พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 12

บททดสอบจากเมธา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณรินรดาคะ... เอกสารสัญญานี่มันไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้การก่อสร้างหยุดชะงักได้เพียงเพราะความเห็นส่วนตัวของคุณเมธาหรอกนะคะ” เสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เธอยังคงยืนตัวตรงหลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยพิมพ์เขียวสีน้ำเงินเข้ม เธอมองสบตาคินน์ผ่านแว่นสายตากรอบบาง แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอบอุ่นยามค่ำคืนเหมือนที่เธอเคยได้รับ มีเพียงความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นราวกับกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น คินน์วางปากกามูซาลงบนโต๊ะด้วยเสียงดังพอประมาณก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธอ ราวกับจะอ่านใจให้ทะลุปรุโปร่ง “เมธาไม่ได้ใช้แค่ ‘ความเห็นส่วนตัว’ ริน เขาถือโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายที่เชื่อมต่อกับระบบสาธารณูปโภคของโปรเจกต์เราไว้ทั้งหมด” น้ำเสียงของคินน์นิ่งเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึก “เขาต้องการให้เราถอนโปรเจกต์ ‘The Horizon’ ออกจากพื้นที่เขตเมืองเก่าเพื่อแลกกับการปล่อยทางเข้าออกที่ดินให้เราทำงานต่อได้” รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ “มันเป็นโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทชีวิตให้คินน์ คุณก็รู้ว่านั่นไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการอนุรักษ์พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม คุณจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เพื่อเอาใจคู่แข่งที่เป็นงูพิษอย่างเขาจริงๆ หรือคะ” “ถ้าผมไม่ยอมแพ้ พนักงานกว่าสามร้อยชีวิตในฝ่ายก่อสร้างจะต้องตกงานภายในเดือนหน้า เพราะโปรเจกต์หยุดชะงักเกินกำหนด” คินน์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าของเขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอช้าๆ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้หัวใจของรินรดากระตุกไหว “ริน... ในโลกของความจริง บางครั้งเราต้องยอมเสียสละสิ่งที่รักที่สุด เพื่อรักษาความอยู่รอดของส่วนรวม” “แต่คุณไม่ได้กำลังเสียสละเพื่อส่วนรวม” เธอสวนกลับทันควัน สายตามุ่งมั่นไม่หลบเลี่ยง “คุณกำลังหนี... คุณกลัวว่าเมธาจะขุดคุ้ยเรื่องความผิดพลาดในรายงานการเงินเมื่อสามปีก่อนขึ้นมาใช่ไหมคะ?” คินน์ชะงักฝีเท้าลง ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาดูจะติดขัดไปชั่วขณะ แววตาที่เคยเย็นชาสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาดุดันตามเดิม “คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง” เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน “รินไม่ได้โง่นะคะคินน์ ตลอดเวลาที่อยู่เคียงข้างคุณ รินเห็นความลับมากมายที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของบริษัทนี้ เมธาไม่ได้อยากได้ที่ดินหรอกค่ะ เขาอยากได้คอของคุณ” รินรดาเดินเข้าใกล้เขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา เธอวางมือลงบนแผงอกที่แน่นตึงผ่านเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพง “อย่าใช้โปรเจกต์ของรินเป็นหมากในกระดานของพวกคุณ... รินจะไปคุยกับเมธาเอง” “อย่าทำแบบนั้น!” คินน์คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่น “เมธาไม่ใช่คนที่คุณจะไปต่อกรด้วย เขาไม่มีความเมตตาให้กับสตรีเพศ ถ้าคุณเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาตอนนี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้คุณเดินออกมาพร้อมกับชัยชนะ” “แต่รินก็จะไม่ยอมให้คุณต้องเสียอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว” เธอเงยหน้าสบตาเขา แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวทำให้นักธุรกิจผู้เย็นชาอย่างคินน์ถึงกับนิ่งงัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ทำให้ทั้งสองผละออกจากกันแทบจะทันที ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาหน้าห้องที่มีสีหน้าตื่นตระหนก “ขอโทษค่ะคุณคินน์... คุณเมธามาถึงที่หน้าบริษัทแล้วค่ะ เขาแจ้งว่าเขามีหลักฐานสำคัญบางอย่างที่จะยื่นให้สื่อมวลชนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ ถ้าหากโปรเจกต์ The Horizon ไม่ถูกประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการค่ะ” รินรดาหันมองหน้าคินน์ เห็นความร้าวฉานในดวงตาของชายหนุ่มที่เธอรัก ความกดดันจากศัตรูภายนอกดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความลับที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย “ให้เขาเข้ามา” คินน์สั่งด้วยเสียงที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยิน ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างของเมธาในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มก็ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของคินน์ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลใบหนามาด้วย ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานของคินน์อย่างถือดี “ไง... คินน์ ดูเหมือนว่าคุณกับสถาปนิกคนสวยจะปรึกษากันนานนะ” เมธาเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง “ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรอง แต่ผมมาเพื่อเตือน... ว่าบริษัท ‘คินน์ อาร์คิเทคเจอร์’ กำลังจะล่มสลายภายในบ่ายวันนี้ ถ้าคุณไม่ยอมทำตามที่ผมขอ” เมธาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มแล้วเลื่อนผ่านโต๊ะไปให้คินน์ รินรดาชะโงกหน้ามองตาม แล้วหัวใจของเธอก็ร่วงไปถึงตาตุ่ม มันไม่ใช่รายงานการเงินอย่างที่เธอคิด แต่มันคือบันทึกความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างคินน์กับลูกสาวของคู่แข่งทางธุรกิจอีกรายที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน คินน์ก้มมองภาพถ่ายในกระดาษนั้น มือของเขาเริ่มสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัวมาตลอด “คุณเมธา... คุณขโมยภาพพวกนี้มาจากไหน!” รินรดาตะโกนออกมาด้วยความลืมตัว เมธายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ดูอัปลักษณ์ในสายตาของทุกคน “ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอคุณรินรดา และคินน์... คุณเองก็รู้ดีว่าถ้าภาพพวกนี้หลุดไปถึงมือนักข่าว สิ่งที่จะพังไม่ใช่แค่บริษัท แต่คือชีวิตของคนข้างกายคุณด้วย” เมธาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “เอาล่ะ... ผมให้เวลาคุณตัดสินใจห้านาที ว่าระหว่าง ‘โปรเจกต์ที่รัก’ กับ ‘ความลับที่น่าอาย’ คุณจะยอมเสียสละอะไรไปจากชีวิต!” เข็มนาฬิกาติดผนังดูเหมือนจะเดินช้าลงทุกขณะ เสียงเดินของมันดังก้องในห้องทำงานที่เงียบกริบ คินน์หันมามองรินรดา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่ปิดบังไม่มิด เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยอมจำนน แต่มือถือของรินรดากลับสั่นรัวขึ้นมาเสียก่อน เธอกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ มันคือเสียงของพนักงานสอบสวนที่เธอเคยให้ช่วยตรวจสอบคดีอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน “คุณรินรดาครับ... เราพบหลักฐานใหม่ในรถยนต์ที่เกิดเหตุแล้วครับ... คนที่อยู่หลังพวงมาลัยในคืนนั้น ไม่ใช่คุณคินน์อย่างที่ทุกคนเข้าใจครับ” รินรดามองหน้าเมธาที่เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เมื่อความลับที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกกระชากออกมาในวินาทีที่วิกฤตที่สุด ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับคินน์มาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%