แก้วทรงสูงในมือของธันวาถูกวางกระทบกับโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ คีย์ตวันไม่ได้ปรายตามองคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังแสดงอาการฮึดฮัดแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงยืนค้ำฟ้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องเพียงร่างบางที่ยืนอยู่ตรงกลางวงล้อม ความเยือกเย็นในแววตาของเขาไม่ได้บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม... มันคือความมั่น
มั่นใจว่าต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องสิ่งที่เขาตีตราจองไว้
"เกมนี้ยังไม่จบหรอกครับคุณคีย์" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามงัดแต้มต่อครั้งเก่าขึ้นมาข่มขวัญ "คนบางคน... ต่อให้พยายามคว้าไว้แค่ไหน ถ้าเขาไม่อยากอยู่ ฝืนยื้อไปก็มีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ สู้ปล่อยให้เป็นอิสระแล้วไปเจอคนที่ดีกว่า ไม่ดีกว่าเหรอครับ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าธันวาแวบหนึ่งด้วยความรู้สึกระอาใจลึกๆ ผู้ชายคนนี้มักจะฉวยโอกาสในยามที่สถานการณ์เปราะบางเสมอ เขานึกว่าตัวเองเป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาช่วยชีวิตเจ้าหญิงจากหอคอยงาช้างอย่างนั้นสินะ แต่เปล่าเลย... ธันวาไม่ได้กำลังปกป้องเธอ เขาแค่กำลังใช้เธอเป็นเครื่องมือเอาชนะคีย์ตวันต่างหาก
และเธอก็เกลียดการเป็นหมากบนกระดานของใครทั้งสิ้น!
"พอได้แล้วค่ะทั้งสองคน"
เสียงหวานใสที่เอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียดนั้นเฉียบขาดจนทุกคนชะงัก รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากผู้ชายทั้งสองคน ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ความหวาดหวั่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวที่เปล่งประกายออกมาจากข้างใน
คีย์ตวันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยعยันเมื่อครู่เลือนหายไปจากมุมปาก ทว่าสายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดี
"คุณธันวาคะ ขอบคุณสำหรับความหวังดี... แต่เรื่องระหว่างฉันกับคุณมันจบลงไปนานแล้ว และฉันไม่ใช่สิ่งของ ที่ใครจะหยิบยื่นอิสระหรือโยนให้ใครก็ได้" รินรดาหันไปสบตาอดีตคนเคยคุยตรงๆ น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูก "ส่วนคุณคีย์ตวัน..."
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก and หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าพ่ออสังหาฯ จอมเผด็จการที่ยืนกอดอกมองเธออยู่
"เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันเสียที! ฉันไม่ใช่ของเล่นราคาแพงที่คุณนึกอยากจะเล่น อยากจะเหวี่ยงทิ้ง หรืออยากจะเก็บใส่กล่องล็อคกุญแจไว้ตอนไหนก็ได้!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจทำเอาบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งค้าง ธันวาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะกล้าประกาศกร้าวใส่ทายาทตระกูลดังกลางงานเลี้ยงระดับประเทศแบบนี้ ส่วนคีย์ตวัน... ดวงตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวไปชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาท่ามกลางแรงระเบิดทางอารมณ์ที่รินรดากระทั้นใส่หน้าคีย์ตวันอย่างจัง
"พูดจบหรือยังครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่มันกลับเต็มไปด้วยพลังกดดันมหาศาล คีย์ตวันก้าวช้าๆ เข้าหาร่างบางทีละก้าว ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"ถ้าพูดจบแล้ว... ก็ฟังทางนี้ให้ดี"
คีย์ตวันหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ส่วนสูงที่แตกต่างทำให้เขาต้องก้มลงมองสบตาเธอในระยะประชิด ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ทันที ไม่แน่นจนเจ็บ แต่เด็ดขาดจนดิ้นไม่หลุด
"ปล่อยนะคะ..." รินรดาพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงยึดเกาะนั้นหนักแน่นเสียยิ่งกว่าคีมเหล็ก
"ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นของเล่น..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบa ทว่าชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของเธอคนเดียว ดวงตาคมกริบที่มักจะมองโลกด้วยความเย้ยหยัน บัดนี้กลับฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำและจริงจังจนน่ากลัว "ถ้าเป็นของเล่น... ฉันคงไม่รู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่งเวลาที่มีใครหน้าไหนมารนหาที่เข้าใกล้เธอแบบนี้หรอกนะ"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เธอนิ่งอึ้งไปกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของผู้ชายปากร้าย ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่
เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ทำให้ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาทำท่าจะยื่นมือมาดึงรินรดาให้พ้นจากพันธนาการ
"ปล่อยเธอนะคุณคีย์ คุณไม่มีสิทธิ์..."
"ถอยไป!" คีย์ตวันตวัดสายตาดุดันกลับไปมองคู่แข่งทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนธันวาต้องชะงักเท้า "ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจที่บ้านล้มละลายชั่วข้ามคืน ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ!"
คำขู่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้ธันวาหน้าซีดเผือด เขาขบกรามแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ไม่กล้าแลกอนาคตบริษัทกับความดื้อรั้นในตอนนี้ ธันวาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปท่ามกลางฝูงชน
บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าหัวใจของรินรดากลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งสับสนปะปนกันไปหมด
"คุณมันเผด็จการ..." เธอพึมพำเสียงเบา
"รู้ตัวก็ดี" คีย์ตวันมุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจ มือหนาที่จับข้อมือเธออยู่เปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วเรียวเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น "และจำใส่สมองไว้ด้วย... ว่าต่อจากนี้ไป เธอไม่มีสิทธิ์ไปประกาศอิสรภาพที่ไหนทั้งนั้น เพราะคนที่จะกำหนดชีวิตเธอได้ มีแค่ฉันคนเดียว!"
รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบสักชุดให้สมกับความเผด็จการของเขา แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้หลุดลอดออกจากริมฝีปาก...
พรึบ!
จู่ๆ ไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในพริบตา เสียงฮือฮาตกใจของแขกเหรื่อดังเซ็งแซ่ระงมไปทั่วบริเวณ รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เผลอกำชายเสื้อสูทของคีย์ตวันไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
"เกิดอะไรขึ้น..." เธอกระซิบถามท่ามกลางความมืด พร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยสัญชาตญาณ
คีย์ตวันนิ่งเงียบ มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อปกป้องอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดด้วยความระแวดระวัง ทว่าในวินาทีที่ไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวสาดส่องเข้ามาทางประตูใหญ่...
แสงไฟนั้นไม่ได้เผยให้เห็นความผิดปกติของระบบไฟฟ้าอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับสะท้อนร่างของใครบางคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงทางเข้า ร่างนั้นก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังสะท้อนก้องกังวาน บรรยากาศหนתาวเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องทันทีที่คนๆ นั้นเอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายของคีย์ตวันเย็นเฉียบลงในพริบตา
"สวัสดี... ลูกชายตัวดี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คีย์ตวัน"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไวโอเล็ตการ์เด้น" เสมอมานะคะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 15
เธอไม่ใช่ของเล่น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!