“คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่ รินรดา... และที่แย่ไปกว่านั้น คุณกำลังพยายามทำให้ฉันเชื่อตามไปด้วย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สะท้อนใบหน้าเรียบเฉยของเขากับรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องพักส่วนตัวในคอนโดหรู รินรดากระชับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาในคืนที่ตกลงกันว่าจะ ‘เว้นระยะห่าง’ เพื่อสะสางปัญหาที่เมธาเป็นคนก่อขึ้น
“ฉันแค่ทำตามแผนที่เราวางไว้ คินน์... การแยกกันอยู่คือวิธีเดียวที่จะทำให้เมธาไม่จับตามองเรามากเกินไป” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าลมหายใจของเธอกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทาบทับลงมาบนร่างบางราวกับจะโอบกอดเธอไว้ในความมืด เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย กลิ่นของความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดสามวันที่ไม่ได้พบหน้า “แผนเหรอ? หรือว่าเป็นวิธีที่คุณใช้ผลักไสฉันออกจากชีวิตกันแน่”
“อย่าพูดแบบนั้น...” เธอเบือนหน้าหนี สัมผัสถึงความร้อนผ่าวที่ขอบตา
“แล้วจะให้ผมพูดว่าอะไร ในเมื่อทุกครั้งที่ผมหลับตา ผมยังเห็นแผ่นหลังของคุณเดินหันหลังให้ผมอยู่ทุกคืน” คินน์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา บังคับให้เธอหันกลับมาสบตากับเขา แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาแบบที่แสดงออกต่อโลกภายนอก แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเข้มแข็ง “คุณบอกให้ผมอดทน แต่คุณเคยถามไหมว่าการไม่ได้กลิ่นหอมจากเส้นผมของคุณทุกเช้า... มันทรมานแค่ไหนสำหรับผม”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากจะโผเข้ากอดเขา อยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วบอกว่าเธอรับไม่ไหวแล้ว แต่ความรับผิดชอบและกลัวว่าคินน์จะเป็นอันตรายเพราะเมธาก็รั้งเธอไว้ “เราทำเพื่ออนาคตของเรานะคะคินน์... ถ้าเราผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ เราจะไม่ต้องมีระยะห่างแบบนี้อีกเลย”
คินน์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “อนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ด้วย... มันจะมีค่าอะไร”
เขาปล่อยมือจากคางของเธอแล้วเดินเลี่ยงไปที่ระเบียง ปล่อยให้รินรดายืนเคว้งอยู่กลางห้อง ความเงียบในยามค่ำคืนนี้ช่างบาดลึก เธอสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะทำงานของเขามีแก้วกาแฟที่เย็นชืดวางอยู่หลายใบ สภาพห้องที่ดูไม่เป็นระเบียบนักสะท้อนให้เห็นว่าตลอดเวลาที่แยกกัน เขาก็แทบไม่ได้พักผ่อนเช่นเดียวกับเธอ
“เมธากำลังก้าวเข้ามาใกล้กว่าที่คุณคิด” รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เขา เธอวางมือลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น “วันนี้เขาแอบไปพบลูกค้ารายใหญ่ของเราที่งานกาล่า... เขาพยายามเสนอข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจเพื่อดึงคนเหล่านั้นออกไปจากโปรเจกต์ที่เราถืออยู่”
คินน์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของหญิงสาว “นั่นเป็นสิ่งที่ผมคาดไว้แล้ว แต่ที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องงาน... ผมกังวลว่าคนอย่างเมธาจะไม่หยุดแค่การทำลายบริษัท เขาจะทำลายทุกอย่างที่ผมรัก... รวมถึงคุณด้วย”
“ฉันไม่กลัวเขาหรอกค่ะ” รินรดาตอบอย่างมุ่งมั่น “ตราบใดที่เรายังยืนหยัดอยู่ข้างกัน แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันในทางปฏิบัติ แต่หัวใจของฉัน... มันอยู่ที่เดิมเสมอ”
คินน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเขาจรดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนผิวแก้ม รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่านร่างเมื่อเขากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “อย่าพูดอะไรที่ทำให้ผมอยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วพาคุณหนีไปตอนนี้เลยนะริน... เพราะผมอาจจะหักห้ามใจไม่ให้ ‘กักขัง’ คุณไว้ที่นี่ตลอดไปไม่ได้”
เป็นถ้อยคำที่เย้ายวนและชวนให้ใจสั่น แต่ก่อนที่บรรยากาศจะถลำลึกไปไกลกว่านั้น เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอผละออกจากเขาด้วยความเสียดาย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีไปทันที
“เป็นอะไรไป?” คินน์ถามด้วยน้ำเสียงกังวล
รินรดาชูหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู มันเป็นข้อความนิรนามที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ เนื้อหาเพียงสั้นๆ แต่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดลง
*‘ในขณะที่พวกคุณกำลังพร่ำบอกรักกันใต้แสงจันทร์... ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ฉันเตรียมไว้ให้กำลังจะถึงหน้าประตูบ้านคุณแล้ว หวังว่าคงจะชอบความบันเทิงที่ฉันตั้งใจมอบให้นะ... เมธา’*
ยังไม่ทันที่คินน์จะคว้าโทรศัพท์มาดู เสียงทุบประตูด้านนอกคอนโดก็ดังขึ้นรัวและหนักหน่วง ราวกับมีใครบางคนบุกรุกเข้ามาในเขตกั้นความปลอดภัยของอาคารนี้ คินน์คว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดุจนักล่าที่พร้อมจะปกป้องอาณาเขตของตน
“อยู่หลังผม...” คินน์สั่งเสียงเฉียบพลันขณะที่เขาก้าวไปยังประตูหน้าห้อง โดยที่ไม่ทันสังเกตว่าที่หน้าจอมอนิเตอร์ของระบบรักษาความปลอดภัยในห้อง... ภาพของคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูไม่ใช่เมธา แต่เป็นบุคคลที่ควรจะหายสาบสูญไปจากชีวิตของเขาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน
รินรดามองดูใบหน้าบนหน้าจอด้วยความหวาดหวั่นพลางกระซิบชื่อคนคนนั้นออกมาแผ่วเบาด้วยความตกตะลึง “นั่น... แม่ของคินน์งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้...”
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาและคินน์ในบทนี้ด้วยนะคะ
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 22
ระยะห่างที่ทรมาน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!