ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 16

ความใส่ใจที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณยังพอมีพื้นที่เหลือสำหรับการประมวลผลคำว่า ‘ขอบเขต’ ฉันก็หวังว่าคุณจะช่วยถอยห่างออกไปอีกสักสองก้าวค่ะคุณคีย์ตวัน” รินรดากดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองขณะเอนตัวหนีแผงอกกว้างที่จงใจก้าวเข้ามาคุกคามพื้นที่ส่วนตัวจนเกินงาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นมิ้นท์และกาแฟคั่วบดลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ชวนให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติเกิดอาการรวนเรอย่างไร้เหตุผล คีย์ตวันไหวไหล่เบา ๆ เขายังคงยืนกอดอก วางมาตรึงตาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองว่ากวนประสาทสิ้นดี นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็นคนตัวเล็กกว่าพยายามทำตัวเป็นแมวขู่ฟ่อใส่ “ถอยไปทำไมครับ หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะทำงานหนักเกินไปจนเผลอคิดไปไกลว่าผมกำลังจีบคุณอยู่จริง ๆ?” คำพูดลอยหน้าลอยตาแถมยังจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า ‘จีบ’ ทำให้รินรดานึกอยากจะยกแฟ้มเอกสารในมือฟาดหน้าหล่อ ๆ ของคนตรง The ให้หายหมั่นไส้สักทีสองที ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ปากจัด ปากเสีย แถมยังมั่นหน้าเป็นที่หนึ่ง! “หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณชาย เพลย์บอยตัวพ่ออย่างคุณคงไม่รู้จักหรอกค่ะคำว่าจีบแบบจริงจัง เพราะในหัวคุณคงมีแต่เรื่องเล่น ๆ สนุกไปวัน ๆ มากกว่า” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีรุ้งไหวระริกด้วยความท้าทาย “อีกอย่าง ฉันไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะคิดไปไกล แต่ฉันกลัวความสกปรกทางสายตาเวลาที่ต้องมองหน้าคนหลงตัวเองต่างหากล่ะคะ” รอยยิ้มบนมุมปากของคีย์ตวันกระตุกวูบ ประกายตาดุจัดขึ้นวับหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามสไตล์คนฟอร์มจัด ทายาทหนุ่มตระกูลดังขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นเล็กน้อย เขารemind ตัวเองซ้ำ ๆ ว่าไม่อยากต่อปากต่อคำกับยายตัวแสบนี่ให้เสียสุขภาพจิต แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นกล่องกระดาษสีหวานที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอเสียก่อน กล่องขนมเค้กสตอเบอร์รี่เนื้อเนียนจากร้านดังย่านทองหล่อ ที่ต่อคิวซื้อกันยาวเป็นหางว่าว และที่สำคัญ... มันคือร้านโปรดที่รินรดาเคยบ่นอุบอูบิให้เพื่อนฟังเมื่อสัปดาห์ก่อน คีย์ตวันหรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับคนตรงหน้า แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับติดจะกระแทกกระทั้นนิด ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “แล้วนั่น... อะไรบนโต๊ะคุณ?” รินรดาก้มมองตามสายตาเขา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “อ๋อ เค้กสตอเบอร์รี่ค่ะ มีคนเอามาวางไว้บนโต๊ะฉันตอนช่วงพักเที่ยง... แปลกเหมือนกัน ฉันยังไม่ได้ถามใครเลยว่าใครเอามา” “อ๋อเหรอ...” คีย์ตวันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งถูกงัดขึ้นมาใช้กลบเกลื่อนความประหม่าอย่างแนบเนียน เขายกมือขึ้นกอดอกแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่น ราวกับสิ่งของชิ้นนั้นเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง “พอดีทางพาร์ทเนอร์ฝั่งญี่ปุ่นเขาหิ้วมาฝากผม แต่ผมไม่ชอบกินของหวานเลี่ยน ๆ แบบนั้น พวกคุณผู้หญิงในออฟฟิศก็ไม่มีใครกินสักคน เหลือทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์... ผมก็เลยให้เลขาเอามาทิ้งไว้แถวนี้ เผื่อว่าจะมีใครตะกละตะกลามอยากกินของเหลือเดนขึ้นมาพอดี” คำพูดจิกกัดและรอยยิ้มเยาะเย้ยทำเอารินรดาถึงกับคิ้วกระตุก เส้นความอดทนแทบจะขาดผึ่งลงตรงนั้น ‘ของเหลือเดน’ อย่างนั้นเหรอ? อีตาบ้านี่! ต่อให้เขาจะรวยล้นฟ้ามาจากไหน แต่ปากคอเราะร้ายแบบนี้สมควรโดนเอาเท้าลูบหน้าสักทีจริง ๆ! “อ๋อเหรอคะ? ขอบคุณมากนะคะสำหรับ ‘ของเหลือ’ จากคุณชายผู้สูงศักดิ์” รินรดาเน้นเสียงคำว่าของเหลือเสียจนคนฟังถึงกับสะดุ้งในใจ เธอแค่นยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งให้เขาแบบจอมปลอมที่สุด “พอดีว่าฉันเป็นคนชอบกินของเหลือเดนซะด้วยสิคะ โดยเฉพาะของที่มาจากคนปากเสีย... อร่อยเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ!” พูดจบเธอก็เอื้อมมือไปหยิบกล่องเค้กนั้นขึ้นมาเปิดดูทันที ภาพเค้กสตอเบอร์รี่เนื้อนุ่มแต่งหน้าด้วยผลไม้สดแดงฉ่ำปรากฏแก่สายตา กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก รินรดาแอบอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว แม้ปากจะบอกว่าเกลียดขี้หน้าเขาแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ขนมร้านนี้คือร้านโปรดที่เธออยากกินมานานจนคิวเต็มยาวเหยียด แต่เดี๋ยวก่อน... รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบส้อม เธอนึกถึงคำพูดของเขาเมื่อครู่ ‘พาร์ทเนอร์ฝั่งญี่ปุ่นหิ้วมาฝาก’ อย่างนั้นเหรอ? แต่ร้านนี้มันเป็นร้านโฮมเมดสัญชาติฝรั่งเศสที่ไม่มีสาขาในญี่ปุ่นสักหน่อย! อีกอย่าง... ถ้าจะเอามาทิ้ง ทำไมต้องบรรจงใส่ถุงเก็บความเย็นอย่างดีแถมยังมีกระดาษโน้ตแปะกันกระแทกมาให้อย่างเรียบร้อยแบบนี้ด้วยล่ะ? หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ตอนนี้ทำทีเป็นยืนมองวิวทิวทัศน์นอกกระจกหน้าต่าง ท่าทางลุกลี้ลุกลนที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมนั้น ไม่สามารถรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของเธอไปได้เลย ความใส่ใจที่พยายามห่อหุ้มไว้ด้วยคำพูดร้ายกาจ... นี่สินะที่เขาเรียกว่าฟอร์มจัดขั้นสุด! “นี่คุณคีย์ตวันคะ...” รินรดาเอ่ยเรียกเสียงหวานหยด ชนิดที่คนฟังถึงกับขนลุกซู่ “อะ...อะไรอีกเล่า!” คีย์ตวันหันขวับมามองด้วยความตกใจ น้ำเสียงติดจะตะกุกตะกักเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองเขาเหมือนรู้ทันทุกอย่าง “เปล่าค่ะ แค่อยากจะถามว่า... แน่ใจเหรอคะว่านี่คือของเหลือจากพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าคุณตั้งใจขับรถไปต่อคิวซื้อเองตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วกลัวเสียฟอร์ม เลยต้องหาข้ออ้างกาก ๆ มากลบเกลื่อนความใส่ใจที่มันล้นทะลักออกมาจนปิดไม่มิดแบบนี้?” รอยยิ้มร้ายกาจของรินรดาปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนแทบจะแนบชิดกับแผงอกกว้างที่ตอนนี้หัวใจข้างในกำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพลิง คีย์ตวันเบิกตากว้างเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่พังทลายลงไม่เป็นท่า ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อความลับถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ชายหนุ่มอ้าปากพะงาบ ๆ จะปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน “ผม... ผมเนี่ยนะจะไปต่อคิวซื้อของไร้สาระแบบนั้น ฝันไปเถอะคุณ!” เขาเค้นเสียงปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หูทั้งสองข้างแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ “เหรอคะ? งั้นแปลว่าฉันกินหมดนี่ได้ตามสบายใช่ไหมคะ ในเมื่อมันเป็น ‘ของเหลือ’ ที่คุณไม่ต้องการ” รินรดาแกล้งทำท่าจะตักเค้กเข้าปาก “เดี๋ยวก่อน!” คีย์ตวันเผลออุทานออกมาเสียงดัง ร่างสูงพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้โดยอัตโนมัติ แรงดึงนั้นทำให้รินรดาเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกันจนรู้สึกได้ นัยน์ตาสีเข้มของคีย์ตวันมองลึกลงมาในดวงตากลมโตของเธอ ประกายความซึนเดระที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นไหวระริกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือใหญ่ที่กุมข้อมือเธอไว้ค่อย ๆ คลายน้ำหนักลงเปลี่ยนเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว นิ้วโป้งของเขาไล้เบา ๆ บนผิวเนียนนุ่มโดยสัญชาตญาณ “ถ้ามันไม่อร่อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่ที่ปลายจมูก ชวนให้สติของรินรดาเตลิดไปไกล “...ก็ห้ามทิ้งเด็ดขาดนะ รู้ไหม” คำสารภาพกลาย ๆ ที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง ทำเอารินรดาหัวใจกระตุกวูบ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในเสี้ยววินาที พร้อมกับร่างสูงโปรดของธันวา อดีตคนเคยคุยที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “รินครับ ผมเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้... เอ๊ะ ขอโทษทีครับ เหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่า?” ธันวาชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—คีย์ตวันกำลังโอบกอดรินรดาไว้แนบชิดในระยะประชิดตัว ส่วนรินรดาก็มีสีหน้าตื่นตระหนกและกำลังจะผละออกจากอ้อมแขนนั้น นัยน์ตาคมของธันวาหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นทันทีเมื่อหันไปสบตากับคีย์ตวัน ที่ตอนนี้แววตาคมกริบฉายแววฆ่าฟันพุ่งทะยานใส่ผู้มาเยือนใหม่อย่างไร้ความปรานี ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่คีย์ตวันด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%