“แต่เสียดายนะ... ที่ความรักสวยหรูนี่ มันคงปกป้องบริษัทของคุณจากหลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้หรอก”
ประโยคสุดท้ายจากธันวายังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึก ราวกับเศษกระจกที่บาดลึกอยู่ในช่องท้อง ทุกคำพูดของเขาไม่ใช่แค่การข่มขู่ทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามที่เดิมพันด้วยหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่รินรดายอมแลกมา
ภายในห้องประชุมที่เงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นสาดส่องลงบนเอกสารแฟ้มสีดำบนโต๊ะ รินรดายืนตัวตรง ไหล่บางทั้งสองข้างตั้งตรงอย่างไม่ยอมจำนน แม้ว่าในใจจะปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุน เธอมองหน้าธันวา—ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ารู้จักดี แต่ในวันนี้เขากลับกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด พร้อมจะเหยียบย่ำเธอให้จมดินเพื่อความสะใจ
“คุณธันวาคะ คิดว่าวิธีสกปรกแบบนี้ จะทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นในสายตาใครหรือไงคะ” รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียաբรอยแต่มั่น
คง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “หลักฐานที่คุณอ้างนักอ้างหนа มันก็แค่เอกสารที่ผ่านการตกแต่งเพื่อบิดเบือนความจริง ถ้าคุณแน่จริง ทำไมไม่เอาไปยื่นให้ตำรวจตั้งแต่แรก ทำไมต้องมาเล่นเกมประสาทกับฉันที่นี่ล่ะคะ”
ธันวาหัวנסในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากตอบโต้ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ปัง!
แรงกระแทกทำให้บานประตูไม้เนื้อดีกระแทกกับผนังจนเกิดเสียงดังสนั่น คีย์ตวันก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่ดุดันและทรงพลัง รัศมีรอบตัวของทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแผ่ซ่านความเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เสื้อสูทสีเข้มไม่ได้ติดกระดุม ปล่อยให้เห็นแผงอกภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววאกมองธันวาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่แทบจะไม่ปิดบัง
“ถ้าคิดจะรังเกียจใครในอาณาเขตของฉัน อย่างน้อยก็ควรหัดเคาะประตูก่อนนะธันวา” คีย์ตวันเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่ทรงพลังจนธันวาต้องชะงัก
ธันวาหันไปมองคู่ปรับคนสำคัญ รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “อ้าว... คุณชายคีย์ตวัน นึกว่าจะมัวแต่กอดคอกับความล้มเหลวเสียอีก ถึงได้มาฃ้าขนาดนี้ หรือว่ากลัวความจริงเรื่องบริษัทของคนตรงหน้าจะทำลายชื่อเสียงตระกูลของคุณไปด้วยล่ะ?”
รินรดากลั้นหายใจ เธอหันไปมองคีย์ตวัน ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ผู้ชายที่ปากจัดและชอบเอาชนะเธอมาโดยตลอด ทว่าในวินาทีนี้ แผ่นหลังกว้างที่ยืนบังเธอไว้จากธันวากลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
คีย์ตวันไม่ได้โต้เถียงด้วยคำพูด ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวธันวาจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาคมดุจใบมีดโกนจ้องเขม็ง “เรื่องของฉันกับรินรดา จะเป็นยังไง มันก็เรื่องของเราสองคน แต่แก... ไม่มีสิทธิ์เอาเศษกระดาษปลอมๆ มาข่มขู่คนของฉันในตึกนี้ ไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะสั่งให้ รปภ. หิ้วปีกแกโยนลงไปข้างล่าง!”
คำว่า *‘คนของฉัน’* หลุดออกจากปากของคีย์ตวันอย่างไม่ลังเล น้ำเสียงและแววตาจริงจังจนธันวาถึงกับหน้าตึง ธันวาหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและเดินกระแทกไหล่คีย์ตวันออกไปจากห้อง ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง
เหลือเพียงเขากับเธอ...
รินรดายืนนิ่ง งุนงงกับคำพูดเมื่อครู่ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยังคงยืนหันหลังให้
“คุณคีย์...” เธอกลرเรียกว่าชื่อเขาแผ่วเบา
คีย์ตวันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดระคนความเป็นห่วงฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น เขากวาดสายตามองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับจะเช็คให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้บอบช้ำตรงไหนจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“เธอเนี่ยนะ... ดื้อด้านเป็นบ้าเลยรินรดา” คีย์ตวันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความอ่อนอกอ่อนใจ “ใครใช้ให้มาเจอไอ้บ้านั่นคนเดียว หะ? ถ้าฉันมาไม่ทัน เธอจะทำยังไง จะยอมก้มหัวให้มันเอาเปรียบหรือไง”
“ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาปกป้องหรอก...” รินรดายังคงทำปากเก่ง แม้เสียงจะเริ่มสั่นนิดๆ ด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน
“ปากเก่งนักนะ!” คีย์ตวันก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ร่างสูงโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้างที่ยันผนังไว้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้
รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว แววตาของคีย์ตวันในตอนนี้ไม่มีความเจ้าชู้เพลย์บอยหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งและความห่วงใยที่จริงใจจนเธอกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
“รู้ไหม...” คีย์ตวันกระซิบเสียงแผ่วพร่า นัยน์ตาคู่คมมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาว “ตอนที่ฉันเห็นมันยืนประชิดตัวเธอในห้องนี้ หัวใจฉันมันกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยรู้หรือเปล่า”
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย “คุณคีย์...”
“ฉันเกลียดรอยยิ้มของเธอที่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็ง ทั้งที่ข้างในเธอแบกรับอะไรไว้ตั้งมากมาย” คีย์ตวันเอ่ยต่อ น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของเขายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ร่างกายของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ “รินรดา... ฉันยอมรับแล้วก็ได้ ว่าฉันแพ้เธอ แพ้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที... ฉันก็ขาดเธอไม่ได้ซะแล้ว”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้ห้องประชุมกว้างใหญ่ดูแคบลงไปถนัดตา ความเงียบงันโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน รินรดานิ่งงัน สมองขาวโพลน คำพูดโต้เถียงที่เคยเตรียมไว้หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่แนบอยู่ข้างแก้ม
เธอจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างในนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งความซาบซึ้ง ความหวั่นไหว และความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบโดยไม่รู้ตัว
คีย์ตวันโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ริมฝีปากหยักสวยอยู่ห่างจากริมฝีปากอิ่มของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากัน รินรดารู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดลอย เธอค่อยๆ หลับตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ ปล่อยให้หัวใจนำทาง
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแตะเข้าหากันนั้นเอง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ตามมาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต
“คุณคีย์คะ ท่านประธานเรียกพบด่วนค่ะ เรื่องการประชุมบอร์ดบริหารพรุ่งนี้เช้า—”
เสียงของเลขาส่วนตัวที่พรวดพราดเข้ามาทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามไว้ไม่อยู่ ขณะที่คีย์ตวันสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ
ชายหนุ่มถอยหลังกลับมาตั้งหลัก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้แววตาจะยังคงมีความเสียดายฉายชัดอยู่เต็มเปี่ยม เขาหันไปมองเลขาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ฉันรู้แล้ว ออกไปก่อน!”
เมื่อเลขาปิดประตูถอยออกไปแล้ว คีย์ตวันก็หันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากแบบฉบับเพลย์บอยหนุ่มเจ้าเสน่ห์กลับมาปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง พร้อมกับดวงตาพราวระยับที่จ้องมองเธออย่างมีความหมาย
“ค้างไว้แค่นี้ก่อนนะ... แต่คืนนี้ อย่าหวังว่าจะรอดตัวไปง่ายๆ เลย รินรดา”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ รักค่ะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 29
รอยยิ้มของคนพ่ายแพ้
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!