"แฟ้มข้อมูลนี้... มันหายไปไหน"
เสียงทุ้มต่ำของเมธาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดม่านมิดชิด แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวของเขากรีดผ่านเอกสารนับร้อยบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คราคาแพงอย่างไม่ใยดี ในใจเขามีเพียงเป้าหมายเดียว คือการขุดรากถอนโคนอดีตของ 'คินน์' ซีอีโอหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่ใครต่อใครต่างยกย่อง แต่ในสายตาของเมธา คินน์เป็นเพียงภาพลวงตาที่รอวันพังทลาย
เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปทางลิ้นชักลับที่เพิ่งสะเดาะกลอนออก สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ชั้นในสุด
"เจอแล้ว... หลักฐานการทุจริตในโครงการร่วมทุนเมื่อห้าปีก่อน ถึงแกจะพยายามลบมันออกจากฐานข้อมูลบริษัท แต่แกคงลืมนึกไปว่ายังมีคนแบบฉันที่ชอบสะสม 'ขยะ' ของคนอื่นเก็บไว้"
เมธาแค่นยิ้ม มุมปากหยักลึกราวกับปีศาจที่เพิ่งคว้าชัยชนะมาไว้ในกำมือ เขาเปิดแฟ้มดูรายการบัญชีที่ถูกทำปลอมแปลงขึ้นอย่างแนบเนียน พร้อมลายเซ็นกำกับที่คล้ายคลึงกับคินน์จนแทบแยกไม่ออก หากเอกสารชุดนี้หลุดออกไปสู่สาธารณะ ไม่เพียงแต่ความน่าเชื่อถือของคินน์จะป่นปี้ แต่บริษัทที่รินรดารักและทุ่มเทให้ก็จะพังทลายลงไปพร้อมกับเขาด้วย
ในเวลาเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง รินรดากำลังยืนมองแผ่นหลังกว้างของคินน์ผ่านกระจกเงาบานใหญ่ เขายืนนิ่งอยู่ตรงระเบียง มือถือแก้วไวน์ไว้หลวมๆ ท่าทางดูแบกรับอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะหยั่งถึง
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เธอเอ่ยถามพร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้ แตะมือลงบนไหล่หนาเบาๆ อย่างปลอบประโลม
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับมาสบตา เธอเห็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น แม้เขาจะพยายามปั้นยิ้มอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่ในจังหวะที่เขาหันมา รินรดาสังเกตเห็นมือที่กำขอบระเบียงแน่นจนขึ้นข้อขาว
"ผมแค่คิดเรื่องโปรเจกต์ใหม่ครับริน... ช่วงนี้อาจจะมีปัญหาจุกจิกเยอะไปหน่อย คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ" เขาตอบเสียงเรียบ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการโน้มตัวลงมาจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน
รินรดาหลับตาพริ้ม สัมผัสอุ่นจากริมฝีปากของเขาทำให้ความระแวงในใจคลายลงไปชั่วขณะ แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ผิดปกติ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ใต้ผิวน้ำที่ดูราบเรียบ
"รินเชื่อใจคินนะคะ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีอดีตแบบไหน แต่รินจะอยู่ข้างคินเสมอ"
คำพูดนั้นกลับกลายเป็นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคินน์ เขาโอบกอดเธอไว้แน่นขึ้น พลางซุกหน้าลงกับกลุ่มผมหอมกรุ่น ความอบอุ่นที่เขาได้รับจากผู้หญิงคนนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงตั้งหลักอยู่ได้ แต่เขารู้ดีว่าความลับที่เขาปกปิดไว้เพื่อปกป้องคนรอบข้าง กำลังจะถูกใครบางคนขุดขึ้นมาใช้เป็นอาวุธทำลายเขาให้ย่อยยับ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ การประชุมบอร์ดบริหารเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึดอัดผิดปกติ เมธาก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทีที่ดูมั่นใจเกินเหตุ เขาโยนแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะกลางห้อง เสียงกระแทกของแฟ้มดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบ
"ผมว่าวันนี้เราคงต้องทบทวนเรื่องสถานะของซีอีโอกันหน่อยนะครับ" เมธาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบขาด
คินน์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง "คุณหมายความว่ายังไง เมธา?"
"ผมหมายความว่า... ความซื่อสัตย์ที่คุณใช้เป็นหน้ากากมาตลอดห้าปี มันกำลังจะหมดอายุลงแล้ว" เมธาผลักแฟ้มเอกสารไปทางคินน์ "โครงการเซ็นทรัลพาร์คเมื่อห้าปีก่อน มีการยักยอกเงินทุนไปเกือบสิบล้าน โดยมีลายเซ็น 'คินน์ ธนภัทร' กำกับอยู่ทุกหน้าที่เบิกจ่าย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประชุม รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เธอหันไปมองคินน์ที่นิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง มือของเธอเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจและสับสน
คินน์ไม่ได้เปิดแฟ้มนั้นดู เขามองเพียงสบตาเมธาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา "คุณรู้ไหมเมธา... ของปลอมต่อให้พยายามสร้างให้เหมือนแค่ไหน มันก็ยังคงเป็นของปลอมอยู่วันยังค่ำ"
"งั้นเหรอ?" เมธายิ้มเยาะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดคลิปวิดีโอหนึ่ง ซึ่งเผยให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันนั้น... คืนที่คินน์กำลังก้าวเข้าสู่ห้องการเงินเพียงลำพัง
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว เธอไม่เชื่อว่าคินน์จะเป็นคนทำ แต่ในภาพที่ปรากฏบนจอโปรเจกเตอร์ใหญ่กลางห้อง... ร่างของคินน์ยืนถือเอกสารชุดนั้นอยู่จริงๆ และเขากำลังส่งมันให้ใครบางคนในมุมมืดที่กล้องมองไม่เห็น
มือของรินรดาสั่นเทา เธอหันไปมองคินน์ที่ยังคงนิ่งเฉย เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้แก้ต่าง เพียงแค่จ้องมองหน้าจอด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับยอมรับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'หญิงชรา' ผู้มีอำนาจล้นฟ้าในเครือธนภัทรที่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมานานหลายปี เธอเดินตรงเข้ามาในห้อง สายตาที่เฉียบคมกราดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะของเมธา
"ใครเป็นคนอนุญาตให้เอาขยะที่เน่าเฟะมาวางไว้ในห้องประชุมนี้?"
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้อง ทุกสายตาจับจ้องไปยังคุณหญิงแม่ของคินน์ เมธาชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเย่อหยิ่งยังคงไม่จางหาย
"คุณหญิงครับ เอกสารนี่คือหลักฐานมัดตัวคินน์ การทุจริตคือเรื่องร้ายแรงที่..."
"มัดตัวคินน์?" คุณหญิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาฉีกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าทุกคนในห้อง "นั่นไม่ใช่ลายเซ็นลูกชายฉัน แต่เป็นลายเซ็นของ 'คนที่ตายไปแล้ว' เมื่อห้าปีก่อนต่างหากละ... และคนที่ถือครองตราประทับนั้นไว้ มีแค่คนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องนี้!"
สายตาทุกคู่หันขวับไปยังบุคคลที่ไม่คาดคิดที่สุด ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เมธามาโดยตลอด
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับบททดสอบครั้งนี้เสมอมานะคะ
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 18
แผนร้ายที่เริ่มต้น
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!