ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 11

รอยร้าวแรก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงหัวเราะเจือความเย้ยหยันของธันวาที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของระเบียงทางเดินวีไอพี คล้ายมีดสเตนเลสเล่มบางที่กรีดลงบนผิวเนื้ออย่างไม่ทันตั้งตัว รินรดายืนนิ่ง ขากรรไกรของเธอขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แม้คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าจะพยายามตีหน้าซื่อหวังผลทางจิตวิทยา แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าคือความจริงที่ว่า... คีย์ตวันเลือกที่จะยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้สถานการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบความอดทนของเธอฝ่ายเดียว ผู้ชายปากร้ายคนนั้นเก่งกาจเหลือเกินในการผลักไสคนที่จริงใจกับเขาออกไปไกลๆ แล้วค่อยมานั่งเสียดายทีหลังในวันที่สายเกินแก้ "ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะคุณธันวา" รินรดาตวัดสายตากลับไปมองคู่แข่งทางธุรกิจของคีย์ตวันด้วยรอยยิ้มบางเฉียบ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเย็นชาไว้จนมิดชิด "แต่พอดีว่ารินไม่ใช่คนชอบเก็บของเหลือใช้จากคนอื่นมาใส่ใจ... โดยเฉพาะของที่หมดอายุขัยไปนานแล้ว" ดวงตาคมกริบของธันวาไหววับไปชั่วขณะกับคำพูดเชือดเฉือนที่ซ่อนคมเล็บไว้อย่างแนบเนียน ก่อนที่มุมปากหยักจะยกย่องขึ้น "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับน้องริน ระวังเถอะ... คนที่เธอคิดว่ายืนอยู่ข้างกายในตอนนี้ อาจจะไม่ได้เห็นค่าความภักดีของเธอเลยก็ได้ ใครจะรู้... บางทีเขาอาจจะแค่มองเธอเป็นตัวตลกคั่นเวลาแก้เบื่อระหว่างรอเวลาสลัดทิ้งก็ได้นะ" "พูดจบหรือยังคะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาสัมผัสได้ถึงไอร้อนคุ้นเคยที่แผ่ซะสะท้านมาจากแผ่นอกกว้างของคนที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง ร่างสูงโปร่งของคีย์ตวันก้าวแทรกตัวผ่านไหล่เธอขึ้นมาเล็กน้อย ไหล่กว้างนั้นแผ่รังสีความกดดันชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา คีย์ตวันไม่ได้เหลือบแลธันวาด้วยซ้ำ ดวงตาสองชั้นหลบในคมกลาวของเขาจดจ้องตรงไปข้างหน้า ทว่าริมฝีปากหยได้รูปกลับเหยียดยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่าอย่างชัดเจน "ถ้าสุนัขเห่าหอนจนน่ารำคาญ ทางที่ดีที่สุดคือการเดินหนี ไม่ใช่ก้มลงไปเห่าแข่ง... คุณว่าจริงไหมครับคุณธันวา?" "แก!" ธันวาหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งเข้าหาคีย์ตวันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หมัดหนาที่กำเข้าหากันแน่นสั่นเทาด้วยความโกรธ "ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญป้ายหน้าค่ะ พอดีอากาศแถวนี้เริ่มเป็นพิษจากสารพัดคำพูดไร้สาระ ฉันกับคุณคีย์ตวันต้องรีบไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่อื่น" รินรดาชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เธอหันหลังให้กับอดีตคนเคยคุยทันทีโดยไม่ให้โอกาสเขาได้อ้าปากแก้ตัวสักคำ มือเรียวเล็กเอื้อมไปคว้าข้อแขนแกร่งของคีย์ตวันแล้วออกแรงดึงเบาๆ "ไปค่ะคุณคีย์ตวัน ยืนตรงนี้นานๆ เดี๋ยวเชื้อโรคความมั่นหน้าจะติดตัวเอา" คีย์ตวันยอมปล่อยให้หญิงสาวลากตัวออกมาแต่โดยดี แม้ในใจจะแอบกระตุกวูบกับสัมผัสอุ่นจากมือเล็กที่แตะลงบนผิวเนื้อ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของทายาทหนุ่มตระกูลดังชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์พ่อเจ้าประואהปากร้ายคนเดิม ทั้งคู่เดินลัดเลาะผ่านสวนหย่อมประดับไฟระยิบระยับจนกระทั่งมาหยุดอยู่ริมสระน้ำไร้ขอบที่สะท้อนแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเงียบสงบในมุมอับสายตาช่วยขับไล่ความอึดอัดเมื่อครู่ให้เจือจางลง ทว่าความเงียบที่โรยตัวเข้ามาแทนที่กลับน่าอึดอัดยิ่งกว่า รินรดายืนกอดอก มองระลอกคลื่นน้ำที่ไหวตามแรงลม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา สมองอันปราดเปรียวเริ่มประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องมารับมือกับความซับซ้อนในโลกของคีย์ตวัน และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย... "ปล่อยให้มันเข้าใจแบบนั้นไปสิ ทำไมต้องไปต่อปากต่อคำกับไอ้บ้านั่นด้วย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดด้านข้าง ทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้าเช่นเดียวกับเธอ "แล้วทำไมคุณคีย์ตวันถึงยืนเงียบเป็นใบ้ล่ะคะ?" รินรดาหันขวับไปสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยอารมณ์หลากหลายที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "ตอนที่เขาดูถูกฉัน... คุณยืนมองเฉยๆ ได้ยังไง? หรือที่คุณนิ่ง เพราะลึกๆ แล้วคุณก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด?" คีย์ตวันชะงัก ดวงตาคมกริบหันกลับมามองหญิงสาวทันที "รินรดา... เธอพูดบ้าอะไรออกมา?" "ฉันพูดความจริงต่างหาก!" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความน้อยใจที่พยายามเก็บกดไว้ "สำหรับคุณ ฉันเป็นอะไรกันแน่คะคุณคีย์ตวัน? เป็นตัวตลก เป็นผู้หญิงที่วิ่งตามตื๊อแก้เบื่อ หรือเป็นแค่เครื่องมือคั่นเวลาที่คุณจะทำยังไงกับฉันก็ได้ตามใจชอบ?" "หยุดพูดจาไร้สาระเดี๋ยวนี้!" คีย์ตวันขึ้นเสียงดุ นัยน์ตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ มือหนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้แน่นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวตัวตนของเธอให้อยู่กับร่องกับรอย "เธอคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่ออย่างนั้นเหรอ? ถ้าใช่... ฉันคงไม่เสียเวลามายืนเถียงกับผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอตรงนี้หรอก!" "แล้วทำไมคุณถึงไม่ปกป้องฉันล่ะ!" หยาดน้ำใสคลอหน่วยขึ้นที่ดวงตากลมโต รินรดาแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ "คุณปากเก่งใส่ทุกคนได้ ยกเว้นกับคนที่เข้ามาหยามฉัน... บางที ฉันอาจจะโง่เองที่ยอมเอาความรู้สึกตัวเองมาทิ้งไว้ในเกมบ้าๆ ของคุณ" ประโยคสุดท้ายกระแทกกระทั้นลงกลางใจของคีย์ตวันจนชายหนุ่มชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายชาวาบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ คำว่า 'เกม' ที่หลุดออกจากปากเธอ บาดลึกยิ่งกว่ารอยแผลใดๆ ที่เขาเคยได้รับในชีวิต เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและรอยร้าว... รอยร้าวแรกที่เขาก่อขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งและนิสัยปากไม่ตรงกับใจของตัวเอง "ริน..." คีย์ตวันพึมพำเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวในแววตาเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่ฉายชัดอยู่หลังม่านนัยน์ตา "พอเถอะค่ะคุณคีย์ตวัน" รินรดาขยับตัวถอยห่างจากอ้อมกรามของเขาช้าๆ ปล่อยมือหนาให้หลุดร่วงจากการเกาะกุม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเธอดูน่าเวทนาเสียยิ่งกว่าคราบน้ำตา "วันนี้ทำให้ฉันได้คิดอะไรหลายอย่าง... การอยู่ในเกมที่คุณเป็นคนกุมกฎ มันเหนื่อยเกินไปสำหรับผู้หญิงธรรมดาอย่างฉัน" "เธอหมายความว่ายังไง?" คีย์ตวันก้าวตามหนึ่งก้าว หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความกลัวที่แปลกประหลาด กลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะหลุดมือไปตลอดกาล "หมายความว่า... ฉันควรจะถอนตัวออกจากความสัมพันธ์บ้าๆ นี่เสียที" รินรดากล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอกำลังจะหันหลังเดินจากไปเพื่อตัดปัญหาทั้งหมดในคราวเดียว— ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของคีย์ตวันดังขึ้นทำลายความตึงเครียด หน้าจอเรืองแสงวาบในความมืดเผยให้เห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก ภาพถ่ายใบเสร็จดินเนอร์หรูและข้อความสั้นๆ ปรากฏหราต่อหน้าต่อตา *“คุณคีย์ตวันคะ... ของที่ฝากไว้บนห้องสวีทชั้นบน จัดการเรียบร้อยแล้วนะคะ อย่าลืมขึ้นมาตรวจการบ้านล่ะ”* รินรดาเหลือบสายตาไปเห็นข้อความนั้นพอดี ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่อีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบของหญิงสาวจะคลี่ยิ้มหยันออกมาอย่างสมเพชตัวเองขั้นสุด "อ๋อ... นี่สินะเหตุผลที่คุณรีบร้อนอยากมางานนี้นัก" รินรดากล่าวเสียงเบาหวิวราวกับกระซิบ ทว่ากลับคมกริบเสียดแทงหัวใจคนฟัง "ขอตัวนะคะ... เชิญคุณไป 'ตรวจการบ้าน' ให้สนุกเถอะค่ะ" ร่างบางหันหลังขวับและก้าวเดินออกไปทันทีโดยไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ จากชายหนุ่มที่ยืนแข็งค้างอยู่กับที่ คีย์ตวันหน้าถอดสี มือหนากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน เขารีบก้าวเท้าตามไปเพื่อคว้าแขนเธอไว้ ทว่าจังหวะนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าสวนหย่อม "อ้าว, คุณคีย์ตวัน! อยู่นี่เองเหรอครับ? ผมกำลังตามหาอยู่พอดี... ทางบอร์ดบริหารฝากมาถามเรื่องโปรเจกต์ใหม่พอดีเลย ว่าแต่... น้องรินจะกลับแล้วเหรอครับ ทำไมหน้าตาดูเครียดจัง?" บุคคลที่สามก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไว้พพอดี พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบแฝงไปด้วยความตั้งใจป่วนเกมอย่างสมบูรณ์แบบ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสรอยร้าวครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%