กลิ่นอายของกระดาษเอกสารและหมึกพิมพ์ราคาแพงภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิรินทร์ยามวิกาล คล้ายจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบงัน เสียงปากกาหมึกซึมของเธอกระทบกับกระดาษรายงานโครงการควบรวมกิจการเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าสมาธิของหญิงสาวกลับถูกรบกวนด้วยเงาร่างสูงสง่าของชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในยามนี้ เขากลับกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบบัญชีการเงินชุดสุดท้ายให้อย่างขะมักเขม้น แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นสันจมูกโด่งคมและกรามได้รูปของคีรินทร์ให้ดูดุดันแต่ทว่าเปราะบางในคราเดียวกัน
"คุณตรวจตรงนั้นรอบที่สามแล้วนะคะ, คีรินทร์"
ศิรินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันจางๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นกลไกการป้องกันตัว
"ผมแค่อยانให้มั่นใจว่าช่องโหว่ที่ธีร์ดนัยทิ้งไว้ จะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายคุณ" คีรินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับฉายแววความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดลึกซึ้งที่สะท้อนเงาของเธออยู่ภายในนั้น "ผมไม่ได้ทำเพื่อบริษัทอย่างเดียวนะครับ... ศิรินทร์ ผมทำเพื่อไถ่โทษ"
"คำว่าไถ่โทษของคุณ มันราคาถูกเกินกว่าจะซื้อเวลาสามปีที่ฉันต้องจมอยู่กับความว่างเปล่าค่ะ" ศิรินทร์วางปากกาลง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสง่างาม แววตาคมกริบมองสบตรงไปยังอดีตสามี "จำได้ไหมคะ? วันที่คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ตัวถ่วงความสำเร็จ... แต่วันนี้ คุณกลับต้องมานั่งแก้ปัญหาที่คนของคุณสร้างขึ้นร่วมกับฉัน น่าขันดีไหมคะ?"
คีรินทร์สะอึกไปชั่วขณะ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาไม่ได้แก้ตัว ไม่เหมือนคีรินทร์คนเก่าที่มักจะใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อเอาชนะ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากตัวเขาลอยละليقเข้ามาแตะจมูก
"ผมยอมรับความผิดบาปทั้งหมด..." คีรินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย มือหนาวางลงบนขอบโต๊ะใกล้กับมือเรียวของเธอ สายตาเว้าวอนที่ส่งมานั้นเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจ "แต่โปรดมองผมในตอนนี้... ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังช่วยคุณกู้ศักดิ์ศรีคืนจากธีร์ดนัยด้วยเถอะนะ ศิรินทร์ เรากำลังรบในสงครามเดียวกัน"
ความใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจที่พยายามปิดตายของศิรินทร์เต้นผิดจังหวะ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เห็นร่องรอยของความพินาศที่เขาเคยสร้างขึ้น และร่องรอยของการพยายามเยียวยาตัวเองด้วยการยอมก้มหัวให้เธอ ปมในใจที่เคยขมวดแน่นมานานค่อยๆ คลายตัวลงทีละน้อย เมื่อตระหนักว่าในยามที่ศัตรูตัวฉกาจอย่างธีร์ดนัยกำลังเล่นงานธุรกิจของเธอ คนที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่และปกป้องเธออย่างไม่กลัวตาย กลับเป็นผู้ชายคนนี้... อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อเธอ
มือหนาเอื้อมมาสัมผัสหลังมือของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยและเคยสร้างทั้งความร้าวรานและความสุขสมในอดีต ส่งกระแสความอบอุ่นแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ศิรินทร์ไม่ได้ชักมือหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม
ความเงียบงันระหว่างทั้งสองเริ่มเปลี่ยนความหมาย ความตึงเครียดทางธุรกิจแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ใต้ผิวน้ำ คีรินทร์ขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด ขอบโต๊ะทำงานกลายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่เปราะบาง เมื่อเขาก้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นด้วยแรงปรารถนา
"ผมเหนื่อยเหลือเกินกับการเป็นคนใจร้ายในสายตาคุณ... ศิรินทร์ ให้โอกาสผมได้กอดคุณในฐานะคนรัก ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายหรือลูกน้อง ได้โปรด..."
ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนกายของศิรินทร์ลุกชัน ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาเริ่มมอดไหม้เหลือเพียงขี้เถ้าแห่งความโหยหา ความร่วมมือกันตลอดหลายวันที่ผ่านมาในการสางปมปัญหา ไม่เพียงแต่ช่วยกอบกู้บริษัท แต่ซ่อมแซมรอยร้าวในความรู้สึกของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัว ร่างบางลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างกันหมดสิ้นลง
ดวงตากลมโตมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้นของเขา ก่อนที่ศิรินทร์จะตัดสินใจทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง เธอยื่นมือไปสัมผัสโครงหน้าคร้ามคม ลูบไล้ร่องรอยความเครียดที่เกิดจากการทำงานหนักเพื่อเธอ แรงดึงดูดอันมหาศาลดึงให้ทั้งสองเข้าหากันอย่างไม่อาจต้านทาน
ริมฝีปากของคีรินทร์ทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวลในคราแรก ราวกับเขากำลังขออนุญาตจากราชินีผู้สูงศักดิ์ ก่อนที่สัมผัสนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง เร่าร้อน และเปี่ยมด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมานานปี รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจือด้วยคราบน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ทำให้ศิรินทร์ต้องเอื้อมมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ตอบสนองสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานท่ามกลางเสียงหอบหายใจที่เริ่มถี่กระชั้น
มือหนาของคีรินทร์เลื่อนโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความปรารถนาอันดิบเถื่อนแต่เปี่ยมด้วยความนุ่มนวลถูกปลุกเร้าขึ้นท่ามกลางกองเอกสารและแสงไฟสลัว เขายกตัวเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานอย่างง่ายดาย ปลดปล่อยพันธนาการแห่งอดีตให้หลุดลอยไปในห้วงเวลาแห่งความสุขสม
"ศิรินทร์... ผมรักคุณ..." เสียงกระซิบพร่าสั่นดังชิดริมฝีปาก ขณะที่มือหนาสอดลูบไล้ภายใต้ร่มผ้าเนื้อดี สัมผัสผิวเนียนนุ่มที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตการแต่งงานที่ผิดพลาด ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาปลุกปั่นเร้าอารมณ์จนศิรินทร์ต้องแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบเร่าร้อน
ทุกสัมผัส ทุกรอยจູບที่ประทับลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าและลำคอระหง คือการไถ่บาปอันลึกซึ้ง คีรินทร์มอบความเร่าร้อนและอ่อนโยนให้เธอพร้อมๆ กัน ราวกับต้องการชดเชยทุกหยดน้ำตาที่เธอเคยเสียไป ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจหลอมรวมพวกเขาเข้าเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางค่ำคืนที่แสนยาวนาน ความเจ็บปวดในอดีตถูกชะล้างด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ รอยแค้นที่เคยฝังรากลึกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงไฟรักที่โหมกระหน่ำเผาผลาญความเย่อหยิ่งทิฐิให้มลายสิ้น
ทว่า... ในขณะที่ร่างทั้งสองกำลังซצוบซับความสุขสมอันลึกซึ้ง และความสัมพันธ์กำลังก้าวไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่อันงดงาม เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของเลขาหน้าห้องที่ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับสุดยอดไว้ในมือ
"ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน... แต่เราเพิ่งได้รับรายงานด่วนที่สุดจากต่างประเทศ..." เลขากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "ผลตรวจ DNA ของเด็กชายตัวน้อยที่ธีร์ดนัยแอบอ้างว่าเป็นทายาทลับ... ผลปรากฏว่า ตรงกับข้อมูลพันธุกรรมของคุณคีรินทร์ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ"
ด้วยรักและปรารถนาดี จาก ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 14
รอยแค้นจางลง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!