ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 10

ขอโทษที... ที่ใจไปเอง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ... คุณคีย์?” น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มเคลือบยาพิษนั้นลอยเคว้งเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด รินรดาชะựngมือที่กำลังจะสะบัดออกจากกงกรรมกงเกวียนแห่งอารมณ์ของคีย์ตวัน หญิงสาวค่อยๆ หันไปตามต้นเสียง ก่อนจะพบกับร่างระหงของนางแบบสาวเซเลบชื่อดังที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ มินตรา... ผู้หญิงที่คีย์ตวันเคยประกาศกร้าวผ่านสื่อว่าเป็นแค่ ‘เพื่อนกิน’ แต่กลับขยันเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเขาไม่เว้นแต่ละวัน รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ไม่ใช่สมเพชมินตราหรอกนะคะ แต่สมเพชตัวเองที่เกือบจะใจอ่อนยวบยาบไปกับแววตาไอมืดมนของเจ้าของห้องเมื่อครู่ “เชิญตามสบายเลยค่ะ พอดีฉันหมดธุระตรงนี้แล้วเหมือนกัน” รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงสายตาคมกริบที่มองมาอย่างมีความหมายของคีย์ตวัน เธอรวบแฟ้มเอกสารในมือเข้าหากันด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ตั้งใจจะเดินสวนออกไปให้พ้นจากวงจรอุบาทว์นี่เสียที หมับ! ทว่า ข้อมือเรียวกลับถูกปลายนิ้วแข็งแกร่งคว้าหมับไว้เสียก่อน แรงบิดไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักหน่วงพอที่จะรั้งตัวเธอให้หยุดนิ่ง คีย์ตวันไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินหนีเขาง่ายๆ ในสถานการณ์ที่หัวใจเขากำลังรุ่มร้อนจนแทบไหม้เกรียม “อย่าเพิ่งไป ริน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้ตอกหน้าคนอื่นอย่างไร้เยื่อใย กลับเจือความสั่นพร่าจางๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น หากแต่มันเล็ดลอดผ่านโสตประสาทของคนช่างสังเกตอย่างรินรดาได้ทันที “ปล่อยค่ะ คุณคีย์” เธอสะบัดข้อมือเบาๆ แต่คนตัวโตกลับยิ่งใช้นิ้วล็อคแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้วเธอจะหายลายเป็นอากาศธาตุไปต่อหน้าต่อตา “แขกของคุณมาแล้วนะคะ เสียมารยาทแย่ถ้าจะมามัวยื้อยุดกับลูกจ้างต๊อกต๋อยอย่างฉัน” “คีย์คะ...” มินตราชะม้ายสายตาเข้ามาใกล้ พร้อมส่งยิ้มหวานหยดที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดี หล่อนก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ ส้นสูงปรี๊ดกระทบพื้นกระจกเกิดเสียงดังน่ารำคาญ “มินโทรหาคุณตั้งหลายสายทำไมไม่รับคะ รู้ไหมว่ามินเป็นห่วงแทบแย่ มีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า ถึงได้เรียกผู้หญิงคนนี้เข้ามาพบเป็นการส่วนตัวในห้องลับแบบนี้ล่ะคะ” คำพูดจาแสดงความเป็นเจ้าของและสายตาที่จงใจมองรินรดาหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวไปอีกขั้น รินรดาลอบถอนหายใจ เธอเกลียดละครฉากนี้เหลือเกิน เกลียดความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงที่เธอไม่ได้อยากเอาตัวเข้ามาเอี่ยวตั้งแต่แรก แต่ดันพลาดท่าตกหลุมพรางความเจ้าเล่ห์ของคุณชายเพลย์บอยเข้าเต็มเปี่ยม คีย์ตวันขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมดุหันไปตวัดมองมินตราด้วยแววตาที่แทบจะเชือดเฉือนหล่อนให้เป็นชิ้นๆ ความรำคาญพุ่งปรี๊ดขึ้นจนถึงขีดสุด เขาเกลียดที่สุดคือผู้หญิงที่ไร้กาลเทศะ และมินตราก็ทำคะแนนสอบตกเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องนี้ มินตรา?” เสียงทุ้มเอ่ยลอดไรฟัน เยียบเย็นเสียจนอุณหภูมิในห้องติดลบ มินตราถึงกับชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าสวยเฉี่ยว หล่อนไม่คิดว่าเขาจะกล้าหักหน้าหล่อนต่อหน้าผู้หญิงโนเนมคนนี้ “อ้าว... คีย์พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ปกติมินก็...” “ออกไป” สั่งคำเดียวสั้นๆ แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิต คีย์ตวันไม่ได้สนใจแม้แต่จะชายตามองหล่อนซ้ำสอง สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับรึงรดาผู้พยายามบิดข้อมือออกจากการกุมมือของเขา “ฉันบอกให้ออกไป... ก่อนที่ฉันจะสั่งรปภ. มาลากตัวเธอออกไปประจานข้างนอก” มินตราหน้าเสีย กัดริมฝีปากจนเจ่อด้วยความแค้นเคือง หล่อนส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมายังรินรดา ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ฝากไว้ก่อนเถอะยัยนี่...” หล่อนกระซิบลอดไรฟันก่อนจะสะบัดก้นเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องกระทันหัน เสียงปิดประตูปังใหญ่สะท้อนก้องความเงียบงันที่โรยตัวลงมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องกลับมาอึมครึมยิ่งกว่าเดิม รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เธอเกลียดความอ่อนแอที่มักจะแสดงออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้เสมอ “ปล่อยได้แล้วค่ะ” เธอย้ำเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “เคลียร์แขกของคุณเรียบร้อยแล้ว ก็ปล่อยมือฉันเสียที ฉันมีงานต้องทำต่อค่ะ” คีย์ตวันไม่ยอมปล่อย เขายังคงมองหน้าเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจหาคำพูดใดมาอธิบายได้ถูก ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยเอ่ยปากขอโทษผู้หญิงคนไหนมาก่อนในชีวิต กำลังเผชิญหน้ากับกำแพงทิฐิที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมาแท้ๆ สำนึกผิดไหม? มาก... มากเสียจนหัวใจข้างซ้ายมันบีบรัดแน่นแปลบปลาบทุกครั้งที่เห็นสายตาเย็นชาคู่นี้มองมา แต่จะให้เอ่ยคำว่า ‘ขอโทษ’ ออกไปตรงๆ ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่กลับพากันกั้นขวางไว้จนลำคอตีบตัน “ริน...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าใจหาย มือหนายอมคลายแรงบิดออก แต่เปลี่ยนเป็นฝ่ายกุมมือเรียวนั้นไว้แน่นขึ้นแทน “เรื่องเมื่อกี้... ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มัน...” “คุณไม่ได้ตั้งใจ หรือคุณสนุกที่มีผู้หญิงรุมล้อมแบบนี้กันแน่คะ?” รินรดาชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามกัก Nเก็บไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความพ่ายแพ้ “หยุดทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่คิดว่าทุกคนจะต้องรอรับเศษความสนใจจากคุณสักทีเถอะค่ะคุณคีย์ตวัน! ฉันไม่ใช่ของเล่นในสต็อกของคุณนะ อยากจะเรียกมาก็เรียก อยากจะไล่ก็ไล่ พอมีคนอื่นมาแทรกแซงก็ทำเป็น... โอ๊ย!” ยังไม่ทันที่เธอจะร่ายยาวจบ ร่างบางก็ถูกกระชากเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่ตวัดรวบเอวเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก “บอกว่าฉันเป็นของเล่นเหรอ... รินรดา?” เสียงกระซิบแหบพร่าอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกชัน คีย์ตวันก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับขอบแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมทำให้หัวใจทั้งสองดวงเต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง “ปล่อยนะ! คนบ้า!” เธอทุบอกเขาอั่กใหญ่ แต่แรงแค่นั้นรึจะสู้แรงของเสือผู้ชายอย่างเขาได้ คีย์ตวันรวบข้อมือเธอทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี “ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นของเล่น... ยัยตัวแสบ” เขากระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มทอดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี “แต่ถ้าเธอยังดื้อดึงแล้วพูดจาชวนโมโหแบบนี้อีก... ฉันอาจจะทำมากกว่ากอดเธอก็ได้” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสายตาพราวระยับที่เจือแววเอาJจังของเขา มันไม่ใช่สายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่มแบบที่เขาใช้กับผู้หญิงคนอื่น แต่มันคือสายตาของนักล่าที่พร้อมจะเขมือบเหยื่อให้จมเขี้ยว! “คุณ... คุณมันไว้ใจไม่ได้!” “รู้ตัวก็สายไปเสียแล้วล่ะ...” เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ใจเธอกระตุกวูบ “และที่สำคัญ... เรื่องเมื่อกี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้แน่” ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดเดือด กลิ่นอายความหวานปนพายุอารมณ์ยังไม่ทันได้คลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน “ขอโทษทีนะคีย์... พอดีฉันได้ยินว่ามีแขกไม่เชิญมาอาละวาด เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... อุ๊ย!” ธันวา... คู่แข่งทางธุรกิจและอดีตคนเคยคุยของรินรดา ยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หน้าประตู สายตาคมกริบกวาดมองภาพชายหญิงที่กำลังกอดกันกลมดิกในระยะประชิดด้วยแววตาสมเพชแกมเย้ยหยัน ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหันมาหยุดอยู่ที่รินรดา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้คีย์ตวันแทบจะพุ่งเข้าไปซัดหน้ามันให้คว่ำ “อ้าว... น้องริน? นี่เธอยังติดสอยห้อยตามผู้ชายเจ้าชู้คนนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย... สนใจเปลี่ยนใจมาซบอกพี่เหมือนเดิมไหมล่ะครับ? รับรองว่าพี่ไม่ปล่อยให้เธอต้องมายืนรองรับอารมณ์หงุดหงิดของใครแบบนี้แน่” -------------------------------------------------- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ*
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%