องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 11

รอยยิ้มที่ไม่ได้มองผ่าน

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงกลอนประตูที่ค่อยๆ หมุนเคลื่อนอย่างเชื่องช้าดังบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของรินรดา หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความเงียบงันในห้องของเธอถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของตัวเอง “ริน... ประตูห้องเธอไม่ได้ล็อก” น้ำเสียงที่คุ้นเคยจนหัวใจของเธอเกือบจะหยุดเต้นดังขึ้น ฟ้าใสยืนอยู่ที่กรอบประตู แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นตรง ตัดผ่านใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกสาวผู้แสนสมบูรณ์แบบ แววตาของฟ้าใสในยามนี้ไม่ได้มีความร่าเริงเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา มันมีความหนักแน่นและ... อะไรบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก “ฟ้า?” รินรดาทวนชื่อเพื่อนสนิท เสียงของเธอเบาหวิวราวกับขนนก “เข้ามาทำไมคะ แล้ว... กุญแจสำรองนั่น ทำไมถึงอยู่ที่เธอ?” ฟ้าใสไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังสำรวจอาณาเขต ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของรินรดาที่พยายามจะรักษาความเป็นปกติไว้ “ฉันไม่อยากให้รินต้องตกใจกับเสียงเคาะน่ะค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยบางอย่าง เธอเดินผ่านรินรดาไปช้าๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นดอกไม้สีขาวที่เธอมักจะใช้ประจำโชยแตะจมูก “แล้วรินล่ะคะ... เมื่อกี้คุยกับใครอยู่? เห็นเงาตะคุ่มๆ เหมือนมีคนเพิ่งรีบออกไปทางระเบียง” รินรดาชะงัก เธอพยายามนึกย้อนถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ แต่มันกลับว่างเปล่า เหมือนถูกเมฆหมอกปกคลุม “ไม่มีใครค่ะ ฟ้าอาจจะตาฝาด... ฉันแค่นั่งอยู่คนเดียว” ฟ้าใสหยุดเดิน เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับรินรดาในระยะที่ใกล้จนลมหายใจรินรดาติดขัด รอยยิ้มของฟ้าใสที่มักจะมอบให้เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่เพื่อนข้างห้องคนอื่นๆ เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ห่างเหิน แต่วันนี้... ในห้องที่ปิดตายนี้ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของฟ้าใสนั้นกลับดูนิ่งสนิท และมีความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างน่าประหลาด “รินมักจะบอกว่าตัวเองขี้เกรงใจ... แต่รินรู้ไหมคะว่าความเกรงใจนั่นแหละ ที่ทำให้รินมองไม่เห็นอะไรเลย” “หมายความว่ายังไงคะ?” ฟ้าใสไม่ตอบ เธอเอื้อมมือขึ้นมาแตะขอบโต๊ะทำงานของรินรดา นิ้วเรียวยาวลากผ่านสมุดบันทึกเล่มหนาที่รินรดาเพิ่งปิดลงไป “รินชอบมองรอยยิ้มของคนอื่นแล้วตีความไปเองว่าเขาใจดีกับทุกคน... แต่รินเคยลองสังเกตไหมคะ ว่ารอยยิ้มที่ฉันมอบให้คนอื่น กับรอยยิ้มที่ฉันใช้กับริน... มันต่างกันแค่ไหน” รินรดานิ่งค้าง สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิท ภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมา ฟ้าใสที่หัวเราะให้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งด้วยความสุภาพ แต่สายตาของเธอกลับไม่ได้มีความรู้สึกส่งผ่านไปถึง รอยยิ้มนั้นเป็นเพียงหน้ากากที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าในเวลานี้... ในห้องที่เหลือเพียงพวกเธอสองคน รอยยิ้มของฟ้าใสกลับอบอุ่นและลึกซึ้งจนน่ากลัว ราวกับว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เธอเก็บซ่อนไว้ให้คนพิเศษเพียงคนเดียวเท่านั้น “ฉันไม่ได้มองผ่าน...” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงสั่นไหว “ฉันแค่... ไม่กล้าคิดไปเอง” “นั่นแหละค่ะปัญหาของริน” ฟ้าใสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหลังของรินรดาชนเข้ากับผนังห้อง “รินมักจะกลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะกลัวว่าจะเสียเพื่อนแบบฉันไป... แต่รินเคยถามตัวเองไหมว่า ในขณะที่รินกลัวจะเสียฉันไป ฉันกลับใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเดินเข้าหาหัวใจของรินแทน” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนมีเส้นลวดขึงตึง รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง เธอเห็นประกายไฟในแววตาของฟ้าใส มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดสุด “ฟ้า... อย่าทำแบบนี้เลยนะ” รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามืออุ่นๆ ของฟ้าใสกลับเชยคางเธอให้กลับมาสบตากันอีกครั้ง “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ รินก็จะยังคงนั่งจมอยู่กับความสัมพันธ์แบบเดิมๆ ที่ไม่มีวันขยับไปไหน... รินคะ ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนข้างห้องที่รินไว้ใจที่สุดหรอกนะ” ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวเหมือนกลองรบ ฟ้าใสก็ก้มลงมาจนหน้าผากของทั้งสองแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของสถาปนิกสาวรดรินอยู่ตรงปลายจมูก ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะเผยความในใจออกไปจนหมดสิ้น เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาที่วางอยู่บนเตียงก็แผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม... มันไม่ใช่ชื่อของใครที่ไหน แต่เป็นชื่อของ 'คนคนนั้น' ที่โทรเข้ามาก่อนหน้านี้จนเกิดเรื่องวุ่นวาย ฟ้าใสเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในพริบตา เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเศร้าและสมเพชในเวลาเดียวกัน “ยังไม่จบสินะคะ...” ฟ้าใสผละออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวถอยหลังไปที่ประตู “รับสิคะริน... ดูซิว่าเขาจะสั่งให้รินทำอะไรเป็นอย่างต่อไป ในเมื่อฉันอุตส่าห์ตัดการเชื่อมต่อกับคนข้างนอกนั่นไปหมดแล้ว... แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เลยนะ” รินรดาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพบว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตในห้องถูกตัดขาดจนหมดสิ้น เหลือเพียงการโทรเข้าผ่านระบบดาวเทียมที่แสดงผลบนหน้าจอว่า... 'ไม่มีเลขหมายเรียกเข้า' ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 11 กับความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะคะ หวังว่าทุกคนจะยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้รินรดากับฟ้าใสในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%