“เอกสารชุดนี้... คุณเมธาคงไม่ได้หวังว่าผมจะเซ็นมันลงไปจริงๆ ใช่ไหมครับ?”
น้ำเสียงของคินน์ทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไปด้วยแรงปะทะที่เหมือนคลื่นใต้น้ำ เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรูหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่งเคาะนิ้วเป็นจังหวะเชื่องช้าลงบนแฟ้มเอกสารสีดำสนิท สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองบุรุษตรงหน้าที่กำลังยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
เมธาไม่ตอบ แต่กลับหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ เขาเอนหลังพิงพนักท่าทางผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศในห้องทำงานที่ดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกได้ทุกวินาที
“ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ คินน์” เมธาเอ่ยพลางเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก วางทับลงบนเอกสารนั้น “คนอย่างคุณ... รักในความสมบูรณ์แบบ รักในชื่อเสียงวงศ์ตระกูล แต่ถ้าคนทั้งตลาดหลักทรัพย์ได้เห็นภาพพวกนี้ว่า ‘ซีอีโอผู้แสนดี’ มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนอมินีที่ฟอกเงินธุรกิจมืด... คุณว่าหุ้นของบริษัทเราจะดิ่งเหวไปถึงจุดไหน?”
รินรดาซึ่งยืนหลบมุมอยู่ใกล้กับประตูห้องทำงานของคินน์รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอเพิ่งจะนำเอกสารแบบแปลนโครงสร้างโครงการใหม่มาส่ง แต่สิ่งที่เห็นและได้ยินกลับทำให้ความหวังที่เธอตั้งใจถักทอมาตลอดหลายเดือนพังทลายลงในพริบตา
เธอเห็นมือของคินน์ที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่มันเต็มไปด้วยประกายแห่งความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
“คุณกำลังเล่นกับไฟ เมธา” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ หากแต่มีความเย็นเยียบที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความหนาวเหน็บ “และคุณก็น่าจะรู้ดีว่า ถ้าผมตัดสินใจจะแผดเผาใคร ผมไม่เคยเหลือซากให้คนพวกนั้นได้กลับมาสร้างตัวใหม่”
“งั้นก็ลองดู” เมธาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดเสียงต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ “คุณมีเวลาถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่เซ็นยอมรับข้อเสนอการโอนหุ้นอำนาจบริหารให้ผม... ข่าวนี้จะถึงมือสื่อทุกสำนัก รวมไปถึง ‘คุณรินรดา’ ผู้หญิงที่รักความถูกต้องยิ่งกว่าชีวิตคนนั้นด้วย”
หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น ชื่อของเธอที่หลุดออกมาจากปากของเมธาทำให้ร่างบางที่ซ่อนตัวอยู่หลังบานประตูถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่ตั้งใจ แรงกระทบกับกระถางต้นไม้เล็กๆ ทำให้เกิดเสียงดังแผ่วเบา แต่ในความเงียบงันของห้องทำงาน เสียงนั้นกลับดังชัดเจนจนชายหนุ่มทั้งสองหันมามอง
คินน์รีบลุกขึ้น ดวงตาที่เคยเฉยชาเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในทันทีเมื่อเห็นรินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว ความห่วงใยฉายชัดในแววตาเหนือความกังวลเรื่องธุรกิจ
เมธาหันมามองรินรดาแล้วยิ้มกว้าง “อ้าว... ดูเหมือนผู้ชมกิตติมศักดิ์จะมาถึงพอดี คุณรินรดาครับ... คุณคิดว่าผู้ชายที่คุณเทิดทูนนักหนาคนนี้ จะเป็นสุภาพบุรุษที่บริสุทธิ์สะอาดอย่างที่คุณวาดฝันไว้จริงๆ หรือเปล่า?”
รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เธอเดินก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของเธอไม่ได้มองเมธา แต่เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของคินน์ มองหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในนั้น
“เรื่องที่เขาพูด... เป็นเรื่องจริงไหมคะคินน์?” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แต่มั่นคงพอที่จะแสดงออกว่าเธอต้องการคำตอบ ไม่ใช่คำปลอบโยน
คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความเจ็บปวดร้าวลึกฉายผ่านแววตา เขาเดินเข้ามาใกล้รินรดา แต่ไม่กล้าเอื้อมมือไปสัมผัสเธอ “ริน... มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คุณคิด ผมมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น เพื่อปกป้องทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเรา...”
“เพื่อปกป้องบริษัท หรือเพื่อปกป้องตำแหน่งของคุณกันแน่คะ?” รินรดาสวนกลับ ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้คลอไปด้วยน้ำตาแห่งความผิดหวัง
เมธาหัวเราะร่าอย่างชอบใจก่อนจะเดินผ่านรินรดาออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตู เขาหันกลับมาพูดทิ้งท้าย “พายุใหญ่กำลังจะมาถึงแล้วคินน์ ไม่ว่าคุณจะเลือกปกป้องใคร... สุดท้ายคนที่จะจมหายไปในกองซากปรักหักพังก็คือพวกคุณสองคนนั่นแหละ”
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบที่ชวนอึดอัดก็เข้าครอบคลุมพื้นที่ รินรดาหันหลังให้คินน์ เธอหยิบเอกสารที่นำมาด้วยกำไว้แน่นจนยับย่น
“ถ้าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง... สิ่งที่เราร่วมสร้างกันมาตลอด มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ตั้งอยู่บนความโสมมสินะคะ”
คินน์ก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ครั้งนี้เขาไม่ปล่อยให้เธอหันหนี แรงบีบที่ข้อมือสื่อถึงความโหยหาและความเจ็บปวดที่เขาเก็บไว้มาตลอด “ริน... มองตาผม ผมอาจจะไม่ได้ดีเด่อย่างที่คุณต้องการ แต่ทุกอย่างที่ผมทำ... ทุกสิ่งที่ผมพยายามแบกไว้ มันมีคุณเป็นเหตุผลเดียว”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกันเป็นจิบๆ หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงให้เห็นข้อความจากสำนักข่าวออนไลน์ที่เธอกดติดตามไว้เป็นแถวยาว
มันคือภาพใบหน้าของคินน์ในมุมมืด พร้อมกับหัวข้อข่าวพาดหัวตัวโตที่ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก
‘แฉซีอีโอหนุ่มชื่อดัง! เบื้องหลังบริษัทหรูคือแหล่งฟอกเงินข้ามชาติ แหล่งข่าววงในเผยหลักฐานมัดตัว... เช้าพรุ่งนี้ความจริงจะถูกเปิดโปงทั้งหมด!’
รินรดามองหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้ามองคินน์ที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด เธอกำลังจะถามอะไรบางอย่าง แต่แล้วโทรศัพท์ของคินน์ก็ดังขึ้นเป็นสายเรียกเข้าที่ไม่ระบุหมายเลข เขาจำใจรับสายด้วยมือที่สั่นเทา
“คุณคินน์ครับ... เราแย่แล้วครับ สำนักงานบัญชีถูกตำรวจบุกเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายล่วงหน้า และตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่บริษัทของคุณครับ!”
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาและคินน์ในบทนี้ด้วยนะคะ
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 23
พายุใหญ่มาเยือน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!