กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานกรรมการบริหาร ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะขาดอากาศหายใจ เอกสารรายงานงบการเงินไตรมาสล่าสุดนับร้อยหน้าถูกวางกองไว้บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง แต่สายตาคมกริบของคีรินทร์กลับไม่ได้สนใจตัวเลขกำไรขาดทุนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นกำลังจับจ้องร่างระหงของศิรินทร์ที่ยืนหันหลังให้ เพื่อจัดเตรียมเอกสารการประชุมสำหรับวันพรุ่งนี้
ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันสง่างามและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน เรือนผมสีดำสนิทที่เคยปล่อยสยายในอดีต บัดนี้ถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นปักผมเงินยวง ยิ่งขับให้ลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดดูโดดเด่นบาดตา บาดใจชายผู้ที่เคยครอบครองเธอนัก
“คุณตรวจทานตัวเลขของโปรเจกต์เดอะรีฟเวอร์รึยัง ศิรินทร์” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างจงใจ
ศิรินทร์ชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสาร เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้อและอ่อนแอในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทะนงตน และเย็นชาจนน่าใจหาย
“ดิฉันตรวจทานเรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย ไม่มีข้อผิดพลาด... เหมือนกับความสัมพันธ์ของเราในอดีต ที่ถูกคำนวณและตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจของคีรินทร์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเย่อหยิ่งที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่ออยู่ต่อหน้าอดีตภรรยาผู้ไม่เคยเกรงกลัวเขาอีกต่อไป เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง สาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว จนศิรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้
พื้นที่ในห้องราวกับแคบลงถนัดตาเมื่อแผ่นอกกว้างของคีรินทร์กั้นขวางทางหนีของเธอไว้ทั้งหมด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ แต่นั่นไม่ใช่ความตื่นกลัว... มันคือความโกรธขึงและแรงปรารถนาอันตรายที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ
“คุณเก่งขึ้นมากนะศิรินทร์... เก่งจนกล้าต่อปากต่อคำกับผมทุกครั้งที่มีโอกาส” คีรินทร์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยังคงตรึงใจเขาไม่เสื่อมคลาย มือหนายื่นออกไปไล้กรอบหน้าเนียนอย่างถือวิสาสะ
“ถอยไปค่ะคุณคีรินทร์ นี่มันเวลาทำงาน และเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” ศิรินทร์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่ทำเอาสติกระเจิง แต่มืออีกข้างของชายหนุ่มกลับรวบเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่น จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง
ความใกล้ชิดที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปีแผ่ซ่านความร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย กำแพงน้ำแข็งที่ศิรินทร์พยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจ เริ่มสั่นคลอนและแตกร้าวลงทีละน้อย ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทับถม ทั้งรอยยิ้ม หยาดน้ำตา และคราบน้ำตาในคืนวันที่เธอถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง
“ไม่ได้สนิทงั้นเหรอ... แต่ร่างกายของคุณกำลังบอกอีกอย่างนะ ศิรินทร์” เสียงกระซิบพร่าสั่นพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ดวงตาคมกริมมองริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
คีรินทร์ไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีด้วยความโหยหาและอัดอั้นมาเนิ่นนาน รสจูบทั้งดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนราวกับไฟแผดเผา ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามทุบตีแผ่นอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค้นและแรงเสน่หาที่ผสมปนเปกันกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอมลายหายไปสิ้น
สัมผัสอันคุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวทั้งคู่ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยการลงทัณฑ์และความดื้อรั้น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอันลึกซึ้ง คีรินทร์กดริมฝีปากแนบแน่นยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสวาบหวามนี้อย่างเต็มใจ ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับสะโพกมนเข้าแนบชิดจนแทบหลอมละลายรวมกัน
ศิรินทร์หลับตาลงอย่างจำนนต่อความรู้สึก เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอเมื่อมือซุกซนของอดีตสามีเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าภายใต้ชุดสูททำงาน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อจนร้อนผ่าว เส้นกั้นทางจริยธรรมและทิฐิที่เคยขีดคั่นไว้ พังทลายลงในพริบตา ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องทำงานที่เงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามเป็นพยาน
ท่ามกลางบรรยากาศอันเร่าร้อนที่กำลังดำเนินไปถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับทำลายมนต์สะกด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ท่านประธานครับ เอกสารด่วนจากคุณธีร์ดนัยมาส่งครับ... แจ้งว่าต้องให้คุณศิรินทร์เซ็นอนุมัติด้วยตัวเองทันทีครับ”
ศิรินทร์สะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เธอผลักร่างหนาออกสุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและหอบสะท้าน คีรินทร์ขบกรามกรอดด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกโดยบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
ธีร์ดนัยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อสายตาคมปลาบกวาดมองสภาพอันยุ่งเหยิงของคนทั้งคู่ และเอกสารลับในซองสีน้ำตาลที่เขาตั้งใจนำมาส่ง กลับหลุดร่วงจากมือตกลงสู่พื้นพรม เมื่อชื่อบนหน้าซองระบุผลตรวจ DNA ของเด็กชายวัยห้าขวบคนหนึ่ง... ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากคีรินทร์ราวกับแกะ
**- ชฎาพรายไวน์แดง -**
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 4
เส้นกั้นที่ถูกทำลาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!