พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 3

กฎสามข้อที่ต้องรักษา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ถ้าคุณคิดว่าสัญญานี้เป็นเพียงแค่เศษกระดาษที่หยิบมาเซ็นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณคงประเมินความเป็นมืออาชีพของฉันต่ำเกินไปค่ะ คุณคินน์" รินรดาวางปากกามูลค่ามหาศาลลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาว เสียงกระทบของมันหนักแน่นและเฉียบขาดพอๆ กับแววตาของเธอ สถาปนิกสาวในชุดสูทสีเบจที่เข้ารูปจนเห็นถึงความพิถีพิถันในการเลือกสรร นั่งหลังตรงดิ่งราวกับไม้บรรทัด เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อยขณะที่ชายหนุ่มตรงหน้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบสีนิลของเขากำลังจับจ้องมาที่เธอ—ไม่ใช่ในฐานะสถาปนิกผู้ช่วย แต่เป็นสิ่งของชิ้นใหม่ที่เขาต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดว่า ‘ใช้งานได้จริง’ หรือไม่ คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนไปถึงความรู้สึกของคนฟัง เขายื่นมือหนาออกมาเลื่อนเอกสารฉบับนั้นกลับไปหาเธอช้าๆ นิ้วชี้เรียวยาวแตะลงบนข้อความตัวหนาที่ระบุไว้ชัดเจน "กฎสามข้อที่คุณร่างขึ้นมา... มันดูเหมือนกำแพงเมืองจีนมากกว่าสัญญาร่วมงานนะ รินรดา" เขากล่าวพลางสบตาเธอแน่นิ่ง "ข้อแรก ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว ข้อสอง ห้ามมีปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่เกินขอบเขตงาน และข้อสาม... การตัดสินใจทุกอย่างในโครงการนี้ต้องผ่านการตรวจสอบจากผมเป็นลำดับสุดท้าย คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวว่ากำแพงที่คุณสร้างไว้มันจะพังลง หรือกลัวว่าคนที่จะพังมันไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นผม" รินรดาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา แต่มันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งความเย่อหยิ่งอย่างที่คนทำงานระดับสูงมักจะมี "ฉันแค่ชอบความชัดเจนค่ะ การทำงานกับคนที่มีภาพลักษณ์เป็นดั่งประติมากรรมน้ำแข็งแบบคุณ การตั้งกฎที่ชัดเจนย่อมปลอดภัยกว่าการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม โดยเฉพาะเมื่อมีใครบางคนจ้องจะเล่นงานเราจากมุมมืดอยู่ตลอดเวลา" เธอกวาดสายตาไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของเขา ห้องที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนในห้องนี้ช่างบีบคั้นประสาทสัมผัสของเธออย่างน่าประหลาด คินน์ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอ รินรดาใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงรักษาท่าทีนิ่งเฉยไว้ได้อย่างแนบเนียน เขาย่อตัวลงเท้าแขนกับโต๊ะข้างๆ เก้าอี้ของเธอ รัศมีความร้อนจากตัวเขาทำให้พื้นที่รอบข้างดูเล็กลงไปถนัดตา "ถ้าอย่างนั้น เราก็มาทำตามกฎข้อแรกกันให้ชัดเจน" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนเธอได้กลิ่นลมหายใจที่สะอาดสะอ้าน "พื้นที่ส่วนตัวของผมไม่มีขอบเขตที่แน่นอน แต่มันมี 'ข้อยกเว้น' เสมอ... คุณมั่นใจเหรอว่าจะรักษาข้อตกลงนี้ได้ตลอดรอดฝั่ง หากวันหนึ่งผมตัดสินใจจะเดินข้ามเส้นที่คุณขีดไว้?" "ถ้าถึงวันนั้น ฉันก็จะขีดเส้นใหม่ค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ามือที่วางอยู่บนตักกลับกำแน่นจนสั่นไหวเล็กน้อย เธอเงยหน้าสบตาเขาท้าทาย "และหวังว่าคุณคินน์จะจำได้ว่าการละเมิดสัญญา มีบทลงโทษที่หนักหนาสาหัสกว่าแค่การเลิกจ้าง" คินน์หรี่ตาลง มองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้น เขารับรู้ได้ถึงความรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชา ความรู้สึกประหลาดที่เขามักจะได้รับเวลาอยู่ใกล้เธอ—ความกระหายใคร่รู้ที่ผสมปนเปกับความปรารถนาที่จะทำลายกำแพงนั้นลง—มันรุนแรงขึ้นทุกวินาที "ผมชอบความดื้อรั้นของคุณนะ" เขาพึมพำ ก่อนจะหยิบปากกาในมือเธอไปจรดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว "ตกลง ตามกฎสามข้อนั้น... เราจะเริ่มงานกันในวันพรุ่งนี้ และอย่าลืมว่าในโลกของธุรกิจที่ผมอยู่ ไม่มีใครใจดีกับคนพลาด และไม่มีใครปราณีกับคนที่เผยความลับ" รินรดาเก็บเอกสารสัญญานั้นใส่แฟ้มอย่างเป็นระเบียบ หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะหนักๆ ในอก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยสัญญาฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความร่วมมือทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร เธอลุกขึ้นยืน เตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและฉับพลัน ก่อนที่บานประตูจะเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เมธาเดินเข้ามาพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูเสแสร้งจนน่าสะอิดสะเอียน ในมือของเขามีแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่ดูคุ้นตาเป็นพิเศษ "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณคินน์" เมธากล่าวพลางเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาหยามเหยียด "แต่ผมคิดว่าสัญญาระหว่างคุณกับคุณรินรดาอาจจะเป็นโมฆะ ตั้งแต่ 'หลักฐาน' ชิ้นนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าคณะกรรมการเมื่อสิบนาทีที่แล้ว" เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง ภาพถ่ายชุดหนึ่งหลุดออกมาจากแฟ้ม มันคือภาพที่คินน์กำลังรับมอบซองเอกสารจากบุคคลปริศนาในที่ลับตาคนเมื่อสามคืนก่อน รินรดามองภาพนั้นแล้วลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลในภาพ... มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เธอเพิ่งจะยืนยันกับคินน์ไปว่าเราไม่มีวันร่วมมือกันได้ "คุณคินน์..." รินรดาหันกลับไปมองชายหนุ่มข้างกายที่บัดนี้ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งแข็งตัวนิ่งสนิท "นี่คือสิ่งที่ต้องรักษาเป็นความลับอย่างนั้นหรือคะ?" ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและคินน์มาจนถึงบทนี้นะคะ ละอองดาวเดือนเก้าจะตั้งใจถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้ดีที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%