ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 9

คำพูดร้ายๆ ที่เสียดแทง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะอาหารสว่างวาบขึ้นในความเงียบงัน พร้อมกับชื่อที่สลักอยู่บนนั้น... ‘ม.ล.พิชญานันท์’ รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่ถือตะเกียบอยู่ชะงักค้างกลางอากาศ ความหนาแน่นของบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนติดลบในเสี้ยววินาที ผู้หญิงคนนั้น... อดีตคู่หมั้นผู้เพียบพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคมคนที่คีย์ตวันเคยประกาศกร้าวต่อหน้าสื่อด้วยซ้ำว่า ‘เป็นเพียงอดีตที่ถูกฝังกลบ’ กลับปรากฏชื่อขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาในยามวิกาลเช่นนี้ ติ๊ด... เสียงตัดสายดังขึ้นเองเมื่ออีกฝ่ายกดวางไปก่อน แต่ไม่ทันที่ความเย็นวาบในอกของรินรดาจะจางหาย หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์ที่เด้งขึ้นมาติดๆ กันถึงสามข้อความ ดวงตากลมโตไหวระริกโดยไม่ตั้งใจ เธอกลืนก้อนความอึดอัดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะวางตะเกียบลงเบาๆ บนขอบจาน “ถ้าสายมันสำคัญมาก... จะรับก็ได้นะคะ ฉันไม่ได้หูหนวกตาบอดจนไม่รู้ว่าใครโทรมา” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความประชดประชันไว้ครบรส รอยยิ้มเยาะหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วก่อนจะจางหายไป คีย์ตวันขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อเห็นแววตาไหวระริกที่เธอพยายามปกปิดไว้ด้วยท่าทีนิ่งเฉย เขาโยนโทรศัพท์คว่ำหน้าลงกับโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ “อย่าทำหน้าแบบนั้น” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความไม่พอใจ “หน้าแบบไหนคะ? หน้าของคนที่มีมารยาทมากพอจะไม่ก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของคุณไงคะ หรือว่าคุณกลัวฉันจะรู้ว่าถ่านไฟเก่ามันกำลังคุกรุ่นจนต้องโทรตามกึ่งกลางดึกกันแน่ล่ะคะ คุณคีย์ตวัน” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความระHระทมที่สะสมมาตั้งแต่เห็นชื่อบนหน้าจอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกรุ่นโกรธ ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นไส้ ท่าทางเย่อหยิ่งและสายตาที่มองมาเหมือนเธอเป็นแค่ตัวประกอบในชีวิตเขามันชวนให้น่าหมั่นไส้เสียจริง “ปากเก่งนักนะรินรดา” คีย์ตวันแค่นเสียงลอดไรฟัน สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความหึงหวงที่เจ้าตัวปฏิเสธมาตลอดตีรวนขึ้นมาจุกอก ผสมโรงกับความหัวเสียที่ถูกเธอยั่วโมโหเข้าให้เต็มรัก “คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาทำหน้าทำตาใส่ผมแบบนี้? เป็นแค่ผู้หญิงที่เข้ามาอยู่ในชีวิตผมชั่วคราว อย่าลืมสถานะของตัวเองสิครับ... อ๊ะ... ฉันหมายถึง อย่าลืมสิว่าเธอเป็นแค่คนอาศัยชั่วคราวเท่านั้น!” เพล้ง! ประโยคนั้น... คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เธอกำลังเปิดใจให้ทีละนิด ทำเอาหัวใจของรินรดาราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนชาไปทั้งหน้า ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสตรีทด้วยคำพูดเหยียดหยามสถานะ ทำเอาดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดานิ่งอึ้งไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุดถูกกดทับไว้ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ “อ๋อ... ค่ะ! ฉันมันก็แค่คนอาศัยชั่วคราว เป็นผู้หญิงไร้ค่าที่คุณเอาไว้แก้เบื่อแก้เหงาตอนที่คู่หมั้นตัวจริงยังไม่กลับมาสินะคะ!” รินรดาเชิดหน้าขึ้น หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาแต่ไม่มีวันยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอเด็ดขาด “ขอบคุณที่เตือนสตินะคะคุณคีย์ตวัน ฉันเกือบจะลืมเจียมตัวไปแล้วเชียวว่าคนอย่างฉันมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงความรู้สึกอะไรทั้งนั้น!” “รินรดา ผมไม่ได้หมายความว่า...” คีย์ตวันชะงัก สีหน้าตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้าง เขาเผลอขยับตัวไปข้างหน้าเพื่อจะเอื้อมมือไปคว้าแขนเธอ “ถอยไปค่ะ!” รินรดาปัดมือเขาออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ ดวงตาที่เคยกวนประสาทตอนนี้ฉายแววตัดพ้อและผิดหวังอย่างชัดเจน “อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือข้างที่เพิ่งจะรับสายผู้หญิงคนนั้น! รังเกียจค่ะ!” คำพูดที่เชือดเฉือนและแววตาที่มองมาเหมือนเขาเป็นสิ่งแปลกปลอมน่ารังเกียจ ทำให้ความอดทนของคีย์ตวันขาดผึ่ง ผู้ชายที่ไม่เคยต้องง้อใคร ไม่เคยต้องลดตัวลงไปอธิบายอะไรให้ใครฟังอย่างเขา กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้กับวาจาเชือดเฉือนของหญิงสาว “ถ้ามันจะน่ารังเกียจนัก ทำไมเมื่อคืนถึงยังนอนซบไหล่ผมอยู่ล่ะรินรดา!” คีย์ตวันสวนกลับด้วยความโมโหและทิฐิที่ค้ำคอ ปากไวใจเร็วจนลืมคิดถึงผลที่จะตามมา “หรือว่าลีลาของผู้ชายคนอื่นมันไม่เร้าใจเท่าฉัน เธอถึงได้ยังวนเวียนอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน!” เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้วสากของชายหนุ่มดังสนั่นก้องห้องอาหาร ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันทีชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่หอบสะท้อน รินรดายืนตัวสั่นเทา ฝ่ามือข้างที่ใช้ตบยังชาแปลบ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธและเสียใจจนแทบจะระเบิด เธอมองหน้าผู้ชายปากร้ายตรงVด้วยความรู้สึกที่พังทลายลงไม่เป็นท่า คำพูดดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เมื่อครู่ มันมากเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทนรับไหว “คุณมัน... เลวมากค่ะคีย์ตวัน” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้หยดเผาะลงมาบนแก้ม แต่เธอรีบยกหลังมือขึ้นปัดมันออกอย่างไร้เยื่อใย “เก่งนักใช่ไหมกับการเอาปมด้อยและศักดิ์ศรีของคนอื่นมาเหยียบย่ำเล่น เชิญกินข้าวเย็นของคุณกับความเย่อหยิ่งให้สำราญใจไปเลยนะคะ! เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป... คุณจะไม่เห็นหัวผู้หญิงไร้ค่าคนนี้มาให้รกหูรกตาอีก!” พูดจบ รินรดาก็กระชากกระเป๋าถือบนเก้าอี้ขึ้นมาสะพายไหล่ หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวยาวๆ ไปที่ประตูทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนแข็งค้างอยู่กับที่อีกเลย “ริน! เดี๋ยวสิโว้ย!” คีย์ตวันสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อตั้งสติได้ เขารีบก้าวเท้าตามร่างบางไปติดๆ ความตระหนกวาบขึ้นในอกเมื่อเห็นว่าเธอเอาจริง ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตูเพื่อตามออกไป กริ๊ก... แอดดด... เสียงปลดล็อกประตูห้องชุดจากภายนอกดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยฟุ้งเข้ามาปะทะจมูก รินรดาที่กำลังจะก้าวเดินออกไปต้องชะงักฝ่าเท้า คีย์ตวันชะوกหน้าขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า... คือ ‘ม.ล.พิชญานันท์’ อดีตคู่หมั้นสาวผู้ทรงอิทธิพล ที่ยืนถือวิสาสะถือคีย์การ์ดสำรองไขเข้ามาในห้องของเขาหน้าตาเฉย! ดวงตาคู่คมของหญิงสาวผู้มาใหม่กวาดตามองสภาพเหตุการณ์ในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เมื่อเห็นรินรดายืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ใกล้ประตู และคีย์ตหน้าที่ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่ไม่ห่าง “อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ... คุณคีย์?” ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันเสมอค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%