ระยะห่างเพียงคืบเศษที่เคยอบอวลด้วยไอร้อนระอุจากลมหายใจของคนทั้งคู่ ถูกพังทลายลงในเสี้ยววินาทีที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องล่าง
คีย์ตวันชักมือกลับอย่างรวดเร็วดั่งต้องของร้อน ใบหน้าคมคายที่เมื่อครู่ยังเจือประกายความดุดันและแววตาวับวาม ปรับเปลี่ยนกลับมาเรียบตึงเย็นชาจนแทบจะเป็นคนละคนในพริบตาเดียว ความถือดีและมาดคุณชายผู้สูงศักดิ์ถูกสวมทับลงบนใบหน้านั้นอย่างแนบเนียน ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ระทึกใจใดๆ เกิดขึ้นระหว่างเขากับหญิงสาว
รินรดาเองก็กอบโกยสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา100เปอร์เซ็นต์ในเวลาอันสั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อยของตนเองให้เรียบร้อย พร้อมกับเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความตื่นตระหนกบนพวงแก้มที่ยังคงเรื่อสีแดงจัด
"บังเอิญจังนะครับ... หรือว่าตั้งใจมาดักรอ?"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' ที่ก้าวพ้นขอบบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมา ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความหมายแฝง ธันวาในชุดสูทเข้ารูปดูภูมิฐาน ทว่าแววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความท้าทายและคุกคามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ผู้ชายคนที่เธอพยายามตีตัวออกห่างและตัดขาดมาโดยตลอด กลับโผล่มาในจังหวะเวลานรกแตกเช่นนี้ ราวกับติด GPS ตามติดชีวิตเธอก็ไม่ปาน
"ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ จะไปช่วยบริจาคสมองให้โรงพยาบาลผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ, คุณธันวา" คีย์ตวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววดูแคลนอย่างชัดเจน "แต่ถ้ามาเพื่อยืนเห่าอย่างไร้สาระบนพื้นที่ส่วนตัวของผม... เชิญไสหัวกลับทางเดิมไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาลากตัวออกไป"
"ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ คุณคีย์ตวัน" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้รินรดามากขึ้นอีกนิดจนอยู่ในระยะประชิด ก่อนจะเบนสายตามามองหญิงสาวด้วยแววตาอ่อนโยนจอมปลอม "ริน... ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้มาเจอคุณที่นี่ หรือว่า... โดนคุณชายเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรบังคับให้มาทำอะไรลับหลังอีกแล้ว?"
ประโยคคำถามที่เจือความห่วงใยแต่แฝงด้วยการเสี้ยมหนาม ทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาตงิดๆ เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าธันวากำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยหวังดีกับใครอย่างแท้จริง สิ่งที่เขาทำมีเพียงการสนองตัณหาความอยากเอาชนะ และการทำลายชื่อเสียงของคีย์ตวันก็คือความสุขสูงสุดของเขา
"คุณธันวาคะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับเก่าด้วยแววตาแข็งกร้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด "กรุณาเก็บความหวังดีจอมปลอมนั่นใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปเงียบๆ เถอะค่ะ ฉันมาที่นี่ด้วยความสมัครใจ และไม่ได้เดือดร้อนอะไรอย่างที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างลงชั่วขณะ เขาไม่คิดว่ารินรดาจะกล้าต่อปากต่อคำและปกป้องคีย์ตวันต่อหน้าเขาอย่างออกนอกหน้าขนาดนี้ ยิ่งเห็นความสนิทสนมที่เพิ่งถูกขัดจังหวะไปเมื่อครู่ ความริษยาและอีโก้ลูกผู้ชายก็พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"ริน... คุณเปลี่ยนไปมากนะ ตั้งแต่มาคลุกคลีอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้ประเภทนี้... หรือว่าคุณติดใจเงินทองของเขากันแน่ ถึงได้ยอมลดตัวลงมาเป็น..."
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณระเบียงทางเดิน
คีย์ตวันเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง รินรดายืนตัวสั่นด้วยความโกรธ มือเรียวที่เพิ่งใช้ฟาดลงบนแก้มของธันวายังคงยกค้างไว้กลางอากาศ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างน่าเกรงขาม ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ธันวาหันหน้าไปตามแรงปะทะ ใบหน้าด้านชาขึ้นรอยฝ่ามือสีแดงเด่นชัด เขากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตากร้าวร้าวหันกลับมามองหญิงสาวด้วยความแค้นเคืองที่ถูกหักหน้าอย่างแรงต่อหน้าคู่ปรับคู่อาฆาต
"กล้ามากนะ..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหน้าง้างขึ้นโดยสัญชาตญาณหมายจะคว้าแขนเรียวหรือตบสั่งสอนให้หายแค้น
หมัดไวเท่าความคิด—คีย์ตวันไม่รอให้มือสกปรกนั่นแตะต้องตัวหญิงสาว ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวธันวาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ หมัดหนักๆ ของทายาทตระกูลดังซัดเข้าที่มุมปากของธันวาเต็มแรงจนเซถอยหลังไปหลายก้าว รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปากของธันวาทันที
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างที่ใช้ต่อยแกต้องเปื้อนขยะไปมากกว่านี้ ก็ไสหัวไปซะ!" คีย์ตวันก้าวเข้าไปกดดันด้วยส่วนสูงและรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาข่มขวัญจนธันวาถึงกับผงะ ถอยหลังกรูดด้วยความตกตะลึง
ธันวายกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาสองคู่จ้องมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหัวใจที่เต้นรัวระส่ำ เธอยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของคีย์ตวันเบาๆ เพื่อห้ามปรามไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
"พอเถอะค่ะคุณคีย์... อย่าลดตัวไปคุยกับคนประเภทนี้เลย" เสียงหวานเอื้อnเอ่ยแผ่วเบา ทว่ากลับมีพลังประหลาดที่ดึงสติของชายหนุ่มให้หันกลับมามอง
คีย์ตวันก้มลงมองมือบางที่สัมผัสแขนเขา ความโกรธเกรี้ยวในแววตาค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยประกายความอบอุ่นบางเบาที่ยากจะอธิบาย เขาแค่นหัวเราะใส่ธันวาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดึงข้อมือเล็กของรินรดาให้เดินตามตนเองหนีออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจเสียงสบถด่าไล่หลังของธันวาแม้แต่น้อย
ทั้งคู่เดินลัดเลาะมาจนถึงสวนหย่อมส่วนตัวด้านหลังตึกใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นช่วยบรรเทาความตึงเครียดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ลงไปได้มาก คีย์ตวันปล่อยมือเธอช้าๆ ก่อนจะหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"ทำไมถึงใจกล้าขนาดนั้น?" คีย์ตวันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะดุเล็กน้อย ทว่าแววตากลับเจือรอยยิ้มเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "รู้ไหมว่าถ้ามันบ้าเลือดแล้วทำร้ายคุณขึ้นมา ผมจะทำยังไง?"
รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางแย้มยิ้มท้าทายตามประสาคนปากเก่ง "ก็คิดว่าคุณจะปกป้องฉันซะอีก... หรือว่าที่คุณออกหมัดเมื่อกี้ แค่กลัวเสียหน้าที่มีคนมาหยามถึงถิ่นกันแน่คะ?"
คีย์ตวันหรี่ตามองหญิงสาวอย่างหมั่นไส้ เขาขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับพุ่มไม้ประดับด้านหลัง แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกั้นขอบเขตไม่ให้เธอหนีไปไหน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มนวลจนใจสั่นสะท้าน
"ปากเก่งแบบนี้... น่าลงโทษให้เข็ดหลาบนัก" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายที่ทำเอาสติของรินรดาเตลิดเปิดเปิงไปไกล
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความเสน่หา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้ช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน รินรดากลืนน้ำลายฝืดคอ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ทว่า—ในจังหวะที่ริมฝีปากของคีย์ตวันกำลังโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างเพียงแค่กระดาษกั้น...
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ตวันก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารหัวใจอย่างไม่รู้กาลเทศะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ เขายังคงไม่ละสายตาไปจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อตรงหน้า
รินรดาอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้เบาๆ แล้วเบี่ยงตัวหลบออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวแก้เก้อ แต่ทว่า... สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นบนมือถือของคีย์ตวัน ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนใกล้ๆ
ชื่อของบุคคลที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของรินรดากระตุกวูบ รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เมื่อพบว่าสายที่โทรเข้ามาในยามวิกาลและจังหวะเวลาเช่นนี้... คือชื่อของอดีตคู่หมั้นสาวผู้ทรงอิทธิพลที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และเป็นคนเดียวกับที่คีย์ตวันเคยประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันกลับไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด!
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 8
แขกไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!