ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย•ตอนที่ 13

ความลับในที่ทำงาน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานกระจกฝ้า แว่วเสียงคลิกเบาๆ ราวกับคมมีดที่เฉือนลงบนเส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะจนแทบขาดผึ่ง รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแนบชิดติดกับแผงอกกว้างของคีย์ตวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นผสมผสานกับความเร่าร้อนจากลมหายใจของเขาที่ปะทะต้นคอ ทำให้หัวใจเธอดังก้องราวกับกลองศึก ความมืดสลัวหลังผ้าม่านมู่ลี่ปรับแสง ทำให้เงาร่างของทั้งคู่ทับซ้อนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร "เสียงนั้น... คือเสียงของธันวา!" ประโยคที่ดังขึ้นในหัวจากวินาทีวิกฤตเมื่อครู่ ถูกตอกย้ำด้วยฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดอยู่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของรองประธานบริหาร ทว่าสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าการติดอยู่ในห้องสองต่อสองกับเจ้านายปากจัด คือการที่ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่หลังบานประตูกระจกนั้นคือ 'ธันวา' อดีตคนคุยเก่าที่เลิกรากันไม่สวย และตอนนี้กำลังนั่งแท่นเป็นคู่แข่งคนสำคัญทางธุรกิจที่จ้องจะเหยียบย่ำคีย์ตวันให้จมดิน "ซวยแล้ว..." รินรดากระซิบด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอแกร่งจนคีย์ตวันต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดปนเร้าใจ มือหนาของคีย์ตวันเลื่อนขึ้นมาปิดปากเธอไว้แน่นทันที นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับเรียวปากนุ่มที่พยายามจะเอื้อnเอ่นคำเตือน ดวงตาคมกริบของทายาทหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ไม่ใช่เพราะความกลัวธันวา แต่เป็นเพราะสถานการณ์น่ารำคาญที่ทำให้เขาต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ ราวกับเด็กแอบทำความผิด ทั้งที่นี่คืออาณาจักรของเขาเอง "เงียบ" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาสั้นๆ แฝงความกดดันและอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ทรงพลังจนรินรดานิ่งงามไปชั่วขณะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงบิดลูกบิดที่พยายามจะเปิดเข้ามา แต่ทว่า... มันถูกล็อกตายด้วยระบบอัตโนมัติจากภายใน "คุณคีย์ครับ อยู่ข้างในหรือเปล่า ผมเห็นไฟในห้องทำงานเปิดอยู่... หรือว่าติดธุระสำคัญอะไรอยู่ข้างในกับใครหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงกวนประสาทและแฝงความสงสัยของธันวาเล็ดลอดผ่านรอยต่อบานประตูกระจกเข้ามา ชัดเจนเสียจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่โซฟาตัวยาวก็อยู่ไกลเกินไป โต๊ะทำงานก็โล่งเกินกว่าจะใช้กำบัง มีเพียงช่องแคบๆ ระหว่างชั้นหนังสือบิวท์อินกับผนังทึบเท่านั้นที่พอจะซ่อนตัวได้ ทว่า... ตอนนี้เธอกลับถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนแกร่งของคีย์ตวัน ที่ตรึงร่างเธอไว้กับมุมผนังข้างประตูอย่างแนบชิด ชายหนุ่มก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่ปกติมักจะฉายแววหยิ่งทะนงและเย้ยหยัน บัดนี้กลับมีความระอุแปลกประหลาดพาดผ่าน ความใกล้ชิดระดับศูนย์เซนติเมตรทำให้เขาได้กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ มันชวนให้สติที่ควบคุมยากอยู่แล้ว ยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่ "กลัวมันหรือไง" คีย์ตวันกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเย้าหยแหย่แต่แฝงความดุดันในที มือหนาที่เคยปิดปากเธอเปลี่ยนมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วไว้แน่นขึ้น ลากไล้ผ่านเนื้อผ้าสูทเข้ารูปจนรินรดาสะấuสะเทือน "ไม่ได้กลัวค่ะ แต่ฉันไม่อยากตกเป็นขี้ปากของตาบ้านั่นต่างหาก" รินรดากระซิบตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนค้อนควักอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณธันวาเห็นเราอยู่ในสภาพนี้ มีหวังข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าพาดหัวใหญ่โตแน่ว่ารองประธานหนุ่มกับผู้ช่วยสาวแอบแซ่บกันในเวลางาน" "ปากเก่งนักนะ" คีย์ตวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดูอย่างประหลาด "กลัวข่าวฉาวขนาดนั้นเลย? ทั้งที่เมื่อกี้... เธอยังทำท่าเหมือนจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัวอยู่เลยไม่ใช่เหรอตอนที่จูบกัน" "คุณคีย์!" รินรดาร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู มือเล็กทุบเข้าที่อกแกร่งเบาๆ เป็นการประท้วง "นั่นมันอุบัติเหตุต่างหากค่ะ ใครใช้ให้คุณดึงฉันเข้ามาล่ะ!" "อุบัติเหตุบ้านเธอสิ ปากหวานซะขนาดนั้น..." ประโยคหลังเขาไม่ได้พูดออกเสียง เป็นเพียงเสียงกระซิบแหบพร่าที่จงใจเป่ารดริมฝีปากเธอจนรินรดารู้สึกชาไปหมด *แกร๊ก...* เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้นและยาวนานขึ้น ราวกับธันวาเริ่มสงสัยและพยายามจะใช้กุญแจสำรองเปิดเข้ามา! หัวใจของรินรดาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เธอดิ้นรนสุดแรงเพื่อหาทางหลบหนี ทว่าคีย์ตวันกลับใช้วงแขนแข็งแกร่งดึงรั้งเธอเข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งกว่าเดิม จนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผงอกร้อนระอุของเขาอย่างไร้ช่องว่าง "ถ้ามันเปิดเข้ามาแล้วเห็นเธอกับฉันอยู่ในสภาพนี้..." คีย์ตวันก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ฉันคงต้องประกาศให้มันรู้ไปเลยว่า... เธอเป็นคนโปรดของฉันคนเดียว" คำพูดนั้นสะั่นสะเทือนหัวใจรินรดารุนแรงยิ่งกว่าเสียงเคาะประตู ความร้อนวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้เธอลืมหายใจไปชั่วขณะ ไดอะล็อกคมคายที่แฝงความคลั่งรักแบบไม่ยอมรับตัวเองของเขา ทำให้เคมีระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกมาอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ภายนอกห้อง... เสียงฝีเท้าของธันวาขยับถอยหลังไปเล็กน้อย เหมือนกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน เสียงสัญญาณรอสายแว่วลอดผ่านช่องระบายอากาศเข้ามาเบาๆ *ตู๊ด... ตู๊ด...* และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ตวันก็สั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกับเสียงริง톤ที่ถูกตั้งค่าไว้เฉพาะบุคคล... หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนนั้น—*ธันวา*! คีย์ตวันก้มมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบตื่นตระหนกของรินรดที่เงยขึ้นสบตาเขาพอดี มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทาย ชายหนุ่มเลื่อนนิ้วไปที่หน้าจอ... แล้วกดปุ่มรับสายต่อหน้าต่อตารินรดา โดยที่ใบหน้าของเขายังคงอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วพื้นที่แคบๆ ระหว่างพวกเขา "ว่าไง..." คีย์ตวันกรอกเสียงทุ้มต่ำลงไปในสายด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสนิท ราวกับตนเองกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างสบายใจเฉิบ "มีธุระอะไรด่วนถึงได้มาเคาะประตูห้องฉันซะเสียงดังขนาดนั้น... ธันวา" รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจขาดห้วง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อปลายนิ้วเรียวของคีย์ตวันจงใจไล้ลงมาตามแนวสันjawของเธออย่างแผ่วเบา ขณะที่ริมฝีปากหยักลึกเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนทันที... "สนใจจะเข้ามาดูหน่อยไหมล่ะ... ว่าตอนนี้ฉันกำลังทำ 'ธุระ' สำคัญอะไรอยู่กับใคร" - ไวโอเล็ตการ์เด้น -
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณชายเพลย์บอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%