หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของศิรินทร์สั่นสะท้อนราวกับมีชีวิต ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษที่มีร่องรอยคราบน้ำตาและรอยฟกช้ำจางๆ ที่มุมปาก พร้อมข้อความขู่คุกคามจากหมายเลขแปลกปลอม—*‘ถ้าไม่อยากให้ลูกชายสุดที่รักของเธอต้องเจ็บตัวมากกว่านี้ จงมาหาฉันตามพิกัดนี้คนเดียว... ภายในหนึ่งชั่วโมง’*—กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนเป็นแม่จนแทบแหลกสลาย
“ไม่... ลูกแม่”
เสียงอุทานปนสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา เลือดในกายของศิรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา โลกทั้งใบที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องสายเลือดเพียงคนเดียวจากเงื้อมมือของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ กำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของศัตรูตัวฉกาจอย่างธีร์ดนัย
ในวินาทีที่เข่าของเธอกำลังจะทรุดฮวบลงกับพื้นห้องทำงานหรูหรา วงแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งก็คว้าเข้าที่เอวบางไว้อย่างรวดเร็ว คีรินทร์—ชายผู้เคยเย่อหยิ่งและผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้ใบหน้าคมคายถอดสีจนซีดเผือด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอเช่นกัน
“ศิรินทร์... นั่นมัน... ลูกใคร” เสียงของคีรินทร์แหบพร่า มือหนาที่ประคองร่างเธอยังสั่นระริกโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ความจริงที่กระแทกเข้าตาทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด เด็กผู้ชายในภาพ... ดวงตากลมโต คิ้วเข้ม และรูปปากหยักลึกนั้นถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน ไม่ต้องอาศัยผลตรวจ DNA ใดๆ มายืนยัน หัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายปีกลับถูกบีบอัดด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวสายหนึ่ง
ศิรินทร์หันกลับมามองอดีตสามีด้วยแววตาวาวโรจน์ เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความหวาดระแวงระคนกัน เธอสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างแรง ราวกับรังเกียจสัมผัสนั้นยิ่งกว่าสิ่งใด
“อย่ามาแตะต้องฉัน!” เธอกรีดเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ “นายพอใจหรือยังคีรินทร์! เพราะความใจร้ายและความเย่อหยิ่งของนายในอดีต ทำให้ฉันต้องเก็บซ่อนลูกไว้คนเดียว และตอนนี้... ลูกของฉันกำลังจะตายเพราะเกมสกปรกของคนพวกนั้น!”
คีรินทร์รู้สึกราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่กลางอกอย่างแรง ความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานพรั่งพรูออกมาจนกลandเป็นความคลุ้มคลั่ง เขาก้าวเข้าไปคว้ามือเรียวทั้งสองข้างไว้แน่น บีบมันเบาๆ เพื่อถ่าย 0อความมั่นคง แต่แววตาที่มองเธอกลับเว้าวอนอย่างที่ศิรินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
“ผมขอโทษ...” เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “ศิรินทร์... ผมขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ให้ผมได้ปกป้องลูกของเราด้วยเถอะนะ”
น้ำตาหยดแรกของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไหลรินลงอาบแก้ม เป็นหยดน้ำตาแห่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ทำลายเกราะกำบังอันแข็ง 0กร้าวของเขาจนหมดสิ้น ศิรินทร์ชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความสับสน เธอมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิดของชายผู้เคยเหยียบย่ำเธอลงกับพื้น แต่เวลานี้... เขาคือที่พึ่งเดียวที่เธอมี
“เขาจับตัวน้องรินไป...” ศิรินทร์ทรุดตัวลงร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ ความเข้มแข็งทั้งหมดที่สะสมมาพังทลายลงในอ้อมแขนของคนที่เธอเกลียดที่สุด “ช่วยลูกด้วยคีรินทร์... ช่วยลูกของเราด้วย!”
“ผมจะไป พาเขากลับมาให้ได้... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม”
คำสัญญานั้นไม่ได้พูดด้วยความเย่อหยิ่ง แต่เอ่ยออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่ยอมจำนนต่อความรักและความผิดบาป คีรินทร์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่น ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาความหวาดกลัวในใจของหญิงสาวชั่วขณะ
ทันทีที่ตั้งสติได้ บรรยากาศรอบตัวของคีรินทร์ก็เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความดุดันเหี้ยมเกรียมราวกับพญาอินทรีที่ถูกลูบคม เขาคว้าโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิทและทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวทันที น้ำเสียงที่สั่งการเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และทรงอำนาจจนศิรินทร์สัมผัสได้ถึงพลังที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าแตะต้องสายเลือดของเขา
“เตรียมทีมหน่วยรบพิเศษ และเช็คสัญญาณพิกัดจากข้อความนี้เดี๋ยวนี้! ถ้าใครหน้าไหนมันกล้าทำร้ายลูกผมแม้แต่ปลายเล็บ เตรียมตัวฝังมันลงหลุมได้เลย!”
การเดินทางเพื่อชิงตัวเด็กน้อยกลับคืนมาเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน รถยนต์หรูพุ่งทะยานไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันธนู ในรถคันนั้น ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่คีรินทร์จะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของศิรินทร์ไว้แน่น ฝ่ามือของเขาอบอุ่นและสั่นเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก
“เชื่อใจผมนะศิรินทร์...” เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ไม่ว่าคุณจะเคยเกลียดผมแค่ไหน แต่ครั้งนี้... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อนะ”
ศิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น ภายใต้ความเดือดดาลและคราบน้ำตา เธอกลับเห็นประกายความอ่อนโยนและความรักที่แท้จริงซ่อนอยู่... ความรักที่เธอโหยหามาตลอดหลายปี
รถยนต์หรูเบรกเอี๊ยดลงสนิทหน้าโกดังร้างริมท่าเรือเปลี่ยวแห่งหนึ่ง แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบไหวตามแรงลมทะเล คีรินทร์หันมาสบตากับศิรินทร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเปิดประตูรถ
“รอผมอยู่ในนี้นะ”
“ไม่... ฉันจะไปกับคุณด้วย” ศิรินทร์ดื้อรั้น ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน “นั่นลูกฉัน ฉันไม่มีทางนั่งรออยู่เฉยๆ แน่”
คีรินทร์ถอนหายใจยาวอย่างจำยอม เขารู้ดีว่าห้ามหญิงสาวคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกเล็กออกจากช่องเก็บของหน้ารถ ตรวจเช็คความพร้อมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกุมมือเธอไว้มั่นแล้วก้าวลงจากรถพร้อมกัน
ความเงียบสงบภายในโกดังร้างถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่ก้าวเข้าไปอย่างระแวดระวัง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเค็มของน้ำทะเลลอยคละคลุ้งไปกับบรรยากาศที่น่าขนลุก ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเยาะหยันของใครบางคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากมุมมืดของโกดัง
“Oho... มากันครบครัวเลยสินะ น่าประทับใจจริงๆ”
ร่างสูงโปรดของ *ธีร์ดนัย* ก้าวออกมาจากเงานั้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย ในมือของเขามีปืนพกจ่ออยู่ที่ขมับของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน ภาพนั้นทำให้ศิรินทร์กรีดร้องออกมาด้วยความใจสลาย
“ปล่อยลูกฉันนะ ไอ้สารเลว!” ศิรินทร์พุ่งตัวจะเข้าไปหา แต่คีรินทร์คว้าเอวเธอไว้ทัน พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งตรงไปที่หน้าผากของธีร์ดนัยด้วยแววตาดุดันเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว
“แกอยากตายคาที่ตรงนี้ หรืออยากให้ฉันส่งศพแกกลับหลุมกันแน่ ธีร์ดนัย” คีรินทร์คำรามเสียงต่ำ ลมหายใจกรุ่นไอความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ธีร์ดนัยหัวเราะลั่นอย่างไม่เกรงกลัว เขากระชับร่างเล็กของเด็กชายเข้ามาแนบอกแน่น “ยิงสิ! ถ้าแกยิงฉัน ลูกชายสุดที่รักของแกก็ตายคามือฉันเหมือนกัน!”
บรรยากาศหยุดชะงักลงในพริบตา ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายอันเปราะบาง ศิรินทร์น้ำตาไหลพราก หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนของธีร์ดนัยกดเข้าที่ขมับของลูกชายแน่นขึ้น
แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงก๊อกแกร็กดังขึ้นจากด้านหลังของธีร์ดนัย พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบโกดังไว้ทุกด้านจากหน่วยรบพิเศษที่คีรินทร์ส่งสัญญาณเรียกไว้ล่วงหน้า!
ธีร์ดนัยหน้าถอดสีในพริบตา รอยยิ้มเย่อหยิ่งมลายหายไปสิ้นเมื่อตระหนักว่าตนเองตกเป็นฝ่ายจนมุมเสียเอง
“แก... แกเล่นตุกติก!”
“แกต่างหากที่เล่นกับความตายของคนผิดคน” คีรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี ดวงตาสดใสสะท้อนความเหี้ยมเกรียมของนักล่า “ปล่อยเด็กซะ... แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก... ให้ไปชดใช้กรรมในคุกจนตาย!”
ศิรินทร์มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของคีรินทร์ไว้แน่น ความหวังอันริบหรี่ที่จะได้ลูกชายคืนมาเริ่มสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอไผลไปกับสถานการณ์ตึงเครียดนั้น นิ้วชี้ของธีร์ดนัยที่เหนี่ยวไกปืนกลับเริ่มขยับเข้าหาไกปืนด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว!
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นก้องโกดังร้าง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ด้วยรักและปรารถนาดี
ชฎาพรายไวน์แดง ค่ะ
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 12
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!