคุณแล้วค่ะ] กรันต์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือแกร่งตวัดชักปืนพกประจำกายออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบรรจุกระสุนอาคมพิเศษที่รสาเพิ่งมอบให้เมื่อวาน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประตูไม้หน้าห้อง ซึ่งปรากฏเงาสودดำทึบขนาดใหญ่ทาบทับลงบนบานกระจกฝ้า พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งที่ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัด... "ดูเหมือนว่าความลับจากอดีต... จะทนรอให้เราพักผ่อนไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ สารวัตร" รสาเอ่ยเสียงกระซิบเบาหวิว ชักกริชโบราณออกจากฝัก ประกายแสงสีทองจางๆ วับวามอยู่ในความมืดมิด โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับพวกเขานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%