พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 10

ความเผลอไผล

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงลงกลอนประตูที่ดัง ‘กริ๊ก’ หนักแน่นเบื้องหลังคินน์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันไม่ใช่เสียงปิดประตูธรรมดา แต่มันคือเสียงกักขัง... กักขังทั้งตัวเธอและหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนเพนต์เฮาส์หรูที่มองเห็นทัศนียภาพกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนราวกับมวลเพชรที่ถูกโปรยปรายลงบนผืนผ้ากำมะหยี่สีนิล ชุดทำงานสีขาวสะอาดตาที่เธอพิถีพิถันเลือกสวมใส่ดูไร้ความหมายในวินาทีนี้ เมื่อลมหายใจของเธอกำลังสั่นไหวไปกับความเงียบงันที่แผ่ซ่าน ห้านาทีผ่านไป... สิบนาทีผ่านไป... ทุกวินาทีที่ล่วงเลย รินรดายิ่งรู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังลดน้อยลง เธอตัดสินใจเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปแตะกระจกเย็นเฉียบ ความเย็นนั้นไม่ได้ช่วยให้ใจที่ร้อนรุ่มของเธอสงบลงเลยแม้แต่น้อย เมธา... ผู้ชายที่คินน์กำลังออกไปเผชิญหน้า คือปีศาจที่ไม่มีวันปล่อยให้เขามีความสุขบนเส้นทางธุรกิจ หากความลับเรื่องโครงการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรั่วไหลออกไป ชื่อเสียงที่คินน์สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อจะต้องพังทลายลงในชั่วข้ามคืน *กึก...* เสียงไขกุญแจดังขึ้น รินรดาสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปมองทางประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความกังวลในคราเดียวกัน บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสง่าของคินน์ เนกไทสีน้ำเงินเข้มของเขาถูกปลดออกและห้อยรุ่ยลงมาเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจคือใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าและแววตาที่ดุดันผิดปกติ เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะที่มั่นคงราวกับนักล่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิมาหมาดๆ กลิ่นอายความเย็นเยียบของเขายังคงลอยมาปะทะจมูกเธอ "ทำไมคุณถึงยังไม่ไปจากที่นี่" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า หากแต่แฝงด้วยกระแสความอ่อนไหวที่เขาพยายามซ่อนไว้ "คุณสั่งให้ฉันรอ..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "แล้วฉันจะไปไหนได้ในเมื่อคุณขังฉันไว้แบบนี้" คินน์ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขากดลงบนพื้นพรมทำเอาหัวใจของรินรดาเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้เธอมึนหัวอย่างประหลาด เขาโน้มใบหน้าลงมา สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ เหมือนจะอ่านความนึกคิดทั้งหมดที่เธอกำลังซ่อนไว้ "ผมขังคุณไว้... เพราะผมไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณ แม้แต่เงาของความวุ่นวายที่เมธาสร้างขึ้น" เขาพูดพลางยกมือขึ้นไล้กรอบหน้าของเธอเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านแต่ทว่าแฝงความอบอุ่นนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต "ทำไมต้องเป็นฉันคะคินน์... คุณมีทุกอย่าง มีผู้หญิงมากมายที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณโดยไม่ตั้งคำถามเรื่องงานหรือเรื่องพวกนี้" รินรดาถามคำถามที่ติดอยู่ในใจมาตลอด เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนเจ้าระเบียบ แข็งกร้าว และมักจะใช้เหตุผลนำหน้าหัวใจเสมอ แต่กับเขา... กฎเกณฑ์เหล่านั้นพังทลายลงหมดสิ้น คินน์ไม่ได้ตอบในทันที เขามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหลงใหลที่ยากจะควบคุม เขากดจูบเบาๆ ลงที่ขมับของเธอ ก่อนจะกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน "เพราะคนอื่นคือตัวเลือก... แต่คุณคือข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของผม ริน" คำสารภาพนั้นทุ้มต่ำและหนักแน่นจนรินรดารู้สึกว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา เห็นประกายความสับสนและต้องการในแววตาคู่นั้น ความเผลอไผลเข้าครอบงำเธอในทันที มือเรียวเอื้อมไปจับปกเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นของเขาอย่างลืมตัว "ข้อยกเว้น... งั้นเหรอคะ?" เธอย้ำเสียงสั่น "ใช่... ไม่ว่าโลกข้างนอกจะพังทลายลงอย่างไร ผมจะไม่มีวันยอมให้ข้อยกเว้นของผมต้องแปดเปื้อน" คินน์ประทับจูบลงบนกลีบปากของเธออย่างอ้อยอิ่งและเย้ายวน ความอบอุ่นที่เขาถ่ายทอดมาทำให้ความโกรธเคืองเรื่องที่เขาทำตัวเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความโหยหาที่ยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรักและความปรารถนา มือของคินน์เริ่มสำรวจไปตามแผ่นหลังบางของหญิงสาว เขาโอบกอดเธอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปเป็นอากาศธาตุ รินรดาตอบรับสัมผัสนั้นด้วยหัวใจที่ยอมจำนน เธอหลับตาลงรับรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยน ลืมเลือนไปชั่วขณะว่าเมธาคือใคร หรืออะไรคือสิ่งที่คินน์ต้องเผชิญหน้าในวันพรุ่งนี้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของคินน์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน เขารีบผละออกจากเธอด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งข้อความบนหน้าจอ คินน์หันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่สายตาของความรักอีกต่อไป แต่เป็นความตื่นตระหนกที่แฝงด้วยความหวาดกลัว "ริน... ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้" เขาคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด "ตอนนี้!" รินรดาชะงักด้วยความมึนงง "เกิดอะไรขึ้นคะคินน์?" "ฉันบอกให้ไปไง!" เขาตะคอกพลางโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนพื้นหน้าจอแตกละเอียด ก่อนที่เสียงเคาะประตูอย่างหนักหน่วงจะดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็นใคร... "เปิดประตูสิครับคุณคินน์... หรือคุณจะให้ผู้หญิงของคุณเป็นคนเปิดให้ผมเห็นเอง?" ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่ารี้ดที่น่ารักจะยังไม่หัวใจวายไปเสียก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%