แก้วทรงสูงในมือของคีย์ตวันถูกบีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านความสลัวของบาร์หรูแห่งนั้นไปยังร่างบางของรินรดา ซึ่งกำลังยืนสนทนากับธันวาอย่างออกรส
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันดูไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง... หรืออันที่จริงแล้ว *เขาต่างหาก* ที่เป็นฝ่ายถอยออกมาก้าวใหญ่
“มองตามขนาดนั้น เดินเข้าไปกระชากตัวกลับมาเลยดีกว่าไหมครับคุณคีย์” เสียงเพื่อนสนิทเอ่ยแซ I พร้อมกับหัวคือกเบาๆ ในลำคอ แต่คีย์ตวันกลับไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย
“พูดมากน่า” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันเรียบเฉย เย็นชา และว่างเปล่า จนคนฟังถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน
คีย์ตวันรู้ดีว่าเขากำลังทำอะไร... เขากำลังผลักไสเธอก็เพื่อปกป้องเธอจาก ‘เกม’ สกปรกที่พวกศัตรูทางธุรกิจกำลังใช้เธอเป็นเครื่องมือเล่นงานเขา และไอ้ธันวาก็คือหมากตัวสำคัญที่จ้องจะฉวยโอกาสในช่วงที่เขากับเธอกำลังระหองระแหงกัน แต่การต้องตีสีหน้าไร้ความรู้สึก ทำเป็นไม่แคร์ และพูดจาเชือดเฉือนใส่คนที่เขาอยากดึงเข้ามากอดไว้แน่น มันกลับสร้างบาดแผลลึกในอกเขาเสียเอง
ในจังหวะนั้นเอง รินรดาหันมาสบตาเขาพอดี แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ ความตัดพ้อ และร่องรอยของความเสียใจที่ฉายชัดอยู่หลังม่านตาคู่สวย
คีย์ตวันเม้มริมฝีปากแน่น เขาเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นสนใจเครื่องดื่มในแก้ว ปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากของคุณชายผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ไร้เยื่อใย
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความถือดีในเสี้ยววินาที ในเมื่อเขาเลือกที่จะผลักไสและทำตัวห่างเหินใส่เธอก่อน เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวลงไปง้อเช่นกัน
“ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มนะคะคุณธันวา แต่พอดีฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องรีบไปจัดการต่อ” รินรดาคลี่ยิ้มบางเบา ส่งให้คู่สนทนาอย่างมีมารยาท แม้ในใจจะปวดร้าวราวกับมีใครเอามีดมาเฉือน
“ให้ผมไปส่งไหมครับริน ดูคุณสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับยื่นมือหมายจะแตะศอกเธอเพื่อประคับประคอง
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก ฉันกลับเองได้” รินรดาเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยท่าทีสง่างาม ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเห็นน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่รอมร่อ
แต่ทว่า... จังหวะที่เธอเดินผ่านโต๊ะวีไอพีที่คีย์ตวันนั่งอยู่ ร่างสูงก็ลุกขึ้นขวางทางไว้อย่างกะทันหัน
“จะรีบไปไหนล่ะคุณ หรือว่าเบื่อความจำเจ แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปกับไอ้ธันวาเขาแทนแล้วล่ะ”
น้ำเสียงเย้ยหยันและคำพูดเชือดเฉือนหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคีย์ตวัน มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองราวกับคนที่ไม่เคยแคร์อะไรบนโลกใบนี้
รินรดาชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองหน้าเขา แววตาสั่นระริกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยว เธอมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งรัก ทั้งโกรธ และเกลียดความใจร้ายของเขาในเวลาเดียวกัน
“นี่คุณพูดบ้าอะไรออกมาคะ!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ นอกจากคอยตามจับผิดและหาเรื่องฉันล่ะก็... กรุณาเอาเวลาไปทำประโยชน์ให้ตัวเองเถอะค่ะ!”
“หึ พูดแค่นี้ทำเป็นเดือดร้อน รักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีเถอะ อย่าเพิ่งรีบไปซบอกใครเขาก่อนก็แล้วกัน เพราะรสนิยมอย่างคุณ... คงหาคนเปย์ไม่ง่ายนักหรอก”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบกับแก้วสากของคีย์ตวันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของมุมบาร์ รินรดาหอบหายใจจนอกกระเพื่อม มือเล็กๆ ของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธจัด หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวย แต่เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาบ้าๆ นี่ร่วงหล่นลงมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด
คีย์ตวันหันหน้าไปตามแรงตราบาป รอยฝ่ามือสีแดงปรากฏเด่นชัดบนผิวแก้วเข้ม แต่เขากลับไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยสักนิด ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมา ชำเลืองมองเธอนิ่งๆ มุมปากหยักยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของรินรดาให้ลึกขึ้นไปอีก
“มือหนักดีนี่... หวังว่าความกล้าของคุณจะอยู่รอดจนถึงตอนจบก็แล้วกันนะ”
พูดจบ คีย์ตวันก็แค่นหัวเราะในลำคออย่างเยקטยหยัน แล้วก้าวเดินสวนผ่านเธอไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนตัวชาอยู่ตรงนั้น ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาอย่างลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา ในเมื่อเขาเลือกที่จะใจร้ายใส่เธอก่อน เธอก็พร้อมจะเล่นเกมนี้ให้ถึงที่สุดเหมือนกัน!
รินรดากำมือแน่น ตัดสินใจหันหลังเดินกลับเข้าไปในงานอีกครั้งเพื่อสะสางทุกอย่างให้มันจบลงในคืนนี้ แต่ทว่า... ขณะที่เธอกำลังก้าวผ่านประตูเชื่อมไปยังระเบียงด้านนอก แสงไฟสลัวก็วับแวมขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน
“ดูเหมือนคุณคีย์เขาจะใจร้ายกับคุณเกินไปหน่อยนะครับ ริน”
น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของธันวา ซึ่งยืนดักรอเธออยู่ก่อนแล้ว รินรดาชะงัก ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นแววตาประหลาดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของอดีตคนเคยคุยรายนี้
“ถอยไปค่ะคุณธันวา ฉันไม่มีธุระอะไรจะคุยกับคุณ” รินรดาเอเสียงแข็ง พยายามเดินเลี่ยงหนี
แต่ธันวากลับก้าวเข้ามาขวางทางไว้รวดเร็วกว่า มือหนาเอื้อมพรวดคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบสะบัดแขนออกสุดแรง
“ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำอะไร!”
“ผมก็แค่จะช่วยดามอกคนที่กำลังถูกทิ้งอย่างไม่ใยดีก็เท่านั้นเองริน...” ธันวาแสยะยิ้ม ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนน่ากลัว “ในเมื่อไอ้คีย์มันโง่ปล่อยเพชรหลุดมือไป งั้นผมขอรับช่วงต่อเองน่าจะดีกว่า”
“ปล่อยฉันบอกว่าให้ปล่อยไง! ไอ้คนทุเรศ!” รินรดาเงื้อมมือหมายจะตบสั่งสอนไอ้คนฉวยโอกาสตรงหน้าเป็นครั้งที่สอง
หมลับ!
ทว่ามือเรียวกลับถูกมือหนาอีกข้างของใครบางคนคว้าหมับไว้กลางอากาศ แรงกระชากอันคุ้นเคยดึงร่างของเยล้มเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคยเสียจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ... คีย์ตวัน!
ชายหนุ่มตวัดสายตาคมกริบมองธันวาด้วยแววตาดุดันราวกับพญามารที่พร้อมจะฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ทำเอาธันวาถึงกับหน้าถอดสี
**“ถ้าแกยังไม่อยากพิการคามือฉัน... ก็กรุณาถอนมือสกปรกของแกออกจากตัว ‘เมีย’ ฉันเดี๋ยวนี้ไอ้ธันวา!”**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 21
หน้ากากคุณชาย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!