พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 9

ท่ามกลางขุนเขาและหมอกหนา

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าคุณคิดว่าซองเอกสารนั่นคือไพ่ตายเดียวที่คุณมี... ผมว่าคุณประเมินค่าความเป็นมืออาชีพของผมต่ำไปหน่อยนะคะ เมธา” รินรดาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยแรงปะทะที่ทำให้บรรยากาศในห้องพักหรูบนยอดเขาดูเล็กลงถนัดตา เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองเอกสารที่ถูกโยนทิ้งไว้บนเตียงนั่นด้วยซ้ำ ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่ใบหน้าบิดเบี้ยวของเมธาด้วยความเยือกเย็นที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องคินน์ เมธาแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปาก “ความรักทำให้คนฉลาดตาบอดเสมอ รินรดา ผมรู้ว่าคินน์เก็บงำอะไรไว้ และถ้าพรุ่งนี้เช้าข่าวนี้หลุดออกไปถึงหูบอร์ดบริหาร ต่อให้คุณเป็นสถาปนิกที่เก่งที่สุดในประเทศ ก็ไม่สามารถฉุดบริษัทที่จมดิ่งลงเหวได้หรอก” “ออกไปค่ะ” คินน์ที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาต่ำลึก ทรงอำนาจ แต่แฝงด้วยความกดดันที่รุนแรงจนน่าเกรงขาม “ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนและลืมไปว่าเราเคยทำงานร่วมกัน” เมธาส่งสายตาอาฆาตมาให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้ง รินรดาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ มือที่เคยประสานกันแน่นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย เธอหันไปมองคินน์ที่ยังคงยืนพิงกำแพง ใบหน้าคมสันนั้นมีริ้วรอยของความอ่อนล้าปรากฏชัด “คุณไม่ควรเอาตัวมาเสี่ยงเพื่อฉันขนาดนี้” คินน์เดินเข้ามาใกล้ เขาลดระยะห่างจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอยังคงมีความมุ่งมั่น “ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณคนเดียวค่ะ แต่นี่คือโปรเจกต์ที่ฉันตั้งใจสร้างมันขึ้นมากับมือ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายมันด้วยวิธีสกปรกแบบนี้” คินน์ชะงัก สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความซาบซึ้ง แต่มันคือความหลงใหลที่ยากจะปิดบัง “คุณเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว... รินรดา น่ากลัวจนผมไม่กล้าที่จะปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว” เขาก้าวเข้ามาจนชิด ร่างสูงโปร่งบดบังแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อนิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยไรผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง กำแพงหัวใจที่เธอสร้างขึ้นเพื่อคั่นระหว่าง ‘เจ้านาย’ และ ‘ลูกน้อง’ กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปรเปลี่ยนเป็นความถวิลหา “คินน์... เอกสารนั่น” เธอพยายามประคองสติ “ช่างเอกสารนั่นปะไร” เขาตัดบท เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในซองนั่น... แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างเราต่างหาก” คินน์เลื่อนมือจากแก้มเนียนลงมาสัมผัสที่ลำคอระหง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าที่เป๊ะทุกกระเบียบของเธอ ทำให้ความเยือกเย็นในหัวใจของสถาปนิกสาวหลอมละลายจนหมดสิ้น รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง สายตาของเขาที่จ้องมองมาเปรียบเสมือนหมอกหนาที่โอบล้อมพวกเขาไว้จากโลกภายนอก “อย่าค่ะ...” เธอเอ่ยคำปฏิเสธที่แสนเบาหวิว สวนทางกับร่างกายที่เผลอโน้มตัวเข้าหาไออุ่นของเขาโดยไม่รู้ตัว “บอกผมสิว่าคุณไม่ต้องการ...” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดที่ข้างแก้ม “บอกผมสิว่าที่ผ่านมา... คุณไม่ได้รู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก” รินรดาหลับตาลง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอพยายามดึงความเข้มแข็งสุดท้ายที่มีมาใช้ แต่เมื่อคินน์ขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเธอ คำพูดทั้งหมดก็มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ยากจะปฏิเสธ เขาประคองใบหน้าเธอไว้ด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม ก่อนจะประทับจูบลงมาอย่างแผ่วเบาที่ริมฝีปาก มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนในทันที แต่มันคือจูบที่เปี่ยมไปด้วยการเว้าวอนและอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน รินรดาตอบรับสัมผัสนั้นอย่างยินยอม แขนเรียวโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝันท่ามกลางขุนเขาและหมอกจาง บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง ท่ามกลางความโดดเดี่ยวของยอดเขาที่หนาวเหน็บ พวกเขากลับสร้างโลกใบเล็กๆ ที่อบอุ่นขึ้นมาด้วยกัน ความลับในซองเอกสารที่เมธาทิ้งไว้ถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยสัมผัสเย้ายวนที่ทำลายทุกเหตุผล ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง “คินน์! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ดังลอดเข้ามา ทำให้ร่างของทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างตกใจ รินรดามองหน้าคินน์ด้วยความสับสน เพราะน้ำเสียงนั้นคือคนเดียวที่คินน์พยายามหลบหน้ามาตลอดทริป คินน์นิ่งไป แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปมองซองเอกสารบนเตียง สลับกับประตูที่ยังคงถูกเคาะไม่หยุดหย่อน ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ริน... คุณห้ามออกไปจากห้องนี้เด็ดขาด” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและคินน์ในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%