พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 15

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"คุณกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่คะ คินน์" คำถามนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของรินรดาในจังหวะที่ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคินน์หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่ได้ตะโกน ไม่ได้กรีดร้อง แต่น้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความเจ็บปวดกลับกรีดลึกลงไปในใจของชายหนุ่มราวกับคมมีด คินน์ชะงักมือที่กำลังเซ็นเอกสารปลายปากกาหรูหยุดค้าง ปลายหมึกสีดำสนิทซึมลงบนกระดาษจนกลายเป็นรอยด่างพร้อย เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที หากแต่เลือกที่จะหลับตาลงช้าๆ เพื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นพายุโหมกระหน่ำภายในอกไม่ให้ระเบิดออกมา "ริน... อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลย" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแหบพร่ากว่าปกติ รินรดาไม่ได้ถอยห่าง เธอวางแฟ้มเอกสารที่ถือมาลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ด้วยอาการมือสั่น สถาปนิกสาวผู้ที่เคยควบคุมทุกอย่างในชีวิตให้เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังโอนเอน เธอจำได้ดีว่าในความฝันที่เลือนลางของคินน์ หรือแม้แต่ในห้วงเวลาที่เขาสะดุ้งตื่นกลางดึก ชายหนุ่มมักจะพึมพำชื่อหนึ่งออกมาเสมอ... * 'แม่' * ทว่าในประวัติที่เขาเคยเล่าให้ฟัง ครอบครัวของเขาเหลือเพียงความว่างเปล่าหลังอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยี่สิบปีก่อน "ถ้ามันคืออดีตที่ทำร้ายคุณ ฉันพร้อมจะรับฟังนะคะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว เธอเอื้อมมือไปวางบนมือที่เย็นเฉียบของเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ใสซื่อ ทว่าสิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการชักมือหนีอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน คินน์เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบที่มักจะดูอบอุ่นยามมองเธอ บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความสับสนและหวาดระแวง เขาไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอมาก่อน "คุณไม่เข้าใจหรอก รินรดา" เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูสมเพชตัวเองเหลือเกิน "โลกที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องคุณ... มันไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็นภายใต้แสงจันทร์ที่คุณชอบนักหรอก" "แล้วโลกที่คุณซ่อนไว้ล่ะคะ? มันหมายความว่ายังไงที่เมธาส่งเอกสารพวกนี้มาให้ฉัน!" รินรดาสะบัดรูปถ่ายใบเก่าที่แอบหยิบมาจากซองจดหมายปริศนาที่วางทิ้งไว้หน้าห้องทำงานของเธอเมื่อเช้าลงบนโต๊ะ ในรูปนั้นคือภาพถ่ายครอบครัวที่มีเด็กชายตัวน้อยยืนอยู่ข้างหญิงสาวที่มีเค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคินน์ไม่ผิดเพี้ยน แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือชายที่ยืนอยู่อีกฝั่งของภาพ... เขาคืออดีตคู่แข่งทางธุรกิจที่ถูกตัดสินจำคุกด้วยคดีฉ้อโกงเมื่อหลายปีก่อน บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในฉับพลัน คินน์จ้องมองรูปใบนั้นนิ่ง ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง สิ่งที่รินรดาไม่เคยรู้คือ 'พันธะ' ที่เขามีกับเมธาไม่ได้จบลงแค่การแข่งขันทางธุรกิจ แต่มันคือสายเลือด... และความอัปยศที่เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อจะฝังกลบให้ลึกที่สุด "เขากำลังเล่นงานคุณคินน์ เขาต้องการทำลายชื่อเสียงคุณด้วยเรื่องนี้" รินรดาบีบมือตัวเองแน่น เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "บอกฉันเถอะค่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง บอกฉันว่าเขาไม่ใช่พ่อของคุณ" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจนรินรดาดูตัวเล็กลงถนัดตา เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกับความเครียดกรุ่นรอบกายเขา คินน์เชยคางหญิงสาวขึ้น สัมผัสของเขายังคงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นราวกับต้องการกักขังเธอไว้ในวงล้อมของเขา "ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ รินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ตรงนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจเธอเต้นเป็นจังหวะรักเหมือนเคย แต่มันกลับทำให้เธอกลัว... กลัวว่าคนตรงหน้าคือคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักจริงๆ "ฉันไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณ และคุณก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับฉัน" รินรดาสวนกลับ ความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนหวานเปล่งประกายออกมา "ถ้าคุณไม่พูด เราก็ไม่มีทางผ่านเรื่องนี้ไปได้" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้บานใหญ่จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับเชิญ เมธาก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่ารังเกียจ ในมือเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลอีกชุด "ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะครับ แต่ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ที่คินน์ซ่อนไว้ มันจะเริ่มเน่าเฟะจนกลิ่นโชยออกมาข้างนอกแล้วนะ" เมธาเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาหื่นกระหาย "คุณรู้ไหมรินรดา... คินน์ไม่ได้แค่ซ่อนอดีตครอบครัวที่ฉาวโฉ่ของเขาไว้เท่านั้น แต่มันยังมี 'พินัยกรรม' อีกฉบับที่คุณอาจจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยล่ะ" คินน์กระชากคอเสื้อเมธาเข้าหาตัวทันทีด้วยความโกรธจัด แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงเตือนดังขึ้น มันคือข้อความจากหมายเลขปริศนาที่มีเพียงรูปถ่ายรูปหนึ่งถูกส่งเข้ามา... รูปนั้นคือภาพของรินรดาที่กำลังยืนอยู่ในห้องนี้เมื่อห้านาทีก่อน พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น: *'ถอยออกมาจากผู้ชายคนนั้นรินรดา ก่อนที่เธอจะเป็นคนต่อไปที่ต้องรับผิดชอบบาปที่เขาไม่ได้ก่อ'* คินน์หันมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป ความเย็นชาหายไปเหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เขาปิดไม่มิด ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงสัญญาณเตือนภัยของบริษัทก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับไฟที่ดับวูบลงทั้งชั้น เหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมด้วยรอยร้าวในใจของคนทั้งคู่... ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันประสานกลับมาได้อีกแล้ว ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับคินน์มาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%