เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังราคาแพงดังขึ้นบนโต๊ะทำงานตัวยาว จนรินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ด้วยแววตาตื่นตัว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ผู้ชายตรงหน้าจับความหวั่นไหวได้ แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม
คีย์ตวันยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธออยู่ ร่างสูงสง่าในสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษส่งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงระเหยผสมกับความคุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองเธอนิ่งราวกับสัตว์ป่ากำลังรอขย้ำเหยื่อผู้ดื้อรั้น
"ลาออก?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ "คุณคิดว่าบริษัทผมเป็นโรงละครลิงหรือไง นึกจะเข้าก็เข้า นึกจะเดินออกเชิดหน้าใส่ใครก็ได้ตามใจชอบ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอดันเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้สถานะในตอนนี้เธอจะเสียเปรียบเห็นๆ
"ฉันยื่นใบลาออกถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการค่ะท่านประธาน" รินรดาเน้นเสียงคำว่า 'ท่านประธาน' ด้วยน้ำเสียงประชดประชันนิดๆ "และเหตุผลก็น่าจะชัดเจนดีอยู่แล้ว เราควรยุติความสัมพันธ์ที่มัน... เกินเลยขอบเขตงานแบบนี้เสียที"
"เกินเลย?" คีย์ตวันแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาโน้มตัวลงมาใกล้เรื่อยๆ จนรินรดาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "ตอนที่คุณเซ็นสัญญาเป็นเลขาฯ ส่วนตัว คุณอ่านเงื่อนไขข้อเล็กๆ ด้านล่างสุดด้วยหรือเปล่ารินรดา หรือเอาแต่ใช้สายากวาดมองหาช่องทางหนีทีไล่กับไอ้ธันวาอยู่ตลอดเวลา"
ให้ตายเถอะ! เขายังจะลากชื่อธันวาเข้ามาเกี่ยวอีกจนได้
"อย่ามาพาลนะคะ!" รินรดาหมดความอดทน เผลอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ความสูงของเธอที่แม้จะใส่ส้นสูงแล้วยังอยู่แค่ระดับอกของเขาไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อเลยแม้แต่น้อย "เรื่องของฉันกับพี่ธันวาสมันจบไปนานแล้ว และตอนนี้ฉันก็แค่อยากเป็นอิสระจากคุณ... จากเจ้านายบ้าอำนาจที่เอาแต่ใจตัวเองไม่เข้าเรื่อง!"
คีย์ตวันไม่โกรธเลยสักนิด แถมรอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นยังขยายกว้างขึ้นในแบบที่รินรดาเกลียดที่สุด มันคือรอยยิ้มของ 'ผู้ชนะ' ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
"อิสระเหรอ?" เขายืดตัวเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดจนร่างของเธอกลบเกลื่อนไปด้วยเงาของเขา "ฝันไปเถอะ"
นิ้วเรียวยาวหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ปลายเท้านิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอสองสามครั้งก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเธอ หน้าจอแสดงเอกสารสัญญากู้ยืมเงินจำนวนมหาศาล พร้อมลายเซ็นของมารดาเธอที่คุ้นตาเป็นอย่างดี
รินรดาเบิกตากว้าง เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณ... คุณทำอะไรแม่ฉัน!" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ ความโกรธพุ่งพล่านจนมือทั้งสองข้างกำเป็นหมัดแน่น
"ผมไม่ได้ทำอะไรแม่คุณเลย ท่านแค่นึกสนุกอยากขยายธุรกิจร้านกาแฟ แต่บังเอิญว่าธนาคารปฏิเสธวงเงินกู้... ผมก็เลยต้องยื่นมือเข้ามา 'สงเคราะห์' ในฐานะนักลงทุนใจบุญ" คีย์ตวันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ร้ายกาจ และเยือกเย็นอย่างที่สุด "หนี้ก้อนนี้รวมดอกเบี้ยแล้วตกแปดหลัก... ซึ่งแน่นอนว่าเงินเดือนเลขาฯ กระจอกๆ อย่างคุณ คงต้องใช้ก้มหน้าก้มตาทำงานใช้หนี้ไปจนอายุแปดสิบถึงจะหมด"
"คุณมัน... คนสารเลว!" รินรดาค่อนขอดด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาแห่งความอัดอั้นผุดขึ้นมาคลอเบ้า แต่เธอพยายามกะพริบตาไล่มันกลับเข้าไปอย่างเด็ดเดี่ยว "คุณใช้วิธีสกปรกนี้ผูกมัดฉันไว้เหรอคีย์ตวัน คุณกลัวมากนักหรือไงที่มีคนอยากจะเดินหนีไปจากชีวิตคุณเนี่ย!"
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคีย์ตวันหายวับไปในพริบตา ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ถูกสะกิดเข้าอย่างจัง
พรึบ!
ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวรวดเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางทั้งสองข้างแล้วรวบไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะดันร่างเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
"ใช่! ผมมันคนสารเลว" คีย์ตวันก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความโกรธขึงแผ่ซ่านจนน่ากลัว "แล้วคุณคิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง ถึงคิดจะสะบัดก้นหนีผมไปซุกอกไอ้ธันวา... ฝันกลางวันไปเถอะรินรดา!"
"ปล่อยฉันนะ เจ็บ!" เธอพยายามบิดข้อมือหนี แต่แรงมหาศาลของเขากลับตรึงเธอไว้ราวกับกรงเหล็ก "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!"
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" คีย์ตวันแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะปัดผ่านแก้มใส "ในเมื่อคุณยังติดหนี้ผม ทั้งตัว... และหัวใจ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงผู้ชายคนอื่นด้วยซ้ำ!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของรินรดาสั่นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดอันตรายที่กำลังสูบฉีดความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองแค่ริมฝีปากเธอ แต่มันลึกล้ำและร้อนรนจนรินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ถ้าคุณคิดว่าจะใช้เงินมาขู่บังคับให้ฉันอยู่เป็นทาสอารมณ์ของคุณไปตลอดชีวิตล่ะก็... คุณคิดผิดแล้วคีย์ตวัน" เธอยังคงรักษาสติ พยายามเค้นเสียงลอดไรฟันออกไปแม้ตัวจะสั่นเทา
"งั้นเรามาลองดูกันไหมล่ะ..." คีย์ตวันกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนชวนสั่นสะท้าน "ว่าระหว่างความดื้อรั้นของคุณ กับความอึดของผม... อะไรมันจะหมดอายุก่อนกัน"
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดและริมฝีปากของเขากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จนหัวใจเธอกำลังจะหลุดออกมานอกอกนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้การอนุญาตของบุคคลที่สามที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งผละออกจากกัน
"ขอโทษทีครับท่านประธาน พอดีผมเดินเลยห้องเลขาฯ มา... อ้าว ริน ยังไม่เคลียร์เรื่องลาออกอีกเหรอครับเนี่ย?"
ร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' ยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท สายตาคมปลาบกวาดมองสภาพยับเยินของทั้งคู่ด้วยแววตาสนอกสนใจเป็นพิเศษ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ!
ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 23
สงครามประสาท
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!