เสียงล็อกกลอนประตูห้องพักโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นราวกับเสียงประกาศิตแห่งกาลเวลา—กาลเวลาที่เคยถูกแช่แข็งไว้ด้วยความร้าวราญ แต่วินาทีนี้กลับถูกหลอมละลายด้วยความตึงเครียดที่แทบจะกรีดผิวเนื้อให้ชาหนึบ
ศิรินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานกระจกใส เงาสะท้อนจากวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนทาบทับร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ เธอไม่ได้หันกลับไปมองผู้ชายที่ก้าวตามเข้ามาในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบเค้นหัวใจของคนทั้งคู่ราวกับจะทดสอบว่า ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายสูญเสียการควบคุมก่อนกัน
"คุณคิดตื้นเกินไปหรือเปล่าคะ... คุณคีรินทร์"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกหลุดจากเรียวปากสีแดงระเรื่อ ศิรินทร์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ยืนอยู่ตรงนั้น... ผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ ทว่าเวลานี้แววตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด
คีรินทร์ไม่ตอบทันที สายตาคมกริบกวาดมองร่างที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและสง่างามเกินกว่าหญิงสาวที่เขาเคยรู้จักในอดีต ศิรินทร์ในวันนี้ไม่ใช่ดอกไม้ในห้องกระจกที่รอวันเหี่ยวเฉาอีกต่อไปแล้ว เธอคือพายุหมุนที่พร้อมจะพัดพาเอาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกสลาย รวมถึงตัวเขาเองด้วย
"เอกสารบ้าๆ นั่น... กับคำขู่ของธีร์ดนัย มันเป็นเกมสกปรกที่คุณก็รู้ว่าเขาพยายามจะดึงคุณลงมาเหยียบย่ำไปพร้อมกับผม" คีรินทร์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น เขากดเสียงต่ำลง "แต่คุณกลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างเกมที่อาจจะทำลายทั้งชีวิตของคุณ... และชีวิตของเด็กคนนั้น"
"เด็กคนนั้นคือลูกของฉัน!" ศิรินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและความหววงแหนที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว เธอก้าวประชิดเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว "อย่าบังAอาจเอ่ยถึงลูกด้วยน้ำเสียงแบบนั้น คุณไม่มีสิทธิ์ คีรินทร์! คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดว่าเด็กคนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับคุณ!"
"ไม่มีสิทธิ์อย่างนั้นเหรอ?" คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าผมไม่มีสิทธิ์ แล้วทำไมผลตรวจดีเอ็นเอบ้าๆ นั่นถึงบอกว่าโครงสร้างทางพันธุกรรมเกือบทั้งหมดมันตรงกับผม... และทำไมหน้าตาของเด็กผู้ชายคนนั้น ถึงถอดแบบมาจากวัยเด็กของผมราวกับส่องกระจกเงา!"
บรรยากาศในห้องพักหรูพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เธอเคยรักและเกลียดชังในคราเดียวกัน กำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งสองฝ่ายพยายามกดทับเอาไว้
คีรินทร์ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาคว้าเข้าที่เอวคอดกิ่วของหญิงสาวอย่างไร้ความปรานีแล้วดึงเข้าหาร่างแกร่งทันที แรงปะทะทำให้ลมหายใจของศิรินทร์สะดุด กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และความร้อนรุ่มจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาสัมผัสผิวเนื้อ
"ปล่อยฉันนะ!" ศิรินทร์ตวัดมือขึ้นหมายจะตบหน้าผาลิดรอนสิทธิ์ของเขา แต่คีรินทร์ไวกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างตรึงเอวบางไว้แน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"ปล่อยให้โง่สิ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นของอดีตภรรยา "ในเมื่อคุณจงใจซ่อนความลับนี้ไว้จากผม... ซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของผมเอาไว้ตั้งหลายปี คุณคิดว่าผมจะยอมปล่อยให้คุณเดินหนีไปเฉยๆ งั้นเหรอ ศิรินทร์?"
"คนสารเลว..."
คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี คีรินทร์ไม่ได้จูบเธอด้วยความอ่อนโยน แต่มันคือจุมพิตแห่งความหิวกระหาย ความโหยหา และความบ้าคลั่งที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน รสชาติของความเจ็บปวดในอดีตและไฟแค้นที่แผดเผาหลอมรวมกันอยู่ในสัมผัสอันดุดันนี้
ศิรินทร์พยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อปฏิเสธสัมผัสที่คุ้นเคยแต่แสนอันตรายนี้ ทว่านิ้วแกร่งกลับบีบกรามมนของเธอให้เผยอออกอย่างจำยอม เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตการแต่งงานที่ว่างเปล่า
สัมผัสที่วาบหวามและเร่าร้อนทำให้ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้าน ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีเริ่มถูกแผดเผาด้วยไฟสิเน่หาที่เธอเกลียดนักหนาว่ามันยังคงทำงานอย่างซื่อสัตย์กับร่างกายตัวเอง ศิรินทร์ส่งเสียงประท้วงในลำคอ ก่อนที่เรียวปากที่เคยดื้อรั้นจะค่อยๆ อ่อนระทวย และตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไร้ทางต้านทาน
มือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามแนวสันหลัง ขยับปลดกระดุมสูทและเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเธอออกทีละเม็ดอย่างชำนาญ ผิวเนียนนุ่มราวนมสดสัมผัสกับอากาศเย็นในห้อง ทำให้ศิรินทร์สะดุ้งเฮือก แต่วินาทีต่อมา อ้อมแขนแกร่งก็ดึงเธอล้มลงไปบนเตียงนอนนุ่มนวลขนาดใหญ่กลางห้อง
ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด คีรินทร์ทาบทับร่างลงมา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความต้องการที่ดิบเถื่อนและลึกซึ้ง "คุณเป็นของผม... ศิรินทร์ ไม่เคยเป็นของใครอื่น และไม่มีวันเป็นของไอ้ธีร์ดนัยเด็ดขาด"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทวงสิทธิ์ในตัวฉัน..." เธอสวนกลับเสียงสั่นพร่า ขณะที่มือเรียวเริ่มจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่กำลังเล่นงานทุกอณูผิว "คุณทำลายมันไปหมดแล้ว... ในวันที่คุณเลือกจะผลักไสฉัน!"
"งั้นก็ลงโทษผมสิ... ลงโทษผมด้วยร่างกายของคุณ ทำลายผมให้แหลกคาสองมือของคุณเลยสิ ศิรินทร์!"
การยินยอมพร้อมใจที่เต็มไปด้วยแรงผลักดันจากความแค้น ความเจ็บปวด และความโหยหา แปลเปลี่ยนเป็นบทเพลงรักอันร้อนแรงและดุดันบนเตียงนอนกว้าง เสื้อผ้าภาระถูกโยนทิ้งอย่างไร้ความหมาย ผิวเนื้อที่แนบชิดกันส่งผ่านความร้อนรุ่มจนแทบหลอมละลาย ท่วงทำนองแห่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนดำเนินไปท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าเบื้องล่าง ทุกสัมผัส ทุกรอยจູບ และทุกการสอดประสาน คือการตอกย้ำถึงพันธนาการที่ไม่มีวันตัดขาด แม้กาลเวลาและคราบน้ำตาจะเคยพยายามทำลายมันมากแค่ไหนก็ตาม
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและความอบอุ่นจากการแนบกาย ศิรินทร์นอนหอบสะท้านอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตเหม่อมองเพดานด้วยความสับสนระคนเหนื่อยล้า คีรินทร์ก้มลงจูบซับที่หน้าผากชื้นเหงื่อของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการไถ่บาปทุกอย่างที่เคยทำผิดพลาดในอดีต
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบนั้นกินเวลาอยู่เพียงชั่วพริบตา
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ตามด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงที่แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขากำลังจะเอื้อมมือไปกดตัดสาย แต่หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมข้อความแจ้งเตือนจากภาพถ่ายกล้องวงจรปิดหน้าห้องพัก กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบลงทันที
ในภาพนั้น... ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาของธีร์ดนัยที่ยืนกอดอกมองตรงมายังเลนส์กล้องอย่างผู้ชนะ
และข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาใต้ภาพนั้น ทำเอาลมหายใจของศิรินทร์ขาดห้วงไปทันที:
*[ยินดีด้วยกับความลับที่ถูกเปิดเผย... ตอนนี้ ลูกชายของคุณ อยู่ในมือผมแล้ว]*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าครั้งนี้นะคะ
**- ชฎาพรายไวน์แดง -**
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 3
กลิ่นอายความทรงจำ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!