"คุณคินน์..." รินรดาหันกลับไปมองชายหนุ่มข้างกายที่บัดนี้ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งแข็งตัวนิ่งสนิท "นี่คือสิ่งที่ต้องรักษาเป็นความลับอย่างนั้นหรือคะ?"
ความเงียบงันในห้องทำงานที่หรูหราแต่ดูอ้างว้างแผ่ซ่านราวกับละอองหมอก คินน์ไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่จ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นขยับไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามความเคยชิน
"ความลับมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ รินรดา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แหบพร่าเล็กน้อย เขาหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ปล่อยให้ความกดดันในอากาศกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของหญิงสาว ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่ง พลางสบตาหญิงสาวนิ่ง "คุณอยากรู้จักผมให้มากกว่านี้จริงๆ หรือคะ หรือแค่ต้องการคำตอบไปเติมเต็มช่องว่างของงานที่กำลังทำอยู่?"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบังเริ่มสั่นคลอน มือของเธอที่กำดินสอเขียนแบบแน่นจนสั่นระริก เธอเป็นสถาปนิกที่เก่งกาจและจัดการชีวิตได้ทุกอย่าง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เหตุผลและตรรกะกลับกลายเป็นเรื่องที่ไร้ความหมาย
"ดิฉันไม่ได้ทำงานเพื่อหาคำตอบของชีวิตใคร แต่งานคือตัวตนของดิฉัน" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความราบเรียบไว้ แม้หัวใจจะเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ "และหากความลับของคุณส่งผลกระทบต่อโปรเจกต์ที่ดิฉันดูแลอยู่ ดิฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ไม่ใช่หรือคะ?"
คินน์ไม่ได้โกรธ กลับกัน เขากลับยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องดูเบาบางลงอย่างประหลาด ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรทิ้งไว้ ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่กับคำถามที่ไร้คำตอบในใจ
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน ไฟในออฟฟิศเริ่มทยอยดับลง เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานของรินรดาที่ยังคงส่องสว่าง เธอจดจ่ออยู่กับเส้นสายบนกระดาษเขียนแบบ พยายามขจัดภาพใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มออกไปจากห้วงคำนึง ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินความอดทนจนเธอต้องพิงพนักเก้าอี้และหลับตาลงชั่วขณะ
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นใกล้ตัวทำให้รินรดาสะดุ้งลืมตาขึ้น
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดแทรกซึมผ่านอากาศเข้ามา ก่อนที่แก้วเซรามิกสีขาวสะอาดจะถูกวางลงเบาๆ บนโต๊ะทำงานใกล้กับมือของเธอ ตามด้วยกล่องอาหารกล่องเล็กที่ยังคงไออุ่น
"ถ้าจะทำงานแข่งกับเวลา ร่างกายก็ต้องได้รับเชื้อเพลิงที่ดีด้วยนะครับ"
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคินน์ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะในชุดเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูผ่อนคลายกว่าเมื่อหลายชั่วโมงก่อน แววตาของเขาที่เคยมองเธออย่างเย็นชา กลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่อย่างน่าประหลาด
"ดิฉันไม่ต้องการความใจดีแบบนี้ค่ะ" เธอพูด แม้ปากจะปฏิเสธ แต่กลิ่นกาแฟหอมละมุนนั้นกลับดึงดูดใจเธอเหลือเกิน
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดน้อยลงจนน่าใจหาย เขาโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากของหญิงสาวออกให้อย่างเบามือ "อย่าปฏิเสธความใส่ใจเพียงเพราะคุณกลัวจะใจอ่อนเลยครับ รินรดา... ผมแค่ไม่อยากให้สถาปนิกคนเก่งของผมเป็นลมไปเสียก่อนที่จะสร้างผลงานชิ้นเอกให้บริษัท"
รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง สัมผัสที่ปลายนิ้วของเขาทิ้งไว้บนผิวแก้มมันร้อนผ่าวราวกับจะเผาไหม้ความหยิ่งผยองทั้งหมดของเธอไปจนหมดสิ้น "คุณคินน์..."
"กินเสียเถอะ ผมตั้งใจหามาให้" เขาเลื่อนกล่องอาหารมาใกล้เธอมากขึ้น ก่อนจะถอยออกไปยืนพิงโต๊ะข้างๆ เฝ้ามองเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
รินรดาค่อยๆ เปิดกล่องอาหาร เป็นแซนด์วิชทูน่าสูตรพิเศษที่เธอมักจะสั่งเป็นประจำในยามที่ต้องปั่นงานดึกๆ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจำได้ได้อย่างไรว่าเธอชอบสิ่งนี้ ทั้งที่เธอแทบไม่เคยบอกใคร
"คุณ...รู้ได้อย่างไรคะ?"
คินน์ไม่ตอบ เขากลับหันไปมองออกนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองยามค่ำคืน "มีหลายอย่างที่คุณคิดว่าคนอื่นไม่เห็น แต่สำหรับผม... ผมมองเห็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณครับ"
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทว่ามีน้ำหนักมหาศาล รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างไปชั่วขณะ ความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับความลับของเขาถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง เธอเป็นเพียงสถาปนิกคนหนึ่ง แต่เหตุใดชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ถึงยอมลดตัวลงมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอถึงเพียงนี้
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยถาม เสียงแจ้งเตือนจากมือถือบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้นรัวๆ เป็นข้อความจากเมธา คู่แข่งทางธุรกิจที่ส่งไฟล์แนบแปลกๆ พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *'ผมว่าคุณควรรีบดูไฟล์นี้ก่อนที่ทุกอย่างจะพังไม่เป็นท่า เพราะความลับที่คุณกำลังสงสัย... มันมีชื่อคุณเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย'*
รินรดาขมวดคิ้ว มือสั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ คินน์สังเกตเห็นความผิดปกติจึงก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ สายตาของเขาสบเข้ากับหน้าจอโทรศัพท์ของเธอที่ยังค้างอยู่ และในวินาทีนั้นเอง ใบหน้าของคินน์ที่เคยดูอบอุ่นกลับเปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมทันที
เขาคว้าโทรศัพท์ไปจากมือเธอพร้อมกับพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกดดัน "อย่าเปิดไฟล์นั้นเด็ดขาด รินรดา... ตอนนี้คุณก้าวเข้ามาในจุดที่อันตรายกว่าที่คิดไว้มากแล้ว"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยถาม ไฟในออฟฟิศทั้งชั้นก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของคินน์ก็ดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น... และนั่นไม่ใช่เสียงฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั่วไปอย่างแน่นอน
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรงขึ้นอีกค่ะ
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 4
กลิ่นกาแฟและความใส่ใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!