บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด•ตอนที่ 12

รอดหวุดหวิด

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"กระดาษยันต์แผ่นนั้น... มีรอยพับกลับด้านสามองศาค่ะ สารวัตรกรันต์" เสียงกระซิบที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและควันธูป ไม่ได้ทำให้สารวัตรหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบหันขวับด้วยความตกใจ ทว่าสันหลังของกรันต์กลับเย็นวาบราวกับถูกลากผ่านด้วยใบมีดน้ำแข็ง ในห้องโถงใต้ดินของคลังพัสดุร้างเขตธนบุรี ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ปิดตายไร้ผู้คน นอกจากเศษฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในลำแสงสลัวจากช่องลมด้านบน ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อครู่—ตอนที่เขาวางยันต์สะกดธาตุลงบนแท่นหิน—กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้โครงข่ายอาคมระดับห้าดาวที่รสาอุตส่าห์คำนวณด้วยหลักคณิตศาสตร์ไสยเวทมาตลอดสามวันพังครืนลงในพริบตา "ผมคำนวณมุมองศาตามผังที่เธอให้มาไม่ผิดเพี้ยน..." กรันต์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นยันต์สีชาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากขอบกระดาษ ลามเลียด้วยเปลวเพลิงสีครามที่ไร้ความร้อน แต่น่ากลัวตรงที่มันกำลังกัดกินออกซิเจนในรัศมีสามเมตรจนหายใจไม่ออก "ระเบียบร้อยเปอร์เซ็นต์ของสารวัตรนั่นแหละค่ะที่ฆ่าเรา" รสาปรากฏกายขึ้นจากเงาเสาหิน มือเรียวบางสะบัดพัดไม้ไผ่โบราณปัดกลุ่มควันสีเทาที่พุ่งเข้าใส่หน้าผากของเธออย่างแม่นยำ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงกลมฉายแววระยับ ทั้งดุและเอ็นดูระคนกันในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขัด "วิชาอาคมโบราณไม่ได้ใช้ไม้บรรทัดวัดนะคะ มันใช้ 'จิต' ที่สั่นพ้องต่างหาก เมื่อครู่สารวัตรเผลอคิดถึงคดีฆาตกรรมตระกูลจันทร์เพ็ญ จิตเลยสะดุด... และนั่นแหละค่ะ คือช่องว่างที่ทำให้ตาแก่ 'ผู้เฝ้าธรณี' รู้สึกตัว" *ครืนนน—!* พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์กำลังพลิกตัวตื่นขึ้นจากการหลับใหลนับร้อยปี เสาปูนเปลือยเริ่มปริแตก ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาดน่าสยองขวัญ เศษปูนร่วงกราวลงมาเหมือนหิมะสีเทา รสาไม่รอช้า นางคว้าข้อมือหนาของสารวัตรหนุ่มแล้วออกแรงกระชากเต็มกำลัง "วิ่งค่ะ! ถ้าไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยบำรุงวิญญาณใต้ตึกนี้!" ทั้งคู่พุ่งตัวไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวยาวสู่ทางออกฉุกเฉิน เสียงคำรามต่ำๆ ดังไล่หลังมาติดๆ คลื่นพลังงานสีดำทมิฬแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กวาดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้กลายเป็นผุยผง กฎฟิสิกส์และกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่กรันต์ยึดถือมาตลอดชีวิตถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อผนังอิฐบล็อกด้านข้างระเบิดออกด้วยแรงดันมหาศาลจากไสยเวทร้าย ร่างของเงาดำนับสิบตนที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว—ผลลัพธ์จากคดีอื้อฉาวเมื่อสิบปีก่อนที่ถูกฝังกลบไว้ที่นี่—พากันพุ่งทะยานเข้าขวางทางหนีราวกับฝูงผีดิบกระหายเลือด "หลบไป!" กรันต์คำรามในลำคอ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความรับผิดชอบในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มือแกร่งชักปืนพกประจำกายออก กระสุนอาคมที่ได้รับการประจุพลังจากรสาเมื่อช่วงบ่ายถูกลั่นไกออกไปสามนัดซ้อน *เปรี้ยง! เปริม! เปรี้ยง!* ประกายไฟสีทองสว่างวาบตัดกับความมืดมิด กระสุนแต่ละนัดเจาะทะลุกะโหลกของเงาดำวิญญาณร้ายจนพวกมันกรีดร้องโหยหวนและสลายตัวไปทีละตน แต่มันช้าเกินไป จำนวนของพวกมันมีแต่จะเพิ่มขึ้นราวกับงอกเงยมาจากพื้นดิน รสากัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางรู้ดีว่ากระสุนปืนไม่ทางจัดการไสยเวทสายดาร์กขั้นสูงได้ทั้งหมด "สารวัตร! ใช้แผนสาม!" รสาตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสิ่งก่อสร้างที่กำลังจะพังทลาย "คุณบ้าหรือไง! ตรงนั้นมัน..." "ไม่มีเวลาแล้วค่ะ!" รสาไม่รอคำทักท้วง นางพลิกข้อมือซัดยันต์ระเบิดธาตุไฟบริสุทธิ์เข้าใส่เพดานเหนือศีรษะทันที แรงระเบิดทำให้คานปูนขนาดมหึมาหล่นลงมาปิดกั้นทางเดินด้านหลัง ตัดขาดฝูงเงาดำที่ไล่ล่ามาได้อย่างเฉียดฉิว ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง แต่แรงอัดอากาศก็ซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นทะลุกรอบหน้าต่างบานเกล็ดเก่าคร่ำคร่า ออกมาสู่ลานจอดรถร้างด้านนอกท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง *ตุ้บ!* กรันต์พลิกตัวรับแรงกระแทกให้รสาโดยใช้แผ่นหลังของตัวเองกระแทกกับพื้นแอ่งน้ำ ทั้งคู่กลิ้งไถลไปไกลหลายเมตรจนไปหยุดนิ่งอยู่ใต้ท้องรถกระบะเก่าคร่ำคร่า หอบหายใจโยนด้วยความเหนื่อยอ่อน เม็ดฝนเย็นเฉียบซัดสาดลงบนใบหน้า เปียกปอนไปทั่วร่าง สารวัตรหนุ่มนอนแผ่หลา มองท้องฟ้าสีหม่นผ่านใต้ท้องรถ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาที่มีกรอบกฎหมายมารองรับ แต่นี่คือสงครามระหว่างความเป็นกับความตายที่เขาต้องเอาชีวิตเข้าแลก รสาชันตัวลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือเรียวปัดเศษดินปนเปื้อนบนแก้ม นางหันมามองคู่หูหนุ่มที่นอนหายใจรดต้นหญ้าอยู่ข้างๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มแห้งๆ ออกมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและเปียกปอน "เกือบไปแล้วนะคะสารวัตร... เกือบได้ไปรายงานตัวกับยมบาลยมทูตพร้อมกันซะแล้ว" รสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ แม้ว่ามือข้างที่ถือพัดจะสั่นเทาเล็กน้อยก็ตาม กรันต์ถอนหายใจยาวเหยียด ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เขายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มน้ำฝน สายตาคมกราบมองร่องรอยแผลถลอกที่แขนของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่จริงจัง "ถ้าครั้งหน้าคุณจะซัดระเบิดเพดานอีก... ช่วยบอกผมล่วงหน้าสักห้าวินาทีจะได้ไหมครับ... เอ่อ... นะคะ" กรันต์เกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากแบบเดิมออกไป แต่ก็รีบปรับเสียงให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้า รสาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางกำลังจะเอปากแซวต่อ ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นลงอย่างกะทันหัน เสียงเม็ดฝนที่ควรจะกระทบพื้นคอนกรีตกลับเงียบหายไป ราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง กลิ่นอายอันคุ้นเคย—กลิ่นของความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าวิญญาณตนไหนๆ แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมลานจอดรถร้างแห่งนี้ ใต้ท้องรถคันที่ทั้งคู่นั่งหลบภัยอยู่ เงาสะท้อนในแอ่งน้ำนิ่งสนิทไม่ได้สะท้อนภาพของพวกเขาอีกต่อไป แต่กลับปรากฏดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่คู่หนึ่ง กำลังจ้องมองตรงมาที่กรันต์และรสาด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของสารวัตรหนุ่ม พร้อมกับข้อความสีเลือดที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า... [ ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยพิบัติ: "ผู้สร้างพันธนาการแห่งธนบุรี" ตื่นจากการหลับใหลแล้ว ] [ สถานะปัจจุบัน: กำลังล็อกอินเข้าสู่เขตพื้นที่ ที่ซ่อนของคุณไม่เป็นผลอีกต่อไป ] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับอันลึกล้ำนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดวิญญาณของนายสารวัตรหน้าตายกับหมอผีฝึกหัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%