เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับเสียงประกาศิตที่ตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่อันเป็นส่วนตัวและอันตรายที่สุดในค่ำคืนนี้
ศิรินทร์ยังไม่ทันได้หันกลับไปมองร่างสูงที่ก้าวตามเข้ามาติดๆ แผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมสีนิลเข้ารูปก็ถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งของคีรินทร์รวบเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก ไอร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังรัวเร่งของเขา มันไม่ใช่จังหวะของความสงบเยือกเย็นแบบที่ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเคยแสดงออกในห้องประชุม แต่มันคือจังหวะของความกระหาย หิวกระหาย และไร้ซึ่งการควบคุม
"คุณกำลังทำบ้าอะไร คีรินทร์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมด้วยความถือดี แม้ว่าลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอจะทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง
"ผมกำลังทำในสิ่งที่ควรทำมาตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว... ศิรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนจัดที่กดจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่การสัมผัสเพื่อทักทาย แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชามาเนิ่นนาน บัดนี้ได้พังทลายลงราวกับเขื่อนแตก
ศิรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือเรียวพยายามแกะมือหนาที่ตรึงเอวเธอไว้ แต่ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ วงแขนนั้นก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา
"ปล่อยฉัน! อย่าลืมว่าเราเป็นอะไรกัน... เราหย่ากันแล้ว!"
"หย่างั้นเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น มือใหญ่อีกข้างเอื้อมมากอบกุมคางแหลมมนของเธอ บังคับให้ใบหน้างดงามหันมาสบตากับเขา ดวงตาคมกริบที่เคยหยิ่งผยองในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยไฟแห่งอารมณ์และความลุ่มหลงที่แผดเผา "ในทางกฎหมายอาจจะใช่... แต่ในทางความรู้สึก ร่างกายของคุณ หัวใจของคุณ มันยังคงเป็นของผม ศิรินทร์ คุณปฏิเสธสายตาตัวเองไม่ได้หรอก ว่าคุณก็โหยหาผมไม่ต่างกัน"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง กลีบปากนุ่มถูกบดขยี้ด้วยความเร่าร้อนและรุนแรง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและแรงแค้นในอดีตผสมผสานกันจนกลายเป็นรสชาติที่ทั้งหวานล้ำและเจ็บปวด ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาต่อต้านในตอนแรกพยายามผลักไส แต่เมื่อความคุ้นเคย รสชาติอันคุ้นชิน และสัมผัสที่เธอเคยลุ่มหลงโถมเข้าใส่ ความตั้งใจอันแข็งกร้าวก็เริ่มสั่นคลอน
มือบางที่เคยทุบตีอกแกร่งเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อสูทราคาแพงของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องที่เงียบงัน
คีรินทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ เขาช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในท่าอุ้มเจ้าสาว ศิรินทร์อุทานออกมาด้วยความตกใจ เรียวขาอัตโนมัติเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้เพื่อพยุงตัว ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปยังโซฟาหนังตัวยาวริมกระจกใสที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนระยิบระยับ ก่อนจะวางร่างเธอลงอย่างทะนุถนอมท่ามกลางความเร่าร้อนที่ยังคงคุกรุ่น
ร่างสูงทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาไม่ได้ทำให้เธอบดอัด แต่กลับสร้างความตื่นเต้นระทึกใจจนแทบหยุดหายใจ คีรินทร์ใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาภายใต้ชุดเดรสอย่างถือวิสาสะ เนื้อผ้าไหมลื่นมือถูกเลิกขึ้นช้าๆ ปลุกเร้าอุณหภูมิในร่างกายให้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
"คีรินทร์... อ๊ะ..." ศิรินทร์ครางแผ่วเมื่อริมฝีปากหนาเคลื่อนต่ำลงมาขบเม้มที่เนินอกผ่านเนื้อผ้าชุดชั้นในลูกไม้บางเบา ความเสียวซ่านวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลังจนเธอต้องแอ่นอกรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณ ความโกรธแค้นในอดีตที่เธอพยายามสร้างเป็นกำแพงป้องกันตัว บัดนี้ถูกหลอมละลายด้วยสัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนของชายผู้เป็นอดีตสามี
ความเงียบในห้องทำงานถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อ และเสียงครางต่ำในลำคอของความสุขสมที่รอคอยการปลดปล่อย คีรินทร์ไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อย ทุกการสัมผัส ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนของคนที่อด The hunger และโหยหามานานแสนนาน เสมือนคนใกล้ตายที่ได้พบน้ำทิพย์ เขาท cả มอบความรักและความเจ็บปวดลงไปในสัมผัสเดียวกัน บีบคั้นหัวใจของหญิงสาวให้ยอมจำนนต่อหน้าเขาอย่างราบคาบ
ศิรินทร์จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว หยาดน้ำตาแห่งความอึดอัดและลุ่มหลงเอ่อคลอหน่วยตา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอีโก้ในอดีตได้พังทลายลงเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของคนสองคนที่ต่างโหยหากันและกันอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความลุ่มหลงอันเร่าร้อน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดและไม่ยอมละสายตาจากใบหน้าอันเย้ายวนของหญิงสาวใต้ร่าง แต่เมื่อหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรูปภาพและข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏเด่นหร่า สายตาคมกริบของเขาก็ต้องชะงักกึก
ภาพถ่ายของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว กำลังยืนถือลูกโป่งอยู่ข้างกายของ 'ธีร์ดนัย' ศัตรูคู่อาฆาต พร้อมข้อความปริศนาที่ส่งตรงมาว่า: *"เด็กคนนี้... หน้าตาคุ้นๆ นะครับคุณคีรินทร์ สนใจมาดูให้เห็นกับตาไหม ว่าเขาคือใครกันแน่?"*
ชฎาพรายไวน์แดงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะคะ
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 5
รสชาติของความลุ่มหลง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!