“แฟ้มข้อมูลนี้... เมธา คุณคงจำได้ใช่ไหมว่ามันมีที่มาอย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมบอร์ดบริหาร บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง รินรดานั่งอยู่ข้างกายเขา เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่นใต้โต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว สายตาของเธอจับจ้องไปยังใบหน้าของเมธาที่บัดนี้ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง สันกรามของเขาสั่นระริกขณะจ้องมองเอกสารหลักฐานบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงเส้นทางการเงินและสัญญาที่ไม่ชอบธรรม
“คุณกำลังเล่นตลกอะไร คินน์ ของพวกนี้มันก็แค่เศษกระดาษที่พวกคุณกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายผม!” เมธากระแทกมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขายังคงพยายามรักษามาดมั่นคง แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามไรผม
รินรดาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ในชุดสูทสีเทาอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต เธอประสานสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของอีกฝ่าย “ถ้ามันเป็นเรื่องกุขึ้นมาจริงๆ คุณจะสั่นทำไมคะ คุณเมธา”
น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกราวกับคมมีด เมธาแค่นหัวเราะในลำคอ “รินรดา... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเลือกข้างผิดคน”
“ฉันไม่ได้เลือกข้างใครทั้งนั้นค่ะ ฉันเลือกอยู่ข้างความจริง และความจริงที่ว่านี้คือคุณที่ยักยอกเงินทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อไปล้างหนี้พนันส่วนตัว”
คินน์ขยับกายช้าๆ ดวงตาสีเข้มของเขาดุจดั่งมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง “ยังไม่หมดแค่นั้นนะเมธา หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับในต่างประเทศ และลายเซ็นของคุณในสัญญาฉบับปลอมที่ส่งให้ทางตรวจสอบบัญชี ทั้งหมดนี้เพียงพอที่จะทำให้คุณไม่ได้แค่หมดอนาคตในวงการนี้ แต่คุณจะต้องชดใช้กรรมในคุกอีกนาน”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เมธาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานบัดนี้หม่นแสงลงราวกับคนสิ้นไร้หนทาง ความพ่ายแพ้ที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิตกำลังโถมเข้าใส่จนตั้งตัวไม่ติด
“คินน์... เราตกลงกันได้นะ” เมธาพยายามเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูอ่อนลง “นายต้องการอะไร บอกฉันมา... หุ้นส่วน? เงิน? หรือจะให้ฉันกราบขอโทษต่อหน้าทุกคนที่นี่ก็ได้”
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดทับร่างของศัตรูตัวฉกาจจนมืดมิด “ความถูกต้องไม่ใช่สิ่งที่เอามาต่อรองกันได้เมธา สำหรับผม... การที่ผมรักษาสิ่งที่พ่อสร้างมาไม่ได้เพราะคนแบบคุณ มันคือความล้มเหลวที่ผมไม่มีวันให้อภัยตัวเอง แต่วันนี้... มันจบแล้ว”
รินรดาเฝ้ามองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความตึงเครียดที่เกาะกินใจมาตลอดหลายเดือนเริ่มมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยความอุ่นไอจากมือของคินน์ที่ยังคงกุมมือเธอไว้ไม่ห่าง เธอรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มข้างกายคนนี้
ทว่า ในจังหวะที่เมธาดูเหมือนจะยอมจำนนโดยดุษณี เขากลับเงยหน้าขึ้นมองคินน์ด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลที่แล่นริ้วไปทั่วสันหลัง
“จบแล้วงั้นเหรอ?” เมธาหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่ง “นายคิดว่าฉันโง่ขนาดที่จะไม่มีแผนสำรองเอาไว้รับมือกับวันแบบนี้เชียวหรือคินน์ นายคิดว่าทำไมฉันถึงยอมให้พวกนายตามรอยมาถึงที่นี่ได้ง่ายๆ”
เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา แล้วกดปุ่มเพียงครั้งเดียว หน้าจอโปรเจกเตอร์ที่เคยแสดงหลักฐานความผิดของเมธาพลันดับวูบลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิดีโอคลิปความยาวไม่กี่วินาทีที่ทำให้คินน์ชะงักงัน รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเนื้อหาในคลิปนั้น... มันไม่ใช่หลักฐานการทุจริต แต่เป็นภาพของบุคคลที่เธอคุ้นเคยที่สุดคนหนึ่ง กำลังหยิบยื่น 'บางอย่าง' ให้กับศัตรูคู่อาฆาตของบริษัท
คินน์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความอบอุ่นที่เคยมีในแววตาพลันมอดดับกลายเป็นเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นและประหลาดใจ
“นายยังไม่ได้เป็นคนชนะจนกว่าจะแน่ใจว่า 'คนใกล้ตัว' ของนาย ยังจงรักภักดีอยู่จริงๆ” เมธากระซิบด้วยน้ำเสียงกระหยิ่มยิ้มย่องก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีผู้ชนะ “ดูให้ดีนะคินน์ คนที่นายไว้วางใจที่สุด... กำลังจะทำลายนายจากข้างใน”
ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดานะคะ
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 26
การเปิดโปงครั้งใหญ่
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!