เสียงกริ่งหน้าห้อง 404 ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะ—เจ็ดนาฬิกาพอดิบพอดี
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเพิ่งวางทัพพีสแตนเลสลงในหม้อแกงจืดเต้าหู้หมูสับควันฉุย กลิ่นหอมกรุ่นของพริกไทยและรากผักชีตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในใจของเธออบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย มือเรียวที่ยังคงเปื้อนคราบน้ำจากการล้างมือสั่นระริกเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึก, พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเดินไปที่ประตู
ก๊อก... ก๊อก...
ไม่ต้องรอให้เธอหมุนลูกบิด ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ—ไม่ใช่เพราะฟ้าใสไร้มารยาท แต่เพราะกุญแจสำรองดอกนั้น... เป็นรินรดาเองที่ยื่นให้เธอเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ในวันที่ท่อประปาห้องน้ำแตกและเธอไม่อยู่ห้อง
ฟ้าใสยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปสีครีม ใบหน้าคมสวยติดจะเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววพินิจพิจารณาอย่างจริงจังจนน่ากลัว เธอก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูเสียงเบาชนิดที่แทบไม่ได้ยิน แต่แรงกดดันรอบตัวกลับพุ่งสูงขึ้นจนรินรดาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ไม่ต้องรีบต้อนรับขนาดนั้นก็ได้มั้ง ริน"
น้ำเสียงของฟ้าใสเรียบเรื่อย ทว่าเจือความประชดประชันบางเบาที่อีกฝ่ายตั้งใจปล่อยให้มันบาดลึก ฟ้าใสถอดรองเท้าผ้าใบสีขาววางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามนิสัย ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะทานอาหารตัวเล็กริมหน้าต่าง ซึ่งตอนนี้มีจานข้าวสวยสองจาน แก้วน้ำ และหม้อแกงวางอยู่
"รินไม่ได้หมายความแบบนั้น..." รินรดาอ้าปากแก้ตัว เสียงของเธอแหบแห้งกว่าที่คิด เธอพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่ฝืดเคือง "คือ... รินแค่ตกใจนิดหน่อย นึกว่าจะมาเลทกว่านี้"
"เลทเหรอ? คนที่นัดคนอื่นมา ‘ทวงคำตอบ’ เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองมาสายหรอกนะ รินรดา" ฟ้าใสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมองสบตาเธอนิ่ง "เว้นเสียแต่ว่า... คนๆ นั้นกำลังลังเลว่าตัวเองควรจะมาดี หรือควรจะหายตัวไปเงียบๆ เหมือนทุกทีดี"
ประโยคนั้นทำเอารินรดารู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้า ร่างเพรียวชะงักค้างอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว ความรู้สึกผิดและพายุอารมณ์ตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าฟ้าใสหมายถึงอะไร—ทุกครั้งที่มีเรื่องขัดแย้ง หรือทุกครั้งที่เส้นบางๆ ระหว่าง 'เพื่อนสนิท' กับ 'บางสิ่งที่มากกว่านั้น' เริ่มสั่นคลอน รินรดามักเลือกที่จะถอยหลัง หายตัวไปในโลกของตัวหนังสือ และปล่อยให้ฟ้าใสเคว้งคว้างอยู่คนเดียว
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง เดินไปหยิบช้อนสลัดและทัพพีมาถือไว้ แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รักษาระยะห่างอย่างเคยชิน
"ทานข้าวกันก่อนเถอะนะ ฟ้า..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามส่งยิ้มเจื่อนๆ ที่เฝ้าฝึกซ้อมมาตลอดบ่ายไปให้ "แกงจืดร้อนๆ ฝีมือรินเอง วันนี้ใส่เต้าหู้ไข่ที่แกชอบด้วย"
ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ฟ้าใสไม่แม้แต่จะชายตามองหม้อแกงจืดที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เธอเพียงแต่ประสานมือทั้งสองข้างวางไว้บนโต๊ะ นิ้วเรียวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะช้าๆ ที่แสดงถึงความหงุดหงิดที่ถูกสะกดกลั้นไว้
"รินคิดว่ามื้อนี้จะเยียวยาทุกอย่างได้งั้นเหรอ?" ฟ้าใสถามเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังสะท้าน "คิดว่าตักข้าวให้ ทำหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเราจะลืมเรื่องที่รินพูดไว้ที่ร้านกาแฟเมื่อวานได้จริงๆ น่ะเหรอ?"
มือที่กำลังจะตักข้าวของรินรดาชะงักกึก ช้อนสลัดสเตนเลสกระทบกับขอบจานเซรามิกดัง *กริ๊ก* เบาๆ ท่าىกลางความเงียบงันของห้องชุดยามค่ำคืน
"รินไม่ได้บอกว่าจะลืม..." รินรดาพึมพำ หลบสายตาลงมองเม็ดข้าวสวยในจานของตัวเอง "รินแค่... แค่คิดว่าเราควรใจเย็นลงก่อน ฟ้าเองก็อารมณ์ร้อน..."
"ฉันอารมณ์ร้อนเหรอ?" ฟ้าใสทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายฟังดูขื่นขมจนน่าใจหาย "รินรดา... แกกำลังบอกว่าความรู้สึกที่ฉันเก็บไว้มาเป็นปีๆ ความหึงหวงที่ฉันพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเพื่อนสนิท มันเป็นแค่ 'อารมณ์ร้อน' ของฉันงั้นเหรอ?"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิในห้องลดลงสิบองศาเซลเซียส รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่คอ ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเธอมันอึดอัดเสียยิ่งกว่าการทะเลาะกันด้วยเสียงดังเสียอีก ไม่มีเสียงช้อนกระทบจาน ไม่มีเสียงเคี้ยวอาหาร มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นไหวของคนทั้งคู่ และเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นผิดจังหวะ—รัวเร็ว ผิดที่ผิดทาง และสร้างความเจ็บปวด
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับฟ้าใส ดวงตาคู่สวยของสถาปนิกสาวตอนนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ คลอหน่วย แต่เจ้าตัวพยายามกะพริบตาไลืมันกลับเข้าไปอย่างดื้อรั้น ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ใต้ความแข็งกร้าวทำเอารินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"รินไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ฟ้าใส..." เสียงของรินรดาสั่นพร่า น้ำตาของเธอก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาที่ขอบตาเช่นกัน "แกก็รู้ว่ารินกลัว... รินกลัวว่าถ้าเราก้าวข้ามเส้นนั้นไป แล้ววันหนึ่งเราไปกันไม่รอด... รินจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตไป"
"แล้วแกคิดว่าตอนนี้... การที่ฉันต้องมานั่งกินข้าวกับคนที่ทำเป็นมองไม่เห็นความรู้สึกของฉัน มันไม่เจ็บกว่าการเสียเพื่อนไปหรือไง ริน?"
ฟ้าใสพูดสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว แววตัดพ้อในดวงตาคู่นั้นกรีดลึกลงไปในหัวใจของรินรดาจนแทบแหลกสลาย ฟ้าใสเอื้อมมือมาวางทับมือของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสที่อุ่นจัดนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ดึงมือหนี
"แกคิดว่าฉันอยากเป็นแค่ 'เพื่อนที่แสนดี' ของแกไปตลอดชีวิตเหรอ รินรดา? แกคิดว่ามันง่ายนักเหรอวะ... กับการต้องคอยยืนมองแกยิ้มให้คนอื่น คอยปลอบใจเวลาแกอกหัก ทั้งที่ในใจฉันอยากจะดึงแกเข้ามา..."
ฟ้าใสหยุดพูดกะทันหัน เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ หันหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเงาของพวกเธอทั้งคู่ในความมืดสลัวของยามค่ำคืน ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดานั่งนิ่งงัน คำพูดทุกคำของฟ้าใสติดอยู่ Îนลำอก หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของตัวเอง ความกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจถูกแผดเผาด้วยความจริงที่ว่า... ฟ้าใสเจ็บปวดเพราะเธอมานานแค่ไหนแล้ว
นิ้วเรียวของรินรดาพลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือของฟ้าใสที่วางอยู่บนโต๊ะแทน บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่เธอไม่เคยกล้าพอจะเอ่ยปากพูดออกมา
ฟ้าใสชะงัก หันกลับมามองมือของพวกเธอที่กุมกันไว้แน่น ดวงตาสคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหยดน้ำตาบนใบหน้าของนักเขียนสาว
"ถ้า... ถ้าเราเริ่มต้นใหม่" รินรดาเอמהเสียงสั่นเครือ แต่แววตาแน่วแน่ขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้าเราลองก้าวข้ามเส้นนั้นไปด้วยกัน... แกสัญญาได้ไหมฟ้า ว่าจะไม่ปล่อยมือรินง่ายๆ"
ฟ้าใสอ้าปากค้างเล็กน้อย คล้ายกับไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ขี้ขลาดที่สุดในเรื่องความรักอย่างรินรดาจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา รอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาผุดขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกสาว เธอสูดหายใจเข้าลึก เตรียมจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่รอคอยมาแรมปี—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญกะทันหัน ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายด้วยความร้อนรนจากผู้ชายคนหนึ่งที่อีกฟากฝั่งของประตูห้อง 404
"คุณรินรดาครับ! เปิดประตูให้ผมหน่อย! แย่แล้วครับ... ห้องข้างๆ... ห้อง 403 ของคุณฟ้าใส ไฟไหม้ควันโขมงออกมาจากระเบียงแล้วครับ!"
หัวใจของรินรดาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันขวับไปสบตากับฟ้าใสในทันที ความตกใจระลอกใหญ่พุ่งเข้าใส่จนสมองขาวโพลนไปหมด
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาถึงบทนี้นะคะ มาเอาใจช่วยรินรดาและฟ้าใสกันต่อในตอนหน้าค่ะ!
— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม•ตอนที่ 8
มื้อค่ำที่อึดอัด
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะข้างห้องคนเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!