องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 10

คืนที่แสงจันทร์เป็นใจ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
“ถ้าจะมาเพื่อตอกย้ำว่าฉันมันงี่เง่าแค่ไหน ฟ้ากลับไปเถอะค่ะ” รินรดากระชับเสื้อคลุมตัวหลวมแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาเรียวสวยหลบวูบลงต่ำ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองเงาร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูห้องพักใจกลางเมืองแห่งนี้ ความเงียบงันที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เสียงหัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ฟ้าใสไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนอย่างที่คาดการณ์ไว้ สถาปนิกสาวเพียงแค่ขยับก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาเงียบๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี—กลิ่นหอมสะอาดเหมือนไม้สนหลังฝนตก—ลอยมาปะทะจมูกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ “ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยเสียงแผ่ว สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบพวงกุญแจสำรองรูปพระจันทร์เสี้ยวใบจิ๋วออกมาวางไว้บนโต๊ะข้างประตู “ฉันไม่ได้มาเพื่อซ้ำเติม... แต่มาเพื่อเอาของสำคัญที่ลืมไว้คืนให้เจ้าของ” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมของคนตรงหน้าไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด ฟ้าใสในวันนี้ดูอ่อนล้ากว่าทุกครั้งที่เธอเคยเห็น ผมที่มักจะรวบตึงอย่างเป็นระเบียบถูกปล่อยให้ตกลงมาปรกใบหน้าบางส่วน ทำให้ดูนุ่มนวลและน่าทะนุถนอมอย่างประหลาด “กุญแจห้องนี้... ฉันตั้งใจให้รินไว้ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาอยู่ข้างกันแล้วนะคะ” ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย “แต่เพราะความขี้ขลาดของฉันเองที่ทำเป็นลืมหยิบให้... ฉันกลัวว่าถ้าให้ไปแล้ว รินจะมองเห็นกำแพงที่ฉันสร้างไว้รอบตัว มากกว่าจะมองเห็นสิ่งที่ฉันตั้งใจมอบให้จริงๆ” รินรดานิ่งงัน คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำที่เคยนิ่งสงบ ความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมาตลอดหลายวันราวกับถูกปลดล็อกด้วยกุญแจดอกเล็กๆ บนโต๊ะไม้ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า “ทำไมต้องเป็นตอนนี้คะ?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า “ทำไมต้องปล่อยให้เราห่างกันจนเหมือนคนแปลกหน้า ทั้งที่ประตูห้องเราห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตร” ฟ้าใสหัวเราะขื่นๆ พลางหลุบสายตาลงต่ำ “เพราะฉันกลัว... กลัวว่าถ้าใกล้กันเกินไป ความลับที่ฉันซ่อนไว้ในฐานะ ‘เพื่อนสนิท’ มันจะหลุดออกมา แล้วถ้าวันนั้นมาถึง รินจะไม่เหลือใครเลย แม้แต่เพื่อนที่แสนดีคนนี้” คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่บาดลึกทำให้รินรดาสะอึก เธอขยับเข้าไปใกล้จนสามารถสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย บรรยากาศภายในห้องที่เคยอ้างว้างกลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้—มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความผูกพันที่หนักแน่นจนน่ากลัว มือของรินรดาเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนของฟ้าใสเบาๆ สัมผัสถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นจากการพยายามควบคุมอารมณ์ “รินเองก็กลัวเหมือนกันค่ะ... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่ใช่แค่เพื่อนกัน ความสัมพันธ์ที่เหมือนเป็นเซฟโซนของรินจะหายไป แต่ตอนนี้... ความกลัวที่จะต้องเสียฟ้าไปจริงๆ มันมากกว่าความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลงค่ะ” ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองสบตา ความเงียบงันที่แสนประหม่าปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงหายใจของกันและกันที่ประสานเป็นจังหวะ แสงจันทร์ยามค่ำคืนที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอาบไล้ใบหน้าของทั้งคู่ให้กลายเป็นสีนวลตา ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนภาพฝัน “เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหมคะ?” ฟ้าใสถามซ้ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเว้าวอน “ไม่สิ... กลับไปเป็น ‘เรา’ ที่สนิทกันกว่าเดิม... โดยที่ไม่ต้องแกล้งทำเป็นมองข้ามความรู้สึกพวกนี้อีกต่อไป” รินรดาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงแค่ขยับเข้าไปสวมกอดอีกฝ่ายไว้อย่างแนบแน่น สัมผัสที่โหยหามานานทำให้ความกำแพงในใจของทั้งคู่พังทลายลงอย่างราบคาบ ฟ้าใสซบหน้าลงบนไหล่ของรินรดา ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง คืนนั้น... ทั้งคู่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปรับทุกข์และเล่าเรื่องที่ค้างคาใจ ทั้งความน้อยใจ ความไม่เข้าใจ และความห่วงหาที่ต่างคนต่างเก็บไว้เป็นความลับ พวกเธอหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง และร้องไห้ไปกับความกดดันที่แบกรับไว้ด้วยกัน มันเป็นคืนที่แสงจันทร์ดูเป็นใจที่สุด ราวกับจะบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถหันหลังกลับได้ ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถามถึงสิ่งที่ฟ้าใสเคยพูดค้างไว้เกี่ยวกับ ‘กุญแจดอกสุดท้าย’ ที่ยังไม่ได้ถูกพูดถึง เสียงโทรศัพท์มือถือของฟ้าใสก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่กำลังก่อตัวเป็นความหวานชื่น ฟ้าใสขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ เธอผละออกจากอ้อมกอดของรินรดาด้วยท่าทางที่ดูไม่สู้ดีนัก ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ริน... มีบางอย่างที่ฉันต้องบอก” ฟ้าใสเว้นจังหวะ “คนที่ส่งข้อความมาหาฉันตอนนี้... เขาเพิ่งบอกว่าเขากำลังยืนอยู่หน้าตึกของเรา และเขารู้แล้วว่าทำไมกุญแจดอกนั้นถึงไม่ได้อยู่ที่เดิม” รินรดามองพวงกุญแจบนโต๊ะด้วยความสับสน ความเยือกเย็นแล่นผ่านสันหลังเมื่อฟ้าใสคว้ามือเธอไว้แน่น “ถ้าเขาขึ้นมาถึงชั้นนี้... สิ่งที่เราพยายามจะซ่อมแซม มันจะพังทลายลงตั้งแต่วินาทีที่ประตูบานนั้นเปิดออกอีกครั้ง” รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยถามว่า 'เขา' คือใคร เสียงเคาะประตูห้องอย่างหนักแน่นและจังหวะที่เด็ดขาดก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก—พร้อมกับเสียงไขกุญแจจากฝั่งห้องของรินรดาเองที่ค่อยๆ หมุนวนอย่างแช่มช้าราวกับว่าใครบางคนกำลังจะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้รินรดาและฟ้าใสมาโดยตลอดนะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รีรักทุกคนค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%