ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 34

วันที่โลกพังทลาย

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของธันวาเวลานี้ ช่างบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของรินรดาเสียจนเธอแทบอยากยกมือขึ้นปิดหู ภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบด้วยข้อความรูปถ่ายและกำหนดการประชุมลับระหว่างธันวากับคู่ค้าคนสำคัญของคีย์ตวัน มันชัดเจนเกินกว่าจะหาคำแก้ตัวใดๆ มาหักล้าง ความเงียบงันในห้องรับรองวีไอพีกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง เมื่อหัวใจของหญิงสาวดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ราวกับโลกทั้งใบที่เธอเคยเชื่อมั่นกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาในชั่วพริบตา "เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะคะ ริน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแพรวพราว รอยยิ้มมุมปากของเขามีความเย้ยหยันซ่อนอยู่ลึกๆ "คุณยังคิดว่าผู้ชายที่คุณทุ่มเทหัวใจให้คนนั้น บริสุทธิ์ผุดผ่องไร้รอยขีดข่วนจริงๆ งั้นเหรอ? ลองคิดดูสิว่าถ้าข้อมูลนี้หลุดออกไป บริษัทของคีย์ตวันจะเหลือซากอะไรให้ยืนหยัด" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกอบโกยสติที่กระจัดกระจาย เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วยตา เธอบอกตัวเองว่าห้ามอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เด็ดขาด หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ ท่าทีที่นิ่งสงบเกินคาดทำให้ธันวาชะงักไปเล็กน้อย "แล้วไงคะ? คุณคิดว่าเอาเรื่องตื้นๆ แค่นี้มาขู่ฉัน แล้วฉันจะต้องวิ่งแจ้นไปกรีดร้องใส่เขาเหมือนนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลือก "ถ้าคุณว่างมากจนต้องเอาเวลาชีวิตมานั่งวางแผนเล่นเกมสกปรกเพื่อดิสเครดิตคนอื่น ฉันแนะนำให้เอาเวลาไปพัฒนาสมองส่วนหน้าให้คิดอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้จะดีกว่านะคะ คุณธันวา" "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะริน..." ธันวาหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกเธอย้อนเกล็ด "รอดูวันที่คุณไม่มีใครเหลียวแลก็แล้วกัน แล้วตอนนั้นอย่ามาคลานเข่าร้องขอความช่วยเหลือจากฉันก็แล้วกัน!" รินรดาไม่รอให้เขาได้พูดจบประโยค เธอกระชับกระเป๋าถือในมือแน่น หมุนตัวเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นทันที ฝีเท้าที่ก้าวฉับๆ พยายามรักษาความมั่นคงเอาไว้ แม้ว่าเข่าทั้งสองข้างจะสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออกแล้วก็ตาม ความจริงที่กระแทกหน้าเมื่อครู่มันเจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยาย แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังโดยคนที่เธอเริ่มเปิดใจให้ทีละนิด เมื่อกลับมาถึงเพนต์เฮوسต์หรูใจกลางเมืองที่คุ้นเคย บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบเชียบและวังเวงอย่างไร้สาเหตุ ไฟสลัวที่เปิดทิ้งไว้ไม่ได้ช่วยให้ความหนاتึบในอกเบาบางลงเลย รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถง กวาดสายตามองไปรอบๆ พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงบ่นกระปอดกระแปดของคีย์ตวัน ผู้ชายปากร้ายแต่สายตาคลั่งรักมักจะยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวแล้วมองเธอด้วยสายตาดุๆ ทุกครั้งที่เธอกลับดึก แต่ตอนนี้... ไม่มีเขา ไม่มีแม้แต่เงา หญิงสาวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ เปิดตู้เสื้อผ้าออกกว้าง ความว่างเปล่าสะท้อนเข้าตาอย่างจัง เสื้อผ้าของเธอที่เคยแขวนปะปนกับสูทราคาแพงของเขา ถูกรวบออกทีละชิ้นอย่างไร้เยื่อใย รินรดากวาดของใช้ส่วนตัวทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางใบโตอย่างรวดเร็ว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะรูดซิบปิดกระเป๋า ไร้ซึ่งหยาดน้ำตา มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่ด้านชาจนไร้ความรู้สึก เธอหยิบแหวนเพชรเม็ดงามที่คีย์ตวันเคยบังคับสวมให้ด้วยความจำยอมในค่ำคืนหนึ่ง วางไว้กึ่งกลางโต๊ะเครื่องแป้ง โดยไม่มีแม้แต่กระดาษโน้ตหรือข้อความลาตายใดๆ ทิ้งไว้ให้ต่างหน้า เพราะความเจ็บปวดระดับนี้... มันมากเกินกว่าที่ตัวอักษรไม่กี่คำจะอธิบายได้หมด รินรดากลากกระเป๋าเดินทางเดินออกจากประตูห้อง ปิดมันลงด้วยความหนักแน่น เสียงล็อกกลอนดัง *คลิก* สะท้อนก้องในความเงียบ เปรียบเสมือนการตัดขาดพันธนาการทุกอย่างระหว่างเธอกับเขาลงอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง คีย์ตวันไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์ปัญหายุ่งเหยิงทางธุรกิจที่ธันวาจงใจสร้างขึ้นเพื่อสกัดขาเขา วันนี้เป็นวันที่แสนจะน่าหงุดหงิดที่สุดในรอบปี แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของรินรดาที่เคยลอยอบอวลกลับหายลับไป เหลือเพียงความเย็นเยียบและกลิ่นอายความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ริน..." เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความไม่แน่ใจ เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนด้วยความกระวนกระวายใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้เหตุผล ทันทีที่ผลักประตูห้องนอนเปิดออก สายตาคมกริบก็กวาดมองไปทั่วบริเวณ และสะดุดเข้ากับแหวนเพชรที่วางโดดเดี่ยวบนโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกับตู้เสื้อผ้าที่โล่งเต๋ง ไร้เงาร่างบางที่เคยต่อปากต่อคำกับเขาในทุกๆ คืน คีย์ตวันพุ่งเข้าไปหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมากำไว้แน่นจนฝ่ามือสั่นระริก ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก ในวินาทีที่เขากำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเธอให้รู้รอด เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นรัวเร็วที่หน้าห้องพัก พร้อมกับเสียงเปิดประตูสำรองจากรหัสผ่านที่ถูกกดโดยบุคคลที่ไม่คาดฝัน! ร่างสูงใหญ่ของธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ชูขึ้นสูง และประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคีย์ตวันเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง "ตามหาเมียอยู่เหรอคีย์? น่าเสียดายนะ... เพราะตอนนี้รินรดาเขามาอยู่กับฉันเรียบร้อยแล้ว!"
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%