ความเงียบงันในห้องรับแขกอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดของรินรดานั้นหนักอึ้งเสียจนแทบจะคว้าจับต้องได้
ประโยคว่า *"กลับบ้านของเราเถอะนะ"* ยังคงแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับเศษกระจกที่แหลมคมพร้อมจะบาดลึกทุกครั้งที่มีใครขยับตัว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา ดวงตากลมโตจ้องมองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทายาทมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งและปากจัดที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์—ทว่าในนาทีนี้ คีย์ตวันกลับเหลือสภาพไม่ต่างจากคนหลงทางที่สูญเสียเข็มทิศชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง
เสื้อเชิ้ตสีเข้มยับยู่ยี่ เนคไทที่ถูกกระชากออกจนหลุดลุ่ย และดวงตาคู่คมที่แดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ความเย็นชา ประชดประชัน และท่าทีเจ้าเล่ห์แสนกลที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตน ปลาสนาการหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเวิ้งว้างและความโหยหาที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"คุณพูดบ้าอะไรออกมาคะ, คีย์ตวัน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ปล่อยให้ความสั่นเทาในน้ำเสียงทรยศตัวเอง "บ้านของคุณคือคฤหาสน์หลังโตหลังนั้น ที่มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และความสมบูรณ์แบบที่คุณไขว่คว้ามาตลอดไม่ใช่หรือคะ? ส่วนที่นี่... มันเป็นแค่รังหนูของผู้หญิงธรรมดาๆ ที่คุณเคยเหยียดหยามด้วยซ้ำ"
"รังหนูอะไรกัน..." คีย์ตวันทวนคำ เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าหากขยับเร็วกว่านี้เธอจะสลายหายไปต่อหน้า "ถ้าที่นี่ไม่มีเธอ... มันก็เป็นแค่สี่เหลี่ยมว่างเปล่าที่ฉันไม่อยากหายใจอยู่ด้วยซ้ำ ริน... ฉันยอมแพ้แล้ว"
คำว่า 'ยอมแพ้' จากปากผู้ชายที่อีโก้สูงส่งเสียยิ่งกว่าตึกระฟ้า ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีรอดไปไหนได้อีกแล้ว เมื่อเงาสูงใหญ่ของเขาก้าวเข้ามาโอบล้อม ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และความเปียกชื้นจากหยาดฝนข้างนอกทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ
"ถอยไปนะคะ..." เธอเอ่ยเตือนเสียงแข็ง พร้อมกับใช้มือเรียวผลักแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ ทว่าแรงแค่นั้นมีหรือจะต้านทานแผ่นอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรงด้วยแรงอารมณ์ได้ คีย์ตวันไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมากดแนบไว้กับผนังเหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว แต่นุ่มนวล ไร้ซึ่งความรุนแรง มีเพียงความสั่นเทาที่ส่งผ่านปลายนิ้วของเขามายังผิวเนื้อของเธอ
"ไม่ถอย..." เขาพึมพำชิดริมฝีปาก ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ฉันเดินตามหาเธอมาสามวันเต็มๆ รินรดา... สามวันที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น เธอรู้ไหมว่าคนปากร้ายอย่างฉันเกือบจะบ้าตายเพราะความคิดถึงหน้าตาบึ้งตึงของเธอยังไง"
"ถ้าคิดถึงนัก ทำไมตอนนั้นถึงเลือกที่จะพูดจาทำร้ายความรู้สึกฉันล่ะคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่คมวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกัก Nเก็บไว้ไม่ให้ไหลลงมาประจานความอ่อนแอ "คุณเก่งแต่เรื่องผลักไสคนอื่นออกไปจากชีวิต แล้วพากลับมาทำไมตอนที่มันสายไปแล้วคะ!"
"ใครบอกว่าสาย!" คีย์ตวันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดุดันและตัดพ้อในคราวเดียวกัน "ฉันไม่เคยอยากผลักไสเธอเลย... ที่ทำลงไปทั้งหมด เพราะฉันกลัวต่างหาก! กลัวว่าผู้หญิงใจร้ายคนนี้จะเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจของฉันมากเกินไป จนวันหนึ่งถ้าเธอทิ้งฉันไปจริงๆ ฉันคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะหายใจต่อด้วยซ้ำ!"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้ฟอร์มทำเอารินรดาเบิกตากว้าง ความโกรธขึงที่สะสมมาหลายวันคล้ายถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มจากสายตาคู่ที่จ้องมองมาอย่างเว้าวอน คีย์ตวันในตอนนี้ไม่มีคราบของเพลย์บอยเจ้าเสน่ห์ผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเวทนาตัวเองและยอมจำนนต่อความรู้สึกที่แท้จริง
"คุณมันบ้า..." เสียงของเธอบางเบาลง อารมณ์พยศเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนภายใต้แรงดึงดูดอันมหาศาลจากร่างกายที่แนบชิด
"ใช่... ฉันบ้า และคนที่ทำให้ฉันเป็นบ้าก็คือเธอนั่นแหละ"
คีย์ตวันไม่รอให้เธอได้ต่อปากต่อคำอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยความโหยหาที่สะกดกลั้นมานาน ความนุ่มนวลและอ่อนหวานที่เจือปนความดุดันเล็กน้อยทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เธอกำหมัดแน่นพยายามจะทุบประท้วง แต่เรียวปากที่เอาแต่ใจและจังหวะการรุกรานที่ช่ำชองกลับละลายเรี่ยวแรงของเธอให้มลายหายไปในพริบตา
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ส่วนมืออีกข้างช้อนประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับสัมผัสจากเขาได้อย่างเต็มที่ รินรดาหลับตาลงอย่างจำยอม ปล่อยให้ความหอมหวานนี้ซึมซับเข้าไปเยียวยารอยแผลในใจที่ทั้งคู่ต่างก็สร้างให้แก่กัน
เนิ่นนานกว่าที่คีย์ตวันจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขากดหน้าผากซบลงกับลาดไหล่ของเธอ เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังสะท้อนอยู่ข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นชื้นจากริมฝีปากของเขาที่กดจูบลงบนลาดไหล่เปลือยผ่านเนื้อผ้าอย่างทะนุถนอม
"กลับไปกับฉันนะ... ไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน ไม่ว่าปมในอดีตหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแยกเราออกจากกันได้อีกแล้ว" เขากระซิบเสียงพร่า แขนแข็งแรงกระชับกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะเลือนหายไป
รินรดานิ่งงัด เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบเพื่อยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาจากด้านนอกท่ามกลางความเงียบของตึก
"ริน! เปิดประตูให้ผมหน่อย! ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น!"
เสียงของ *ธันวา* ดังลั่นทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังกร็อกแกร็กจนคนทั้งคู่ในห้องสะดุ้งสุดตัว คีย์ตวันผละออกจากร่างของหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาหน้าถอดสีเมื่อตระหนักได้ว่าอดีตคนเคยคุยและคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคีย์ตวันกำลังยืนประชิดหน้าห้องของเธอในยามวิกาลเช่นนี้!
ด้วยรักและอินไปกับทุกลมหายใจของตัวละคร,
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 36
ตามล่าหาหัวใจ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!