"ถ้าจะโกรธจนไม่ยอมมองหน้ากันแบบนี้ ก็ช่วยพูดออกมาตรงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ความเงียบมันกลายเป็นกำแพงแบบนี้สิคะ"
รินรดากระซิบกับความว่างเปล่าภายในห้องทำงานของฟ้าใส กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นวานิลลาผสมไม้สนที่คุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่รอบตัว มันเป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอในยามปกติ แต่ทว่าในเวลานี้ กลิ่นหอมนั้นกลับชวนให้รู้สึกปั่นป่วนจนอยากจะร้องไห้
เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว ราวกับฟิล์มหนังเก่าที่ขาดสะบั้น เธอเผลอพูดประโยคที่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายไป—ประโยคที่เธอบอกว่า 'สถานะเพื่อนของเรามันดีอยู่แล้ว อย่าทำให้อะไรมันพังลงเพราะความรู้สึกชั่ววูบเลย' ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกไป รอยยิ้มสดใสที่เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ของฟ้าใสก็หุบลง ดวงตาที่เคยเป็นประกายคู่นั้นไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เจ้าตัวจะหันหลังกลับเข้าห้องและล็อคประตูขังตัวเองไว้อย่างเงียบเชียบ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความกล้าที่แตกซ่านในอก เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบแบบสถาปนิก โต๊ะทำงานตัวยาวของฟ้าใสเต็มไปด้วยพิมพ์เขียวและแบบร่างบ้านที่ยังทำไม่เสร็จ แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ปิดสนิททอดเงาเป็นเส้นสีฟ้าจางๆ ตัดกับความมืดในห้อง
มือบางสั่นเทาขณะหยิบกระดาษโน้ตสีเหลืองสดใสขึ้นมา ปากกาในมือหนักอึ้งราวกับมีพันธนาการ เธอจรดปลายปากกาลงไป พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
*‘ขอโทษที่ทำตัวเป็นคนเห็นแก่ตัว ขอโทษที่เอาความกลัวของตัวเองไปขีดเส้นกั้นความรู้สึกของฟ้าใส... แต่ถ้าที่ว่างข้างๆ นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับเพื่อนคนนี้อีกต่อไป รินก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดี’*
เธอวางโน้ตใบนั้นไว้บนคีย์บอร์ดอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะทำให้ความเงียบในห้องร้าวฉานไปมากกว่าเดิม รินรดาหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่จังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานั้น เธอก็ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียง 'คลิก' เบาๆ จากมุมห้อง
มันไม่ใช่เสียงประตูเปิด แต่มันคือเสียงกดปิดสวิตช์ไฟที่มุมโต๊ะข้างเตียง
"ริน..." เสียงของฟ้าใสดังขึ้นในความมืด มันแหบพร่าและสั่นเครือกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน "คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะลบคำพูดที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังได้จริงๆ เหรอคะ?"
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองในความมืดที่เริ่มชินตา เห็นเงาร่างของฟ้าใสที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะดูเข้มแข็งบัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส
"รินไม่ได้ตั้งใจ..."
"รินพูดคำนี้มาหลายครั้งแล้วนะ" ฟ้าใสลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้คนทั้งสองเผชิญหน้ากันในระยะที่ลมหายใจรินรดกัน "แต่ทุกครั้งที่รินบอกว่า 'ขอโทษ' รินก็กำลังถอยห่างออกไปอีกก้าวหนึ่งเสมอ รินกลัวการเปลี่ยนแปลง... แต่รินเคยถามไหมว่าการที่ต้องยืนมองรินเดินถอยห่างออกไปเรื่อยๆ ทั้งที่หัวใจของฟ้าไม่ได้ขยับไปไหนเลยเนี่ย มันทรมานแค่ไหน?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปะทะกลางอกรินรดา ราวกับมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้คำว่า 'เพื่อนสนิท' เธออยากจะก้าวเข้าไปหา อยากจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลม แต่ทิฐิและความกลัวที่กัดกินใจก็ยังคงดึงรั้งเธอไว้
"แล้วต้องให้รินทำยังไง... ถึงจะหยุดทำให้ฟ้าใสเสียใจได้" รินรดาถามด้วยเสียงที่เกือบจะเป็นการสะอื้น
ฟ้าใสไม่ได้ตอบในทันที เธอเดินผ่านรินรดาไปช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รินรดาหลงใหลผ่านตัวไปจนเกือบจะชิด ก่อนที่ฟ้าใสจะหยุดลงที่หน้าประตูห้อง มือเรียวเอื้อมไปแตะกลอนประตู แต่ไม่ได้เปิดออก
"บางที... รินอาจจะไม่ได้ต้องการคนขอโทษ" ฟ้าใสพูดโดยไม่หันกลับมามอง "รินอาจจะแค่ต้องการใครสักคนที่กล้ายอมรับว่า หัวใจที่เต้นผิดจังหวะของรินน่ะ จริงๆ แล้วมันเต้นเพื่อใครกันแน่"
ฟ้าใสหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความโกรธเคืองเหลืออยู่ มีเพียงความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้งเกินจะหยั่งถึง เธอเดินเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย
"ริน... ฟ้ามีเรื่องจะบอก"
มือของฟ้าใสเอื้อมมาสัมผัสที่ข้อมือของรินรดา ผิวสัมผัสที่อบอุ่นและสั่นไหวเล็กน้อยทำเอารินรดาหยุดหายใจไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่ฟ้าใสจะได้พูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูห้องจากข้างนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน—มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูห้องตามปกติ แต่มันเป็นรหัสเคาะที่คนข้างนอกกับคนข้างในรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ฟ้าใสเองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปจากความเศร้ากลายเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคู่หันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทพร้อมกัน โดยที่ยังคงสัมผัสที่ข้อมือค้างไว้อย่างนั้น
"ใครมาเคาะตอนเวลานี้..." รินรดากระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่า
ฟ้าใสปล่อยมือออกจากข้อมือรินรดา แววตาที่เต็มไปด้วยความลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับ "คนที่รินไม่ควรจะเจอในเวลานี้... และคนที่อาจจะทำให้เรื่องราวของเราจบลงโดยที่ยังไม่ได้เริ่มเลยสักนิดเดียว"
ประตูห้องค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู—คนที่ไม่ได้มาพร้อมกับคำขอโทษ แต่มาพร้อมกับกุญแจสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้าง และร่วมเดินทางไปกับองศาของหัวใจคู่นี้ด้วยกันนะคะ - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 9
คำขอโทษผ่านโน้ตสีเหลือง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!