เสียงกระแทกของโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ร่วงกระทบพื้นพรมหนานุ่มในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรู ไม่ได้ทำให้ความกังวลในอกของคีย์ตวันลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
หน้าจอที่มืดสนิทสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดของทายาทธุรกิจอสังหาฯ หมื่นล้าน ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจและรอยยิ้มหยันที่เคยใช้ฟาดฟันคู่แข่งทางธุรกิจ แต่วันนี้... รอยยิ้มนั้นแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ประโยคสุดท้ายของธันวาที่ดังลอดมาจากปลายสายเมื่อสี่นาทีที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ตามหาเมียอยู่เหรอคีย์? น่าเสียดายนะ... เพราะตอนนี้รินรดาเขามาอยู่กับฉันเรียบร้อยแล้ว!”*
"เวรเอ๊ย!"
คีย์ตวันสบถเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยฤทธิ์ความโกรธเกรี้ยวและ... ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยอนุญาตให้มันเกิดขึ้นในชีวิต รินรดาหนีเขาไปแล้ว เธอไม่ได้แค่เดินออกไปจากห้องนี้ แต่เธอหันหลังให้เขาอย่างเด็ดขาด หลังจากเหตุการณ์เข้าใจผิดเมื่อคืนก่อน ซึ่งเขาดันปากพล่อยพูดจาทำร้ายจิตใจเธอด้วยความหึงหวงบ้าบอ และความเย่อหยิ่งที่ค้ำคอจนวินาทีสุดท้าย
เขายังจำสายตานิ่งสนิทที่ไร้ซึ่งประกายความหวังใดๆ ของเธอได้ดี มันไม่ใช่แววตาโกรธเกรี้ยวเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันแปลว่าเธอ 'หมดรัก' และ 'หมดความอดทน' กับเขาแล้วจริงๆ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะผลุบเข้ามาด้วยท่าทางระมัดระวังราวกับเดินอยู่บนทุ่นระเบิด
"คุณคีย์คะ รายงานการตรวจสอบเที่ยวบินและพิกัดการเดินทางของ..."
"ไม่ต้องพูดถึงเรื่องงาน!" คีย์ตวันตวาดลั่นจนเลขาสาวสะดุ้งสุดตัว "ฉันสั่งให้เช็คกล้องวงจรปิดคอนโดมิเนียมของธันวา ได้เรื่องหรือยัง! พวกเขาอยู่ที่ไหน!"
"เอ่อ... ทางทีมงานเช็คจากกล้องวงจรปิดและสัญญาณจีพีเอสล่าสุดแล้วค่ะ คุณรินรดาไม่ได้ถูกบังคับ เธอ... เดินทางไปที่นั่นด้วยรถของเธอเองค่ะ และตอนนี้... ทั้งคู่ก็อยู่ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวริมแม่น้ำของตระกูลธันวาค่ะ"
คำตอบนั้นเหมือนหมัดหนักๆ ที่กวาดเข้าที่ลิ้นปี่จนคีย์ตวันจุกพูดไม่ออก ภาพผู้หญิงที่เคยตื่นมาทำกาแฟให้เขาด้วยสีหน้าบูดบึ้งแต่ก็น่ามอง หญิงสาวที่คอยต่อปากต่อคำไม่ยอมให้เขาเอาเปรียบ เธอที่เคยเป็น 'พื้นที่ปลอดภัย' เดียวในชีวิตอันโดดเดี่ยวของเขา ตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมกอดของศัตรูหัวใจคนสำคัญอย่างธันวาอย่างนั้นหรือ?
ความคิดที่ว่าเธออาจจะยอมแพ้เขาแล้วหันไปหาผู้ชายอีกคนที่พร้อมจะทะนุถนอมเธอมากกว่า ทำให้คีย์ตวันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก หน้าอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ
เขามันโง่... โง่เง่าสิ้นดีที่คิดว่าความปากร้ายและการวางฟอร์มจะช่วยปกป้องหัวใจตัวเองได้ ปากบอกว่าเธอไม่มีค่า ปากบอกว่าเธอเป็นแค่เกมแก้เบื่อ แต่พอไม่มีรอยยิ้มกวนๆ ไม่มีเสียงเถียงฉอดๆ และไม่มีแม้แต่เงาของเธออยู่ในห้องนี้ หัวใจของเขากลับเหมือนถูกควักออกไปทั้งดวง
"เตรียมรถ... ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้" สั่งเสียงกร้าว พลางคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำมาสวมทับด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์ริมแม่น้ำของธันวาบรรยากาศไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่ควรจะเป็น บนโซฟากำมะหยี่สีเขียวเข้ม รินรดากำลังนั่งไขว่ห้างจิบชาสมุนไพรด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตรงข้ามกันคือธันวากำลังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์พ่วงตำแหน่งคนหวودดีมาให้
"เล่นละครตบตาได้แนบเนียนดีนี่ริน เกือบทำให้ฉันคิดว่าเธอเสียใจจริงๆ ซะแล้ว" ธันวาเอ่ยกลั้วหัวเราะ วางแก้วชาลงบนโต๊ะกระจก
รินรดาวางแก้วตามลงไปเบาๆ ก่อนจะปรายตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจไม่แพ้กัน
"ฉันไม่ได้เล่นละครนะธันวา ฉันเสียใจจริงๆ... ที่ดันเผลอไปใจอ่อนให้ผู้ชายปากเสียคนนั้นตั้งนานสองนาน" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแววตากลับฉายแววสะใจเล็กๆ ที่ได้เอาคืนคนมั่นหน้าอย่างคีย์ตวันบ้าง "ขอบคุณนะที่ยอมให้ฉันยืมสถานที่กบดาน แถมยังช่วยโทรไปกวนประสาทเขาให้ด้วย"
"เพื่อเพื่อนเก่า... ฉันทำได้มากกว่านี้อีก" ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม "ว่าแต่... ในเมื่อเธอเป็นโสดสนิทแล้ว และไอ้คีย์มันก็กำลังคลั่งจนสติหลุด ทำไมไม่ลองเปิดใจให้ฉัน..."
"หยุดเลยนะธันวา" รินรดาชิงตัดบทด้วยการยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ "ฉันเพิ่งหลุดพ้นจากกรงเล็บหมาบ้ามาได้ ยังไม่อยากโดดเข้ากองไฟซ้ำสองหรอกค่ะ"
ธันวาหัวเราะร่วนอย่างชอบใจกับความปากกล้าของหญิงสาว เขาชื่นชอบผู้หญิงแบบนี้ ผู้หญิงที่ไม่เคยสยบให้ใคร และยิ่งเป็นคนที่คีย์ตวันรักและหวงแหนมากที่สุด ยิ่งทำให้เกมนี้มันน่าสนุกเป็นทวีคูณ
แต่ความสนุกสนานในห้องนั่งเล่นหรูหรากลับต้องหยุดชะงักลงฉับพลัน เมื่อเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามพังมันเข้ามาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
ปัง! ปัง! ปัง!
"ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามต่ำที่คุ้นเคยดังทะลุกำแพงเข้ามา เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด บ้าคลั่ง และร้อนรนจนแทบเสียสติ
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันไปมองหน้าหญิงสาวที่นั่งนิ่งค้างไปชั่วขณะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงนั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าคีย์ตวันกำลังสติแตกของแท้
"ดูท่าทาง 'หมาโบ้' ของเธอจะมาเร็วกว่าที่คิดนะ" ธันวายิ้มเยาะ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "จะให้ฉันไปต้อนรับเขาหน่อยไหมล่ะ?"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ประตูห้องนิรภัยราคาแพงก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก!
ร่างสูงใหญ่ของคีย์ตวันยืนหอบหายใจรุนแรง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อยเพราะผ่านการขับรถด้วยความเร็วสูงมาอย่างไร้สติ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวตวัดกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของรินรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา... ข้างกายมีธันวายืนอยู่ไม่ห่าง
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น คีย์ตวันก้าวช้าๆ เข้ามาในห้อง รังสีความอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนธันวาเองยังต้องหุบยิ้ม
รินรดาสบตากับดวงตาคู่คมที่แดงก่ำและอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกนับร้อยพันที่อัดอั้นอยู่ข้างใน เธอนิ่งอึ้งไปกับสภาพที่ดูไม่จืดของเขา... ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองและรักศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใด บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนเสียสติที่ตามหาของรักจนแทบพลิกแผ่นดิน
คีย์ตวันหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างไม่ถึงคืบ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังจะระเบิดออกมา
"กลับบ้าน..." น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ริน... กลับบ้านของเราเถอะนะ"
หวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดเดอร์สายฟินสายดราม่าทุกคนนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นขอขอบพระคุณสำหรับการติดตามและการสนับสนุนตอนที่ 35 นี้ด้วยค่ะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 35
หมาโบ้ที่เพิ่งรู้ตัว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!