กลิ่นอับของกระดาษโบราณและคราบฝุ่นเกาะหนาเตอะในห้องเก็บสมุดของโรงพยาบาลชุมชนเก่าแก่ ชวนให้สารวัตรกรันต์ต้องยกมือขึ้นปัดจมูกเบาๆ แม้ว่าเขาจะเป็นคนประเภทที่เชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์และข้อเท็จจริงทางนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าสิ่งลี้ลับ แต่ความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องเก็บเวชระเบียนใต้ถุนอาคารหลังเก่านี้ ก็ทำให้สันหลังของนายตำรวจหนุ่มผู้เคร่งครัดอดรู้สึกเยียบเย็นไม่ได้
"คุณสารวัตรคะ ถ้ามัวแต่ยืนทำหน้าเคร่งเครียดเป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนั้น วิญญาณของเหยื่อคงไม่ยอมโผล่มาเล่าความจริงให้ฟังหรอกนะคะ"
เสียงใสๆ ติดจะขี้เล่นของรสา ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ หมอผีสาวในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีครีมทับเสื้อยืดเรียบง่าย กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวเปิดแฟ้มประวัติผู้ป่วยเก่าแก่ที่ฝุ่นเขรอะด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของเธอพราวระยับด้วยประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็น ผสมผสานกับความเอาจริงเอาจังยามที่ต้องสืบหาเบาะแสทางไสยเวท
"ผมแค่นึกทบทวนรายงานการชันสูตรศพของเหยื่อรายแรก..." กรันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "ร่องรอยการดึงวิญญาณออกจากร่างไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ รอยแผลไหม้รูปวงกลมที่กลางหน้าอกนั่น มีระเบียบแบบแผนทางเรขาคณิตที่แม่นยำเกินกว่าจะเป็นฝีมือของฆาตกรโรคจิตทั่วไป"
รสาละสายตาจากแฟ้มในมือ หันมามองคู่หูหนุ่มด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความชื่นชม "ถูกต้องแล้วค่ะ สารวัตร... คนร้ายไม่ได้แค่ฆ่า แต่เขากำลังทำ 'พิธีกรรมสะกดเงา' เพื่อดึงเอาพลังชีวิตและเศษเสี้ยววิญญาณบริสุทธิ์ไปต่ออายุขัยของตัวเอง แต่ปัญหาคือ ตำราโบราณที่ฉันเคยศึกษามาบอกว่า พิธีนี้มีข้อจำกัดที่เปราะบางที่สุดซ่อนอยู่... และบ้านของเหยื่อรายแรก คือกุญแจสำคัญที่จะไขความลับนั้นค่ะ"
รถกระบะมือสองของสารวัตรกรันต์แล่นมาจอดสนิทหน้าบ้านไม้สักทองทรงไทยโบราณที่ตั้งอยู่ปลายนา บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม แสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องสีส้มอมแดงอาบไล่ตัวบ้านหลังเก่า ยิ่งขับเน้นให้สถานที่แห่งนี้ดูโดดเดี่ยวและเวิ้งว้างอย่างประหลาด
หญิงชราเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นป้าแท้ๆ ของเหยื่อรายแรก ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยแววตาที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของความโศกเศร้า รสาเป็นฝ่ายเดินเข้าไปประคองแขนเหี่ยวย่นนั้นอย่างนุ่มนวล พร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นที่ช่วยคลายความหวาดระแวงของหญิงสูงวัยลงได้ทันที
"คุณป้าคะ พวกเรามาจากกองบังคับการ... อยากจะขออนุญาตเข้ามาดูห้องนอนของน้องผู้เคราะห์ร้ายสักครู่ได้ไหมคะ เผื่อจะมีสิ่งของบางอย่างที่ตกหล่นและเชื่อมโยงกับคดีได้" รสาเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงสุภาพและจริงใจ
หญิงชราพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะพาพวกเขาทั้งสองเดินขึ้นบันไดไม้ลั่นเอี๊ยดอาดสู่ชั้นสอง
ภายในห้องนอนของเหยื่อรายแรก ทุกอย่างยังคงถูกจัดวางไว้ในสภาพเดิม ราวกับเจ้าของห้องเพียงแค่กาลักน้ำไปชั่วคราวแล้วยังไม่ได้กลับมา กรันต์กวาดสายตาวิเคราะห์ทุกตารางนิ้วอย่างรอบคอบตามสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มือหนาสวมถุงมือยางหยิบจับกรอบรูป ข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะหนังสือ แต่ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
ในขณะเดียวกัน รสากลับเดินตรงไปที่หน้าต่างไม้ซึ่งเปิดรับลมเย็น เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นไม้ขัดมัน หลับตาลงช้าๆ แล้วท่องคาถากำหนดจิตเพื่อสื่อสารกับพลังงานตกค้างที่ยังหลงเหลือในสถานที่แห่งความทรงจำนี้
"สารวัตรคะ... มาดูนี่สิคะ" รสาเอ่ยเรียกเบาๆ แต่มีอำนาจดึงดูดประหลาด
กรันต์รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ หญิงสาวชี้ไปยังรอยขูดขีดจางๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบหน้าต่างไม้ รอยนั้นลึกและเรียงตัวเป็นอักษรโบราณที่เขาจำได้แม่นจากแฟ้มคดี
"รอยอักขระ... แต่มันไม่สมบูรณ์" กรันต์ขมวดคิ้วมุ่น "เหมือนกับว่าคนร้ายเขียนมันไม่เสร็จ"
"ไม่ใช่ค่ะ!" รสาส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความตื่นเต้น "นี่คือ 'จุดอ่อน' ของพิธีกรรมที่คนร้ายกำลังทำต่างหากล่ะคะ สารวัตร... พิธีสะกดเงาจำเป็นต้องอาศัย 'พลังใจที่บริสุทธิ์และยินยอมพร้อมใจ' หรืออย่างน้อยที่สุดคือความผูกพันที่ยังตัดไม่ขาดในสถานที่ที่เหยื่อมีความทรงจำฝังใจที่สุด แต่เด็กคนนี้... เขามี 'ความกล้าหาญ' ที่ขัดขืนในวินาทีสุดท้าย ทำให้รอยอักขระนี้สะท้อนกลับ!"
หมอผีสาวลุกขึ้นยืน นัยน์ตาคมกริบมองสบตากับนายตำรวจหนุ่มอย่างรู้ทันความคิดของกันและกัน "นั่นหมายความว่า คนร้ายไม่สามารถทำพิธีนี้กับใครก็ได้ตามใจชอบ เหยื่อทุกรายจะต้องมีความเชื่อมโยงทางสายเลือด หรือมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับ 'ผู้ทำพิธี' ในอดีต... และที่สำคัญที่สุด พิธีกรรมนี้มี 'ระยะเวลาจำกัด' หากพลังงานจากเหยื่อรายแรกเริ่มเสื่อมสลาย คนร้ายจะต้องรีบหาเหยื่อรายที่สี่เพื่อต่ออายุขัยทันที!"
กรันต์สูดหายใจเข้าลึก สมองอันชาญฉลาดเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ "ถ้าเงื่อนไขเป็นแบบนั้น... แปลว่ารายชื่อผู้สูญหายทั้งหมดในรอบสามปีนี้ไม่ได้สุ่มเลือก แต่มีรูปแบบความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับตระกูลใดตระกูลหนึ่งอย่างแน่นอน และเป้าหมายต่อไปของมัน..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของสารวัตรกรันต์ก็แผדเสียงดังลั่นทำลายความเงียบงันของห้องนอนเก่าๆ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากกองกำกับการสืบสวนด้วยความเร่งด่วน
กรันต์กดรับสาย ใบหน้าคมเข้มที่เคยนิ่งสงบกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินรายงานจากปลายสาย
รสาเห็นอาการผิดปกติของคู่หู เธอก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความกังวล "เกิดอะไรขึ้นคะ สารวัตร?"
กรันต์ลดโทรศัพท์ลงช้าๆ นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองรสาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้
"เมื่อครู่นี้... มีรายงานแจ้งเข้ามาว่า พบศพเหยื่อรายที่สามถูกทิ้งไว้ที่โกดังร้างท้ายเมือง และสภาพศพ..." กรันต์หยุดเว้นจังหวะ กลืนก้อนความอึดอัดลงคอ "มีร่องรอยการทำพิธีสมบูรณ์แล้ว แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพบรอยนิ้วมือของ 'ตัวคุณเอง' อยู่ในจุดเกิดเหตุด้วยค่ะ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันลึกล้ำนี้นะคะ
---
นภากระซิบผี
บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 14
เบาะแสจากเหยื่อรายแรก
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!