“ใคร?”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าในความมืด เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งของคินน์ที่ยืนบังเธอไว้อย่างมิดชิด ความเงียบงันที่ปกคลุมทั้งชั้นออฟฟิศช่างน่าอึดอัด เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... ตึก... ตึก... จังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า ราวกับจงใจข่มขวัญให้คนข้างในหวาดหวั่น
มือหนาของคินน์เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือลูบไล้หลังมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นยาสูบจางๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจที่เต้นรัวของรินรดาเริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่นั่นกลับเป็นความสงบที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์
“คุณคินน์... ผมรู้ว่าคุณยังอยู่ในนั้น” เสียงทุ้มแหบพร่าของเมธาดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน เขาไม่ได้เคาะเรียก แต่เพียงแค่อาศัยความเงียบกดดัน “อย่าให้ผมต้องทำอะไรที่มันดูไร้รสนิยมอย่างการพังประตูเข้ามาเลยครับ”
คินน์ไม่ได้ตอบกลับทันที เขาสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของรินรดาที่พยายามกลั้นไว้ มือของเขาเลื่อนมาโอบเอวบางของเธอแน่นขึ้น รั้งร่างของหญิงสาวให้แนบชิดกับอกแกร่งจนแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียวกัน รินรดารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นแรงของเขาผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง มันเป็นสัญญาณเตือนว่าเขากำลังโกรธ หรืออาจจะกำลัง... หวงแหน
“คุณเมธา” คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูก “ดึกป่านนี้แล้ว ยังมีเรื่องอะไรที่สำคัญกว่าการนอนหลับพักผ่อนอีกงั้นหรือครับ?”
“เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ... เรื่องที่คนในบริษัทเขากำลังซุบซิบกันยังไงล่ะครับ” เมธาหัวเราะหึในลำคอ “เรื่อง ‘ความสัมพันธ์’ ที่ดูจะใกล้ชิดผิดปกติระหว่างซีอีโอกับสถาปนิกสาวหน้าใหม่ ผมว่ามันคุ้มค่าที่จะเอามาขึ้นโต๊ะประชุมในเช้าวันพรุ่งนี้ไม่น้อยเลยนะ ว่าไหม?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดาเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอพยายามขยับตัวออกห่างแต่คินน์กลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่ใบหูของเธอจนขนลุกซู่
“คุณกำลังก้าวข้ามเส้นที่ผมขีดไว้นะเมธา” คินน์กล่าวเสียงต่ำ “กลับไปซะ ก่อนที่หลักฐานที่คุณมีจะกลายเป็นเศษกระดาษที่ไร้ค่าในมือคุณ”
เสียงฝีเท้าของเมธาค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบหายไปในที่สุด เมื่อไฟสำรองเริ่มติดสว่างขึ้นด้วยแสงสีส้มสลัวๆ ทั่วทั้งห้อง รินรดาจึงได้เห็นใบหน้าของคินน์ที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนแบบที่เธอเคยเห็น แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังปกป้องเหยื่อตัวน้อยของเขาจากสัตว์ร้าย
“คุณควรจะถอยห่างจากผม... ตั้งแต่ตอนนี้รินรดา” คินน์พึมพำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ “เมธาไม่ได้โง่ เขาเริ่มสังเกตเห็นแววตาที่ผมมีต่อคุณแล้ว”
รินรดาเม้มปาก “คุณหมายความว่ายังไงคะ? เราไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ความรักในที่ทำงานมันเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคนที่กำลังถูกจับจ้อง” เขาเลื่อนมือไปไล้ข้างแก้มเธอ นิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบา “และถ้าหากเขาใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการยึดบริษัท... คุณคิดว่าผมจะยอมให้เขาพรากคุณไปจากผมได้ง่ายๆ งั้นหรือ?”
วันรุ่งขึ้นในห้องประชุมใหญ่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความกดดัน เมธานั่งอยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับคินน์ เขาวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษที่เสียดสีกับพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ รินรดานั่งอยู่ข้างคินน์ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดภายใต้ชุดสูทกระโปรงเข้ารูปที่ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
“โปรเจกต์นี้มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่เกินไปจากที่ตกลงกันไว้มากนะครับคุณคินน์” เมธาเอ่ยพลางยิ้มเยาะ สายตาจับจ้องมาที่รินรดา “และผมก็พบความผิดปกติบางอย่าง... รายงานการตัดสินใจเลือกวัสดุหลายตัวมีลายเซ็นของคุณรินรดา แต่กลับไม่มีตราประทับอนุมัติจากฝ่ายบัญชี... แถมคุณยังอนุมัติงบฉุกเฉินในช่วงเวลาที่คุณทั้งสองคน ‘ไม่อยู่ที่ออฟฟิศ’ อีกด้วย”
คินน์เหยียดยิ้มเย็นชา เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดู แต่สายตาของเขากลับหันไปมองรินรดาที่นั่งตัวแข็งทื่อ เขาเอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะประชุม... มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นขาของเธอและบีบเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ ท่ามกลางความตื่นตระหนก รินรดาพยายามซ่อนอาการสั่นไว้ภายใต้โต๊ะทำงาน
“คุณเมธา... ในโลกธุรกิจ ความไว้วางใจคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด” คินน์เอ่ยเสียงเรียบพลางเลื่อนมือขึ้นไปลูบไล้ที่ขาอ่อนของเธอช้าๆ จนรินรดาต้องกลั้นหายใจ “คุณอาจจะคิดว่าคุณพบช่องโหว่ แต่บางที... สิ่งที่คุณเห็นว่าเป็นความผิดปกติ อาจจะเป็นเพียงแผนผังของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คุณคาดคิดไว้ก็ได้”
เมธาขมวดคิ้ว เขาโน้มตัวมาข้างหน้า “หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่า...” คินน์เว้นจังหวะ สายตาเขาสบกับรินรดาที่ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน “ผมกำลังจะประกาศให้ทุกคนในที่นี้ทราบว่า โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่รินรดาที่เป็นสถาปนิก... แต่เธอยังเป็นคู่หมั้นที่ผมเลือกไว้ด้วยตัวเอง”
ความเงียบสงัดเกิดขึ้นทันทีราวกับถูกสาป ทุกคนในห้องประชุมหันมามองรินรดาเป็นตาเดียว เมธาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“คู่หมั้นงั้นหรือครับ? น่าสนใจมาก” เมธาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดรูปภาพบางอย่างวางลงบนโต๊ะ “แต่ถ้าคู่หมั้นของคุณแอบมีความสัมพันธ์กับ ‘ใครอีกคน’ ที่ไม่ใช่คุณ... คุณจะยังเรียกมันว่าความรักอยู่หรือเปล่าครับ คินน์?”
ภาพบนหน้าจอคือรินรดากำลังรับซองเอกสารสีน้ำตาลจากชายชุดดำที่ลานจอดรถในค่ำคืนที่ฝนตกหนักเมื่อสองสัปดาห์ก่อน—ภาพที่เธอไม่เคยบอกคินน์เลยว่าใครคือคนคนนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้หัวใจทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 5
ความลับใต้โต๊ะประชุม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!